หน้าเว็บ

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554

พระสมุทรเจดีย์, ป้อมพระจุลฯ

ความจริงแล้ว สถานที่ท่ิองเที่ยวทั้งสองแห่งนี้เคยได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นพระสมุทรเจดีย์ หรือที่เขาเรียกกันว่าเจดีย์กลางน้ำ สถานที่ที่แสดงให้เห็นว่าแม่น้ำสามารถเปลี่ยนตำแหน่งได้ ยังจำได้ดีว่าในสมัยเด็กๆ เรียนวิชาภูมิศาสตร์ คุณครูก็จะยกตัวอย่างเจดีย์กลางน้ำแห่งนี้นี่แหละมาสอนเรื่องการเปลี่ยนตำแหน่งของแม่น้ำ โดยอธิบายว่าสมัยก่อน เจดีย์แห่งนี้เป็นเจดีย์ที่อยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา จึงได้ชื่อว่าเป็นเจดีย์กลางน้ำ แต่ปัจจุบันเจดีย์แห่งนี้ขึ้นมาอยู่บนฝั่งแล้วเพราะแม่น้ำเปลี่ยนตำแหน่งไป แต่ก็ไม่เคยไปสักการะซักที รวมถึงป้อมพระจุลจอมเกล้า หรือที่เขาเรียกกันสั้นๆ ว่าป้อมพระจุลฯ ด้วย จำได้ว่าเป็นจุดสิ้นสุดของรถเมล์สาย 20ในสมัยนั้น เพราะเคยชวนเพื่อนนั่งรถเมล์ไปเที่ยว แต่เพื่อนบอกว่าต้องไปช่วยแม่ขายของในสมัยนั้นจึงไม่ได้ไป...

กว่า 30ปี จนกระทั่งวันวิสาขบูชาที่ผ่านมาถึงได้มีโอกาสไปเยียมชมและสักการะเป็นครั้งแรก ลูกสาวคนโตปาเข้าไป 10ขวบเศษแล้ว บ่าย 2 โมงเศษในวันนั้น ผมก็ได้พาลูกสาว, แม่ และภรรยา มาถึงองค์พระสมุทรเจดีย์ ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว แต่ก็มีความสุขกันได้ครับ เหนื่อยก็พัก ร้อนนักก็หาที่หลบแดด กางร่มหรือวิธีอื่นๆ นั่งชมวิวริมแม่น้ำ นั่งฟังเรื่องเล่าสมัยก่อนจากอาม่า รวมทั้งตัวผมด้วย ที่เล่าให้ลูกฟังเกี่ยวกับพระสมุทรเจดีย์ ลูกสาวก็ฟังอย่างสนใจ จากนั้นเราก็ไปนมัสการองด์พระประธานที่อยู่ในโบถท์ ก่อนที่จะออกเดินทางเที่ยวต่อกันที่ป้อมพระจุลฯ ซึ่งอยู่ภายในกรมทหารเรือ อยู่ติดกับอ่าวไทย มาป้อมพระจุลฯ สิ่งแรกก็ต้องนมัสการอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 กันก่อน จากนั้นก็ต้องขึ้นไปดูเรือรบหลวงแม่กลองที่เคยไปปฏิบัติภารกิจต่างๆ มากมาย และไปไกลถึงทางยุโรปมาแ้ล้วด้วย เราเดินเที่ยวในเรือจนเวลาผ่านไปเกือบ 1ชั่วโมง ด้วยความสนอกสนใจของลูกสาว + กับความซนปืนขึ้นปีนลงทั้งห้องกัปตัน ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องอาหาร ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องเครื่อง และอื่นๆ จากนั้นเราก็ออกมาเดินเที่ยวต่อที่โรงเรียนศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนกันอีกกว่า 20นาที รวมๆ แล้วเราเดินกันไปชั่งโมงเศษๆ จึงทำให้ท้องร้องกันเลยทีเดียว เราจึงใช้บริการของสโมสรท้ายเรือหลวงแม่กลอง เพื่อรับประทานอาหารเย็นกันก่อนที่จะกลับบ้าน ซึ่งก็เป็นอาหารง่ายๆ ข้าวผัดปูคนละจาน ยำตะไคร้ และต้มจืดเต้าหู้หมูสับ ทานอาหารไป นั่งชมบรรยาศยามเย็นริมน้ำ พร้อมรับสายลมเย็นๆ มีความสุข...



หลังจากที่อิ่มกันแล้ว เราก็เดินทางกลับบ้าน ถือเป็นการท่องเที่ยวที่รอคอยมากว่า 30ปีทีเดียวเชียว. . .