หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2554

รถฟอร์คลิฟท์คือ ? What is forklift ?

Forklift_01หลายคนคงเคยรู้จัก, เคยได้ยิน หรือเคยสัมผัสกับเจ้ารถฟอร์คลิฟท์ กันมาบ้างไม่มากก็น้อย แต่ทว่าอีกหลายๆ คน  ก็สอบถามว่ารถฟอร์คลิฟท์คือรถอะไร เป็นยังไง ไม่รู้จักเลย...  ความจริงแล้วรถฟอร์คลิฟท์ หรือบางคนก็เขียนว่า รถโฟร์คลิฟท์ นั้นก็คือ เครื่องจักรที่เคลื่อนที่ได้ประเภทหนึ่ง ที่ด้านหน้าของมันมีงายาวๆ สองอันทำจากเหล็ก ใช้สำหรับยกสิ่งของที่มีน้ำหนักมากๆ ขึ้น หรือลงจากที่สูงได้  และเคลื่อนที่หรือเคลื่อนย้ายสิ่งของไปตามที่ต่างๆ ที่ต้องการได้ บางท่านอาจเรียกรถฟอร์คลิฟท์ ว่ารถยก ซึ่งก็จะซ้ำกับ รถยก ที่เวลารถยนต์เสียแล้วเราจะเรียกรถยกมาขนย้ายมัน ซึ่งนั่นก็เป็นรถยกประเภทหนึ่ง แต่ไม่ใช่รถฟอร์คลิฟท์ คำว่ารถฟอร์คลิฟท์ มาจากการเรียกทับศัพท์จากภาษาอังกฤษว่า Forklift ซึ่งก็มาจากคำ 2 คำว่า Fork (ฟอร์ค) ซึ่งแปลว่า “งา” และคำว่า lift (ลิฟท์) ซึ่งแปลว่า “ยก” นั่นเอง

ประเภทของรถฟอร์คลิฟท์

เราสามารถแบ่งรถฟอร์คลิฟท์ออกเป็น 2ประเภทใหญ่ๆ ตามลักษณะแหล่งพลังงานของมันคือ

1)   รถฟอร์คลิฟท์ไฟฟ้า คือใช้แบคเตอรี่เป็นเป็นแหล่งพลังงาน

2)   รถฟอร์คลิฟท์น้ำมัน ซึ่งก็ใช้น้ำมันเป็นแหล่งพลังงาน  รถฟอร์คลิฟท์แบบใชน้ำมันยังยังสามารถแบ่งย่อยออกเป็น น้ำมันเบนชิน, ดีเซล และแก๊ส ด้วย ซึ่งก็จะคล้ายๆ กับรถยนต์นั่นเอง

Forklift_01 Forklift_02 Forklift_03

การเลือกรถฟอร์คลิฟท์

ปัจจัยพื้นฐานที่เราจะต้องรู้ก่อนที่จะไปทำการเลือกซื้อ หรือเช่ารถฟอร์คลิฟท์ มีดังนี้คือ

1)   น้ำหนักของสิ่งของที่จะทำการยกหรือขนย้าย เพื่อเลือกระวางรถให้เหมาะสม 

2)   สถานที่ที่ใช้งาน อากาศถ่ายเทได้สะดวกหรือไม่ เพื่อเลือกประเภทแหล่งพลังงานให้เหมาะกับรถฟอร์คลิฟท์ และรวมถึงขนาดของรถด้วย

3)   ความสูงที่จะให้รถฟอร์คลิฟท์ยกสิ่งของ เพื่อเลือกความสูงของเสาที่สามารถยืด-หดได้ หรือต้องการเสาพิเศษ เพื่อสามารถเข้าไปยกของในตู้คอนเทนเนอร์ได้

4)   ระบบเกียร์ ว่าต้องการเป็นแบบเกียร์ธรรมดา หรือว่าเกียร์อัตโนมัติ

5)   อุปการณ์พิเศษอื่นๆ ที่สามารถติดตั้งได้ เช่น ที่คีบหรือที่หนีบ, งาหมุน, งาเท เป็นต้น

6)   ยี่ห้อของรถ ซึ่งความจริงแล้ว รถฟอร์คลิฟท์ทุกยี่ห้อก็ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้เหมือนๆ กันแต่ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้อีกเช่นกันว่าชอบยี่ห้อไหนมากกว่ากัน

ระบบต่างๆ ที่สำคัญของรถฟอร์คลิฟท์

1) ระบบเครื่องยนต์

2) ระบบขับเคลื่อน ระบบเกียร์

3) ระบบช่วงล่าง ระบบบังคับเลี้ยว และระบบเบรค ซึ่งรถฟอร์คลิฟท์นี้จะไม่เหมือนกับรถยนต์ เพราะรถฟอร์คลิฟท์จะขับเคลื่อน, เบรคล้อหน้า และบังคับเลี้ยวล้อหลัง 

4) ระบบไฮดรอลิก และระบบควบคุมเสาการขึ้นลงของเสา และงา

5) ระบบความปลอดภัยต่างๆ

ด้วยรถฟอร์คลิฟท์ เป็นเคลื่องจักรที่เคลื่อนที่ได้ และลักษณะการทำงานยังต้องยกสิ่งของขึ้น-ลงที่สูง และสิ่งของที่ยกก็มีน้ำหนักมากด้วย ดังนั้นการใช้รถฟอร์คลิฟท์จึงจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างมาก จึงได้มีการกำหนดข้อปฏิบัติต่างๆ เกี่ยวกับความปลอดภัยขึ้น ซึ่งข้อปฎิบัติต่างๆ นี้ได้มาจากเว็บความปลอดภัยในการใช้รถฟอร์คลิฟท์ ขออนุญาตคัดลอกมาเพื่อเป็นความรู้กัน 

ข้อปฏิบัติการใช้รถฟอร์คลิฟท์  เพื่อความปลอดภัย

1. ห้ามบุคคล ซึ่งไม่มีหน้าที่ หรือไม่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาทำการขับขี่รถโฟร์คลิฟท์โดยเด็ดขาด 

2. ในขณะที่มีการขับขี่รถโฟร์คลิฟท์ ห้ามบุคคลอื่นโดยสาร หรือขึ้นไปอยู่บนรถ 

3. ก่อนใช้โฟล์คลิฟท์ในแต่ละวัน ผู้ปฏิบัติงานที่มีหน้าที่ขับขี่ ต้องทำการตรวจสอบสภาพรถทุกครั้ง (สภาพภายนอก ,ระบบบังคับการ , ระบบห้ามล้อ) 

4. เมื่อยกของที่มีขนาดใหญ่กว่า ช่วงยาวของงา จะต้องทำการผูกมัดของที่ยกให้ยึดติดมั่นคงกับโฟล์คลิฟท์ 

5. การขับรถโฟล์คลิฟท์ลงตามทางลาด ผู้ขับขี่จะต้องใช้เกียร์ต่ำ 

6. การบรรทุกของ ห้ามบรรทุกของหนักเกินกว่าพิกัดที่กำหนดไว้ และห้ามบรรทุกของสูงเกินไป เพราะจะบังสายตาของผู้ขับขี่ 

7. ห้ามทำการยก หรือบรรทุกของเกินอัตราที่พื้น หรือกระดานทางลาดจะรับน้ำหนักไว้ได้ 

8. พนักงานขับรถโฟล์คลิฟท์ต้องสวมหมวกนิรภัย โฟล์คลิฟท์ต้องมีหลังคาโครงเหล็กปกคลุมเหนือตัวคนขับ ทั้งนี้เพื่อป้องกันของตกใส่จากที่สูง 

9. ผู้ขับขี่โฟร์คลิฟท์ต้องสำรวจเส้นทางให้แน่ใจว่า เส้นทางที่จะควบคุมรถให้วิ่งไปนั้น มีความกว้างเพียงพอที่รถ จะวิ่งผ่านไปได้ และไม่มีสิ่งกีดขวาง 

10. ก่อนจะเคลื่อนรถโฟร์คลิฟท์ ต้องยกงาให้พ้นจากพื้นไม่น้อยกว่า 10 เซ็นติเมตร และเมื่อรถโฟร์คลิฟท์วิ่งให้ยกงาสูงกว่าระดับพื้นไม่เกิน 30 เซ้นติเมตร พร้อมทั้งยกปลายงาเข้าหาคนขับ เพื่อป้องกันวัตถุที่ยกไหลตกลงมา 

11. เมื่อเลิกใช้งาน ต้องปล่อยงาให้ลงต่ำแตะพื้น ในลักษณะวางขนานกับพื้น ดับเครื่อง ห้ามดึงล้อมือ ถ้าจอดไว้ในบริเวณที่เป็นพื้นเอียงต้องใช้ไม้หมอนยันล้อไว้ เพื่อป้องกันรถไหล 

12. ต้องให้สัญญาณเสียงและไฟกระพริบ เมื่อรถโฟร์คลิฟท์วิ่งถอยหลัง 

13. ควรปรับระยะกว้างของงาให้กว้างที่สุดและพอเหมาะกับพื้นรองยก เพื่อไม่ให้วัสดุเอียงตก และเพื่อกระจายน้ำหนัก 

14. การสอดงา ควรให้งาทั้งสองห่างจากศูนย์กลางพื้นรองยกเท่ากัน เพื่อรักษาสมดุลของวัตถุ 

15. เมื่อต้องการใช้โฟร์คลิฟท์ ในสถานที่ที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ หรือ ในเวลากลางคืน ต้องจัดให้มีไฟส่องสว่างทางข้างหน้า และรอบบริเวณทำงาน


นอกเหนือจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว ยังมีเรื่องเกี่ยวกับการบำรุงรักษารถฟอร์คลิฟท์ด้วย ซึ่งขอยกยอด ไปในครั้งหน้าครับ


Write by : K.C.A.N

สวนกล้วยไม้แห่ง นครปฐม


ORCHAID_00เคยเขียนไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ด้วยเหตุผิดพลาดทางเทคนิคหน่อย ไม่รู้ว่าบล็อกนั้นหายไปไหน สงสัยว่าจะกดลบผิดอันในช่วงย้ายรูป เลยขอเขียนใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าเสียดายรูปกล้วยไม้สวยๆ ทั้งหลายที่มันหายไปด้วย เพราะว่ามันเป็นอีกหนึ่งช่วงความทรงจำที่มีความสุึขของครอบครัว เลยไม่อยากเก็บเอาไว้คนเดียว สู้เฝื่อแผ่ความสุขนี้ให้คนอื่นด้วยดีกว่า เผื่อว่าท่านอื่นๆ ได้เห็นแล้วอยากจะลองไปสัมผัสดู อย่างน้อยก็ได้ช่วยในเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับประเทศอีกไม่มากก็น้อย... ความจริงแล้วสถานที่แห่งนี้ ผมเองก็พึ่งจะรู้จัก เมื่อปลายปีที่แล้วนี่เอง เพราะว่าเพื่อนสนิทผมคนหนึ่งซึ่งอยู่ที่นครปฐมแถวๆ วัดอ้อมใหญ่แนะนำมาอีกที ด้วยความที่ว่าบ้านเพื่อนคนนี้ เคยเป็นสวนกล้วยไม้มาก่อน สมัยเรียนหนังสือด้วยกันเคยไปติวหนังสือกันที่นั่นบ่อย แต่หลังจากที่เรียนจบและต่างคนต่างทำงาน และผมก็ย้ายมาอยู่ปทุมธานี เราก็เลยไม่ได้พบกัน แต่เมื่อปลายปีที่แล้วด้วยความบังเอิญผมพบเพื่อนผมในโลกสังคมออนไลน์ จึงได้นัดว่าจะเข้าไปหาที่บ้าน เพื่อที่จะขอคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องของกล้วยไม้ที่แม่ผมแสนจะรัก แต่ว่ามันก็ไม่ยอมออกดอกมาให้แม่ผมเชยชมเสียที... แต่ด้วยกาลเวลา จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปมาก ระแวกแถวๆ บ้านเพื่อนผมกลายเป็นโรงงานอุตสาหกรรม เกือบหมด... วันที่ผมเข้าไปหาปรากฎว่าหลง จำไม่ได้เลยว่าบ้านเพื่อนอยู่ตรงไหน บรรยายกาศโดยรอบเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง มีแต่โรงงานกับหอพัก กว่าจะหากันเจอหมดค่าโทรศัพท์ไปตั้งเยอะ และเมื่อได้คุยกับเพื่อน เขาก็เล่าให้ฟังว่า เมื่อโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามา น้ำก็จะเสียตามมา และไม่สามารถที่จะใช้รดน้ำกล้วยไม้ได้ ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็จะขายที่ให้กับโรงงาน บ้างก็จะปลูกหอพักพนักงานกัน ซึ่งบ้่านเพื่อนผมเองที่ที่เคยปลูกกล้วยไม้ในสมัยก่อน ก็ถูกเปลี่ยนมาเป็นปลูกหอพักพนักงานเหมือนกัน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม เพราะไม่อาจจะฝืนกับกระแสส่วนใหญ่ได้ เพราะถ้าฝืนต่อไปก็คงจะไม่รอดเพราะว่าน้ำไม่สามารถใช้รดกล้วยไม้ได้ และอากาศเองก็ไม่บริสุทธิเหมือนเก่าด้วย, เพื่อนบอก


Orchid_05  Orchid_04

และเพื่อนผมก็แนะนำว่าเดี๋ยวนี้ถ้าต้องการจะดูหรือว่าซื้อกล้วยไม้ที่นครปฐมแล้วละก็ต้องข้ามไปทางฝั่งบางเลน ซึ่งธรมชาติทางฝั่งนั้นยังบริสุทธิอยู่มาก และเขาก็แนะนำ แอร์ ออร์คิดส์ ที่เขาบอกว่าเป็นความภาคภูมิใจของชาวนครปฐมเลย... เพราะว่าเป็นซุปเปอร์มาเก็ตกล้วยไม้แห่งแรกของโลก ไม่รู้ว่าเพื่อนผมมันพูดเกินจริงไปหรือเปล่านะครับ หรือที่เรียกๆ กันว่าโม้นั่นเอง^ ^ แต่ผมก็ต้องเชื่อเพราะว่าในฐานะที่เขาเป็นคนพื้นที่ และเขาเองก็เป็นคนนำทางผมไปโดยขับรถพาไปทางพุทธมลฑลสาย 4 ออกไปทางศาลายา แล้วขับตามทางที่เขาเขียนว่าไปบางเลน ระยะทางก็ไกลพอสมควรน่าจะซัก 30กว่าๆ กิโลเมตรเห็นจะได้ แถมเจ้าเพื่อนผมยังขับเสียเร็วอีก ไม่เห็นใจคนขับตามหลังที่ไม่รู้จักเส้นทางอย่างผมเลย แต่ยังไงๆ ผมก็ตามมาจนถึงจนได้ พอลงจากรถได้เท่านั้น แม่กับลูกสาวผมก็รีบตรงดิ่งเข้าไปข้างใน อย่างรอใครเลย ส่วนผมปิดประตูรถเสร็จ ก็หันไปจะต่อว่าเสียหน่อยว่าขับรถไม่รอกันเลย แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร เพื่อนผมก็ชิงบอกกับผมว่า "ทำไมมึงขับรถช้าจังว่ะ..." ตกลงผมเลยเป็นฝ่ายผิดอีก แต่ยังไงก็ต้องขอบใจเจ้าเพื่อนผมที่อุตสาห์ำพามาและทำให้แม่ผมมีความสุข ได้รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มอีก 1 แห่ง แถมยังมีกล้วยไม้สวยๆ และราคาไม่แพงมากขายเยอะด้วย สมกับที่เพื่อนผมมันคุยไว้จริงๆ

Orchid_12  Orchid_13  Orchid_07

ในขณะที่นั่งเขียนเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอดีตอยู่นี้ ฝนข้างนอกหน้าต่างก็ยังคงตกอย่างต่อเนื่อง น้ำก้อนมหึมาก็กำลังจะมาจากทางเหนือ ซึ่งชาวบ้านในหลายๆ จังหวัดทางภาคเหนือ และอีสานก็กำลังถูกน้ำท่วมกัน โดยเฉพาะที่จังหวัดอุตรดิตถ์ อำเภอน้ำปาด เห็นแล้วก็ได้แต่เศร้าและสงสาร แต่ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆ ท่านที่กำลังประสบภัยจากน้ำท่วมในครั้งนี้ด้วยภาพของกล้วยไม้ต่างๆ เพื่อบอกให้รู้ว่าโลกของเรายังมีสิ่งที่สวยงามรอเราอยู่ อย่าเพิ่งหมดหวังและกำลังใจ พรุ่งนี้จะต้องดีกว่าวันนี้ครับ

Orchid_06  Orchid_09  Orchid_08