หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

พระนคร ความภูมิใจของคนสยาม

เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้วเป็นวันอาทิตย์ ผมกำลังนั่งกินข้าวเช้ากับแม่ผมแบบชิวๆ อยู่หน้าบ้าน อยู่ๆ ก็มีเสียงร้องถามดังออกมาจากในบ้าน

ลูกสาว "ป๋า รู้จักภูเขาทองหรือเปล่า ?" 
ผม "รู้จัก ทำไมรึ ?"
ลูกสาว "แจนหมายถึงภูเขาทองในกรุงเทพฯ นะ ไม่ใช่ที่อยุธยา"
อาม่า "อาม่าเคยไปมาแล้ว สมัยที่อากงจีบอาม่าใหม่ๆ พาไปไหว้พระที่บนภูเขาทอง"
ลูกสาว "ที่ในกรุงเทพฯ นะ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องนานมากแล้วซิ"
อาม่า "ใช่ที่ในกรุงเทพฯ ภูเขาทองก็มีที่เดียว... นานซิ 50ปีได้แล้วมั้ง พ่อแจนก็อายุ 40กว่าแล้ว"
ผม "ว่าแต่ถามทำไม ภูเขาทองที่อยุธยาก็มีเหมือนกัน... ม้า ผมอธิบายเพิ่ม"
ลูกสาว "อยากไปอ่ะ พาแจนไปได้หรือเปล่า การบ้านทำเสร็จแล้ว อยู่บ้านแล้วมันเซ็งๆ"
อาม่า "ก็ดีซิ ไม่ได้ไปตั้งนานแล้ว จำได้ว่ามันสูงมากๆ ขึ้นไปข้างบน เห็นวิวรอบกรุงเทพฯ เลย แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้จะขึ้นไหวหรือเปล่า"
ผม "อืม... แต่นี่มันสายแล้วนะไปถึงที่โน่นก็น่าจะ 11โมง ร้อนนะจะเดินขึ้นไหวหรือเปล่า ? แต่ถ้าอยากไปก็... ไปอาบน้ำซิ"

ลูกสาว "อาบตั้งแต่เช้าแล้ว เปลี่ยนเสื้อกับกางเกงก็ไปได้เลย..."
อาม่า " ม่าก็อาบแล้วเหมือน เดี๋ยวไปเปลี่ยนเสื้อก่อน..."
ผม "ทำไมมันพร้อมแปลกๆ หว่า งั้นป๊าไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน"

ผมไม่อยากจะบอกเลยครับว่าผมเป็นคนกรุงเทพฯ แต่ไม่ชอบมากๆ ที่จะต้องเข้าไปขับรถในกรุงเทพฯ มันซับซ้อนบอกไม่ถูก...
จากบ้านผมไปวัดสระเกศผมคงจะยอมจ่ายค่าทางด่วนดีกว่า ง่ายดีวิ่งไปลงที่ถนนเพรชบุรี เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหลานหลวง วิ่งยาวๆ ทะลุออกราชดำเนินกลาง เลี้ยวซ้ายอีกครั้งเข้าถนนมหาไชย ซึ่งก็มีวัดราชนัดดารามวรวิหาร (โลหะปราสาท) อยู่ทางขวามือ ลูกสาวเห็นก็สอบถามอีก

ลูกสาว "ป๊าวัดอะไร ?"
ผม "ไม่รู้เหมือนกัน... รู้แต่เขาเรียกว่า โลหะปราสาท"
ลูกสาว "เขาเปิดให้เข้าหรือเปล่า ?"
ผม "น่าจะเปิดนะ ก็เป็นวัด และเป็นสถานที่ท่องเที่ยว"
ลูกสาว "เดี๋ยวกลับมาแวะได้หรือเปล่า ? สวยดี"
ผม "โอเค"
พอถึงแยกถนนมหาไชย ตัดถนนบำรุงเมือง เราก็เลี้ยวซ้ายเขาถนนบำรุงเมือง วิ่งถนนบำรุงเมืองมาถึง
แยกที่ตัดกับถนนจักรพรรดิพงศ์ ก็เลี้ยวซ้ายเขาถนนจักรพรรดิพงศ์ ประมาณ 200 เมตร วัดสระเกศ ก็จะอยู่ทางด้านซ้ายมือครับ พอจอดรถเสร็จเราก็ต้องไหว้หลวงพ่อโตในโบสถ์วัดสระเกศกันก่อนครับ เพราะเป็นพระประธานของวัด หลังจากนั้นก็เดินชมรอบๆ วัด ก่อนที่จะเดินขึ้นภูเขาทอง พอพาแม่ผมมาถึงตรงทางขึ้น แกก็บอกว่าจะนั่งรออยู่ข้างล่าง แต่พอเดินมาเห็นขั้นบันไดแล้วก้าวแต่ละก้าวไม่สูงมากนัก แกก็เลยตัดสิ้นใจเดินขึ้น ทำให้ผมรู้สึกประทับใจแม่ผมมาก ใจสู้มากๆ อายุ 77ปีแล้ว จะทำอะไรต้องใจสู้ให้ได้เหมือนอย่างแม่ผม เราก็ประคองกันขึ้นไปจนถึงข้างบนภูเขาทอง
แล้วก็ให้แม่ผมนั่งพัก ส่วนผมกับลูกสาวก็ขึ้นต่อไปยังเจดีย์ที่อยู่ด้านบนสุด ความจริงก็ชวนแกเดินขึ้นมาด้วย เพราะไหนๆ ก็ขึ้นมาถึงตรงนี้แล้ว แต่พอแกมาเห็นบันไดทางขึ้นแล้วแกก็บอกว่าไม่ไหวขอนั่งรอดีกว่า เราอยู่บนภูเขาทองเกือบ 30นาที รอจนอาม่าหายเหนื่อย แล้วก็ค่อยๆ เดินลงมาข้างล่าง จากนั้นก็เดินมาหาก๋วยเตี๋ยวกินกันคนละชาม ก่อนที่จะเดินทางออกจากวัดสระเกศ เพื่อขับรถย้อนกลับไปยังวัดราชนัดดาราม ตามที่ลูกสาวร้องขอเอาไว้ เราเข้าไปที่วัดราชนัดดาราม ต้องเสียค่าที่จอดรถ คันละ 30บาท แถมยังหาที่จอดรถค่อนข้างลำบาก แต่เราก็หาได้ จอดอยู่ทางด้านหน้าของโลหะปราสาทเลย อาม่าจะได้ไม่ต้องเดินไกลมาก

บอกตรงๆ ว่านี่เป็นครั้งแรกของผมเหมือนกันที่ได้มีโอกาสมาที่วัดแห่งนี้ และได้มาดูโลหะปราสาทใกล้ๆ ดูจากภายนอกก็ไม่อยากจะเชื่อว่าข้างในโลหะปราสาทจะมีถึง 7ชั้นเลยทีเดียว เปิดเป็นนิทรรศกาลโลหะปราสาท ซึ่งในแต่ละชั้นก็จะมีรูปแบบ และชื่อชั้นที่แตกต่างกัน แต่บอกได้ว่าสวยมากเลย แต่งานนี้อาม่าขอนั่งอยู่แค่ชั้นที่ 2ครับ เพราะบันได เป็นบันไดวนและก้าวค่อนข้างสูง ส่วนผมกับลูกสาวก็ค่อยๆเดินขึ้นไปสำรวจทุกชั้นๆ แต่ว่าบางชั้นก็ยังตกแต่งไม่เสร็จดี มีทั้งชั้นสำหรับนั่งสมาธิ ชั้นเดินจงกรม ชั้นสำหรับอ่านหนังสือ ซึ่งต้องจอโทษทีครับไม่ได้จดมาเลยจำไม่ได้ทั้งหมด หลังจากที่ลงมาจากบนยอดปราสาทแล้ว ก็เดินหาห้องน้ำก็พบกับร้านกาแฟสด เลยแวะพักเหนื่อยกัน จำได้ว่าประมาณบ่าย 2โมงครึ่งเห็นจะได้  ในระหว่างนั่งดื่มกาแฟอยู่นั้น 


ผม "ว่าวันนี้โอเคหรือ
เปล่า จะกลับบ้านกันเลยไหม"
ลูกสาว "กี่โมงแล้วอ่ะป๊า ?"
ผม "จะบ่ายสามแล้ว"
ลูกสาว "แจนอยากไปมิวเซียมสยาม"
ผม "มันปิดกี่โมงแล้วอยู่ตรงไหน"
ลูกสาว "จำได้ว่าปิด 6โมงเย็น อยู่ใกล้ๆ กับวัดโพธิ์"
ผม "วัดโพธิ์ ไปยังไงหว่า... งั้นไปเลยแล้วกัน"

เราก็ออกจากวัดราชนัดดาราม วิ่งผ่านถนนราชดำเนิน ไปสนามหลวงเข้าถนนสนามไชย และก็วิ่งจนใกล้ๆ จะถึงมิวเซียมสยาม แต่ว่าเป็นวันเวย์อยู่ช่วงหนึ่ง ต้องวิ่งอ้อมครับ แต่ในที่สุดเราดก็มาถึง "มิวเซียมสยาม" เป็นพิพิธภัณท์ ที่ว่าด้วยเรื่องราวประเทศสยามของเราตั้งแต่โบราณจนมาถึงปัจจุบัน 


ค่าเข้าชม ท่านละ 100บาท 
เด็กอายุไม่ถึง 15ปี เข้าฟรี 
ผู้ใหญ่อายุเกิน 60ปีก็เข้าฟรี 
และถ้าหากว่าเกิน 16:00 ก็จะเปิดให้เข้าฟรีเหมือนกัน

พิพิธภัณท์แบ่งออกเป็นหลายโซน มี 3ชั้น โดยพอเข้าไปแล้วก็จะได้ชมวีดิทัศน์เกี่ยวกับประเทศสยาม ส่วนรายละเอียดแต่ละโซนนั้นก็จำไม่ได้หมดครับ ต้องไปลองชมกันเอง แต่เรียกว่า 100บาท คุ้มค่าแน่นอนครับ แค่โชนเรือสำเภา การติดต่อการค้าก็สวยงามมาก โซนเงินตรา โชนกรุงเทพฯ ยุคต้นๆ วันนั้นกว่าจะออกจากมิวเซียมสยามก็เกือบๆ 6โมงเย็น ในระหว่างขับรถกลับบ้าน

ลูกสาว "เป็นยังไงบ้างวันนี้ป๊า ชอบอะไรมากที่สุด"
ผม "ชอบทั้ง 3แหละ มันสวยคนละแบบ แล้วแจนล่ะ"
ลูกสาว "ก็ชอบทั้ง 3 ที่เลย อาทิตย์หน้ามาเที่ยวอีกไหม"
อาม่า "มาซิ"
ผม "ขอดูก่อนนะ"

เป็นการท่องเที่ยวพระนครง่ายๆ ใน 0.5 วัน

อัลบัมรูป
โดย KCAN

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น