หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2558

วัดไทย สมัย ร. 5 ในสไตล์ยุโรป

ว่าจะเขียนเรื่องวัดไทยสไตส์ฝรั่ง ที่ได้ไปเที่ยวมาเมื่อวันมาฆบูชาที่ผ่านมา คือวัดนิเวศธรรมประวัติ วัดที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็ก กลางแม่น้ำเจ้าพระยาอ่ะครับ อยู่ติดกับพระราชวังบางปะอินโดยมีแม่น้ำกั้น ซึ่งใช่ที่จอดรถร่วมกัน ถ้าหากว่าไปเที่ยวที่วัดอย่างเดียว ไม่ต้องเสียค่าที่จอดรถ แต่ถ้าจะเข้าไปเยี่ยมชมที่พระราชวังบางปะอินด้วย ก็จะต้องเสียค่าที่จอดรถด้วย คันละ 20บาทครับ

พิกัด GPS 14.2322315,100.5765096พอเลี้ยวเข้าไปที่จอดรถแล้ว เราก็จะพบกับกระเช้าดังรูปข้างบนครับ บริการข้ามแม่น้ำจากฝั่งที่จอดรถไปยังฝั่งวัด ซึ่งจะบริการฟรีครับ แต่ทางฝั่งวัด ก็จะมีกล่องรับบริจาคช่วยค่าไฟฟ้าอยู่ ซึ่งเราก็สามารถนำเงินไปหยอดช่วยได้ครับ ลืมบอกไปว่า กระเช้าสามารถรับน้ำหนักได้ 8คน เพื่อความปลอดภัย
พอข้ามไปแล้วก็จะมีป้ายชึ้ไปยังพระอุโบสถ ทรงโบสถ์ของศาสนาคริสต์ แต่ต้องขออภัยที่ไม่มีรูปมาให้ดูเลย เพราะว่าเขากำลังปรับปรุง ทาสีอยู่ มีนั่งลานตั้งเต็มทั้งหลังเลย ไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่ เลยไม่ได้เก็บรูปมาฝาก คงจะต้องขออนุญาตนำรูปของท่านอื่นๆ มาให้ดูกันก่อนครับ แต่ว่าวันที่ไปเป็นวันพระใหญ่ ทางวัดเลยเปิดให้เข้าไปไหว้พระภายในโบสถได้ และรูปข้างล่างก็คือภายในพระอุโบสถครับ
นอกจากรูปแบบของพระอุโบสถที่เป็นทรงยุโรปแล้ว ก็จะมีกุฎิวัด และสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในวัดก็จะเป็นทรงยุโรป แถบทั้งสิ้น รวมถึง ประภาคารเกาะบ้านเลนที่อยู่บริเวณปลายสุดจะบอกว่าเป็นหัว หรือท้ายเกาะดี คือเป็นบริเวณที่แม่น้ำเจ้าพระยา แยกออกเป็น 2สาย เป็นจุดเริ่มต้นของเกาะครับ แต่เอาเป็นว่าจากพระอุโบสถเราจะเดินย้อนกลับมาทางที่จะขึ้นกระเช้า และเดินตรงต่อไปอีกทางหนึ่ง ก็จะพบกับประภาคารที่มีความสูงถึง 22เมตร พร้อมป้ายประวัติ (ข้อความในป้าย ตามตัวอักษรสีแดง ข้างล่าง)

“ประภาคารเกาะบ้านเลน ตั้งอยู่บริเวณด้านทิศใต้ของเกาะบ้านเลนหมู่ที่ 12 ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา "ประภาคาร" หรือ "กระโจมไฟ" เดิมเรียก "เรือนตะเกียง" ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า Lighthouse สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่สังเกตในการเดินเรือโดยสารตามไฟฉายแสงอย่างแรงไว้บนยอด ซึ่งแต่เดิมใช้ตะเกียงน้ำมันจากไขสัตว์หรือน้ำมันก๊าด  ต่อมาเปลี่ยนมาใช้ก๊าซและพลังแสงอาทิตย์แทนประภาคารเกาะบ้านเลน ก่อสร้างด้วยอิฐถือปูน มีลักษณะเป็นอาคารทรงกระบอกสอบเข้าจะฐานสู่ยอดฐานมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เมตร สูง 22 เมตร มีประตูทางเข้าสู่ภายในซึ่่งเป็นบันได 80 ขั้น เวียนจากฐานขึ้นไปสู่ส่วนบนซึ่งเจาะช่องประตูออกไปสู่ระเบียงด้านนอก ผนังส่วนกลางของประภาคารมีช่องหน้าต่างโค้งและกลม ส่วนบนเป็นหอกระจก หลังคาทรงกรวยแหลมคว่ำคล้ายหมวกจีน ใช้ติดตั้งตะเกียงน้ำมันประภาคารเกาะบ้านเลนนี้ สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เชื่อว่าสร้างขึ้นพร้อมกับวัดนิเวศน์ธรรมประวัติ ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้สร้างในปี 2421 เนื่องจากบริเวณเกาะบ้านเลนนี้ยังห่างไกลชุมชนทรงให้เรือกลไฟนำเสบียงมาส่งที่วัดทุก 15 วัน จึงจำเป็นต้องมีประภาคารไว้เป็นจุดสังเกตในระยะแรกมีเจ้าหน้าที่สำหนักพระราชวังเฝ้า แต่มาจึงใช้เด็กวัดชักรอกตะเกียงเพื่อเติมน้ำมันมะพร้าวและจุดไฟไว้บนยอดประภาคารทุกวัน ภายหลังได้บูรณะเปลี่ยนเป็นตะเกียงไฟฟ้า และเมื่อกิจการเดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาหมดความสำคัญ จึงเลิกใช้งานไปในที่สุด” 

ผมว่าทาง อบต. น่าจะจัดให้มีงานประจำปี เช่น จุดไฟตะเกียงประภาคาร โดยให้มีเรือมาล่องเยอะๆ น่าจะดี เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวครับ ทำเป็นรูปแบบงานวัดครับ
จบทริปวันมาฆบูชาแบบง่ายๆ ไม่เกินครึ่งวันครับ แล้วค่อยไปเวียนเทียนตอนเย็นอีกทีหนึ่งที่วัดแถวๆ บ้าน...
โดย : K.C.A.N

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น