หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2556

ขอพระปีใหม่ 2556 ณ วัดพระแก้ว


จากประโยคๆ หนึ่ง ของบล๊อกๆ หนึ่ง ซึ่งลูกสาวไปอ่านพบว่า " เกิดเป็นคนไทยต้องหาโอกาสไปไหว้พระแก้วมรกต ที่วัดพระแก้ว (วัดพระศรีรัตนศาสดาราม) ซักครั้งหนึ่งในชีวิต ไม่อย่างงั้นไม่ถือว่าเป็นคนไทย เพราะว่าขนาดคนต่างชาติ เขายังอุตส่าห์บินข้ามน้ำ ข้ามทะเลเพื่อมานมัสการ และขอพรจากองค์พระแก้วมรกตเลย " ลูกสาวผมถามผมทันทีว่า ลูกสาว : ป๊ารู้จักพระแก้วมรกตไหม..?, ผม : รู้จัก ทำไมรึ ?, ลูกสาว : เมื่อไหร่จะพาไปไหว้ซักที เดี๋ยวหมวยก็ไม่ได้เป็นคนไทยหรอก, ผม : ???? แล้วทำไมต้องไม่เป็นคนไทยด้วยล่ะ, ลูกสาวก็เลยชี้ให้ผมดูว่าเขาอ่านเจอมาว่าอย่างนี้ ผม : หัวเราะและก็บอกกับลูกสาวว่า ได้เลย ปีใหม่นี้เลยเป็นยังไง... (ก็พอดีว่าใกล้กับช่วงปีใหม่) อีกทั้งผมเองก็ไม่ได้ไปมานานมาก เกินกว่า 30ปีแน่นอน สมัยก่อนพ่อกับแม่ผมเองก็พานั่งรถเมล์ไป และน่าจะบ่อยเหมือนกัน เพราะจำได้ว่า จะไปเดินเล่นที่สนามหลวงด้วย สมัยก่อนสนามหลวงจะมีขายหนังสือต่างๆ ขายเยอะมาก ก่อนที่ร้านหนังสือเหล่านั้นจะถูกย้ายมาที่สวนจตุจักร

กี่ปีมาแล้วนะ ที่เขาย้ายจากสนามหลวงไปจัตุจักร ซึ่งหลังจากที่เริ่มโตขึ้นผมก็ไม่เคยไปแถวนั้นอีกเลย ยิ่งย้ายบ้านมาอยู่ที่ปทุมธานีด้วยแล้ว... นี่จึงเป็นการปลุกความทรงจำเก่าๆ ในอดีต ทั้งของผมและของแม่ผมด้วย และผมก็แซวลูกสาวผมด้วยว่า ปีใหม่นี้หมวยจะได้เป็นคนไทยที่สมบูรณ์แน่นอน...

แล้ววันอาทิตย์ที่ 30/12/2555 ก็เป็นวันที่ผมพาแม่ ลูกสาว และน้องสาว มานมัสการพระแก้วมรกตถึงที่วัดพระแก้ว ตั้งแต่เช้า โดยวัดพระแก้วจะเปิดประมาณ 8:00โมงเช้า ซึ่งผมคิดว่าวันนี้คนจะต้องเยอะมากแน่นอน ผมเลยบอกกับลูกๆ ว่าต้องไปถึงที่วัดแต่เช้าๆ ซึ่งเราก็ไปถึงที่วัดประมาณ 8:30ครับ แต่ขนาด 8:30 คนก็เริ่มมากแล้ว ดอกไม้ธูปเทียน ทางวัดจะมีจัดไว้ให้เป็นชุดๆ ละ 30บาทครับ โชคดีที่เกิดเป็นคนไทย ทำให้เราสามารถที่จะเดินเข้าวัดได้ทุกประตูที่เปิดและที่สำคัญคือเข้าฟรี แต่ถ้าหากว่าไม่ใช่คนไทยคุณจะต้องเข้าออกตามประตูที่กำหนดเอาไว้เท่านั้น และคิดว่าน่าจะต้องเสียค่าผ่านประตูด้วยนะครับ แต่อันนี้ไม่แน่ใจ
จุดแรกพอเข้าไปในตัววัดก็คือต้องไปนมัสการองค์พระแก้วมรกต ที่มีชื่อเต็มๆ ว่า พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ที่พระอุโบสถกันก่อนเพื่อขอพร โดยจะสามารถจุดธูปเทียนได้ ภายนอกพระอุโบสถ หลังจากปักธูปเทียนที่ด้านนอกแล้ว ก็ต้องเดินเข้าไปในพระอุโบสถเพื่อขอพรจากพระแก้ว และชมความงดงามของพระแก้ว และภายในพระอุโบสถด้วย แต่ว่าภายในพระอุโบสถนั้น เขาไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ 


ซึ่งวันนั้น คนเยอะมาก ต้องรอเข้าคิวกันเพื่อเข้าไปในพระอุโบสถ ซึ่งเวลาขณะนั้นก็ไม่น่าจะเกิน 9:20นาที หลังจากออกจากโบสถ์แล้ว ก็ต้องมาประพรมน้ำมนต์ โดยตั้งอยู่ทางด้านหน้าของพระอุโบสถ เพื่อความเป็นสิริมงคล แล้วก็ต้องเดินชมกำแพงระเบียงคดรอบๆ พระอุโบสถ ที่จะมีภาพเขียนสีบนกำแพงเป็นเรื่องของรามเกียรติ์ ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีชื่อเสียงของวัดพระแก้วด้วยเหมือนกัน ผมก็ได้เล่าต่อให้กับลูกๆ ได้ฟัง และในระหว่างที่เดินชมภายในวัดนั้นผมก็เล่าเรื่องต่างๆ ของวัดพระแก้วให้ลูกๆ ฟัง เช่น วัดพระแก้วเป็นวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีพระสงค์อยู่ในวัด ชื่อประตู และชื่อป้อมปืนรอบๆ กำแพงของวัด จะคล้องจองกัน ซึ่งผมจำได้ไม่หมดทั้งป้อมปืนและประตู ก็เลยไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ของทางวัด ซึ่งก็ได้ชื่อซุ้มประตูมา ส่วนป้อมปืนเจ้าหน้าที่เองก็จำไม่ได้ โดยเจ้าหน้าที่แนะนำให้ไปซื้อหนังสือที่เกี่ยวกับวัดพระแก้วเก็บเอาไว้ แต่ทว่าตามที่บอกว่าในวันนั้นคนเยอะมาก ทั้งคนไทยที่ไปขอพรปีใหม่แล้ว ยังมีชาวต่างประเทศ ทั้ง จีน, ไต้หวัน, ลาว, พม่า, ฝรั่ง, อื่นๆ ซึ่งมากันเป็นหมู่คณะ เป็นทัวร์ จำนวนมาก ประมาณ 10โมงเช้า บริเวณทั้งภายในและภายนอกพระอุโบสถเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทำให้รู้สึกอึดอัด แต่ถ้ามองในมุมของประเทศแล้ว ต้องบอกว่าบรรยายกาศการท่องเที่ยวกำลังดีมากเลยทีเดียว และก็ทำให้เกิตความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทยด้วย ขนาดคนต่างชาติเขายังต้องข้ามน้ำ ข้ามทะเลมานมัสการองค์พระแก้วมรกต ตามอย่างที่ในบล๊อกนั้นได้บอกไว้จริงๆ

เราเดินชมความสวยงามของวัดพระแก้ว และพระบรมมหาราชวัง จนกระทั่งเวลาเที่ยง เราก็ออกจากวัดเพื่อรับประทานอาหารกลางวันกันก่อนที่จะแวะไปยังบ้านของน้องชายในช่วยบ่ายต่อไป ข้างล่างเป็นชื่อซุ่มประตูที่ทางเจ้าพนักงานของทางวัดได้บอกมา ซึ่งลูกสาวเขาจดกลับมาบ้าน แต่ไม่รู้ว่าเขียนถูก หรือผิดยังไงนะครับ เป็นเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ จากการไปเที่ยววัดพระแก้ว ความจริงอยากให้ภรรยาผมไปด้วย บังเอิญเธอติดภาระกิจที่จะต้องเดินทางไป ตจว.ในช่วงปีใหม่ แต่ไม่เป็นไร เอาไว้ครั้งหน้ามาใหม่ก็ได้ ว่าแต่ว่า และแล้วลูกสาวผมก็ได้เป็นคนไทยโดยสมบูรณ์
ขอองค์พระแก้วช่วยคุ้มครอง คนในครอบครับของผมทุกๆ คนให้มีสุขภาพแข็งแรง ขอให้ประเทศไทยมีแต่ความสงบ ความสุข มีความรักให้แก่กัน และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดจนชั่วลูก ชั่วหลาน ไม่แพ้ชาติใดในอาเซียน และในโลก . . .

ประตูวิมานเทเวศร์, ประตูวิเศษไชยศรี, ประตูมณีนพรัตน์, ประตูสวัสดิโสภา, ประตูเทวาพิทักษ์, ประตูศักดิ์ไชยสิทธิ์, ประตูวิจิตรบรรจง, ประตูอนงคารักษ์, ประตูพิทักษ์บวร, ประตูสุนทรทิศา, ประตูเทวาภิรมย์, ประตูอุดมสุดารักษ์

โดย : K.C.A.N