หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2558

เที่ยวสงกรานต์ปี 2015

     สงกรานต์เวียนกลับมาอีก 1ปี ยังจำได้ว่าสงกรานต์ปี 2014 ไปเที่ยวที่เมืองจันทบุรีกันทั้งครอบครับ มามหาสารคาม เพื่อทำบุญกระดูกให้กับพ่อ แม่และยายของเขาครับ ซึ่งเมื่อเทียบกับคนจีนก็คงจะเหมือนกับประเพณีเช็งเม้ง ซึ่งผมก็มีหน้าที่ขับรถพาเขาไปเหมือนทุกๆ ปีที่ผ่านมา ซึ่งปีนี้ เราก็ออกจากปทุมธานีกันเช้าวันเสาร์ที่ 11 เมษายน ประมาณ 8โมงเศษๆ ซึ่งก็ทำใจเกี่ยวกับเรื่องจราจลเอาไว้แล้วในระดับหนึ่ง เพราะว่าก็ไปมาไม่รู้เท่าไหร่แล้วก็รถติดตลอด... แต่ปีนี้ลูกสาวบอกว่าจะพาอ้อมหลบรถติด โดยเริ่มจากสายคลองก่อนเลยครับ ไม่ไปทางมอเตอร์เวย์ เพราะรู้อยู่แล้วว่าจะต้องติดตรงทางออก เพราะว่ามีปั๊มน้ำมันเยอะมาก... เราขับอ้อมเลาะคลอง 10 ไปออกทางคลองระพีพัฒน์ตรงหนองแคโน่นเลยครับ พอออกตรงหนองแคเข้าถนนพหลโยธิน รถก็เยอะมากสลับชลอตัวไปจนถึงแถวๆ หินกอง ลูกสาวบอกว่าให้ใช้ทางคู่ขนาน เพราะจะพาไปทางลพบุรี ประกอบกับเพื่อนของภรรยาก็ไลน์มาบอกให้อ้อมไปทางอื่นเลย เพราะว่ามวกเหล็ก รถติดยาวมาก ออกจากบ้านตั้งแต่หกโมงเช้า พึ่งจะอยู่แถวๆ มวกเหล็ก ผมก็เลยอ้อมออกไปทางลพบุรี ก็รถติดบ้างแต่คงจะไม่มากเท่ากับทางมิตรภาพละมั้ง ทางที่ผมไป จะมีติดแบบหยุดนิ่ง ก็คงจะเป็นแยกไฟแดงตรงทางที่จะเข้าไปถนนสาย 21 ที่จะมุ่งหน้าไปทางจังหวัดเพชรบูรณ์  และบริเวณทางขึ้นเขาขาด แต่ทางตำรวจมีการเปิดเลนส์พิเศษเพิ่มอีก 1ช่องจราจล ซึ่งก็สามารถบรรเทาได้บ้าง และไปชลอตัวอีกครั้งก็บริเวณทางขึ้นเขาตรงเทพสถิตครับ แต่ก็ไม่มากเท่าไหร่ หลังจากนั้นก็ขับได้เรื่อยๆ แต่ว่าถนนเป็นเลนส์สวนกันนะครับ ถ้าเจอรถใหญ่ๆ ขับช้าๆ ก็ต้องรอจังหวะแซงครับ ไปจนถึงชัยภูมิ และลูกสาวก็บอกว่าให้ไปยังอำเภอชนบท และก็เข้าบ้านไผ่ ขับผ่านถนนมิตรภาพ ไปยังอำเภอบรบือ และมหาสารคาม รวมระยะทาง 470กว่ากิโลเมตร เวลที่ใช้วิ่งประมาณ 10ชั่วโมง อ้อมจากถนนมิตรภาพไปประมาณ 30กิโลเมตรกว่าๆ แต่ก็ไม่ถึงกลับติดแบบหยุดนิ่งอ่ะครับ เราไปถึงที่พักก็ 6โมงเย็นของวันที่ 11ครับ ซึ่งก็เป็นบ้านของญาติภรรยา
ปีนี้ ภรรยาเขาอยากที่จะกลับบ้านที่

วันอาทิตย์ที่ 12 เราแวะไปทำบุญที่วัดกันครับแถวๆ บ้านอานางน้อย บ้านมะค่า อำเภอกันทรวิชัย รวมญาติๆ และรดน้ำ ขอพรผู้ใหญ่กันตามประเพณี

พอช่วงบ่ายๆ เราก็วิ่งเข้าเมืองไปหาเพื่อนของภรรยา ซึ่งบ้านของเพื่อนเขาก็อยู่ใกล้ๆ กับศูนย์วัฒนธรรมท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอยู่ภายในวัดมหาชัย ผมเองก็ตั้งใจแวะไปเยี่ยมชมกัน แต่ทว่ามันไม่เปิดครับ ดูเหมือนกับว่ามันถูกปิดมานานแล้วยังไงบอกไม่ถูก อันนี้คงต้องฝากกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดให้ท่านช่วยแล้วแหละครับ 

วันนี้เราก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆ ภรรยาและน้องชายภรรยาที่เป็นสปอนเซอร์ที่พัก และอาหารค่ำให้ครับซึ่งทุกๆ ท่านที่รักเสียงเพลงแนวเพื่อชีวิต สามารถไปอุดหนุนได้ที่ สวนอาหารลานเพลง อยู่แถว มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อาหารอร่อย เพลงไพเราะ ราคาไม่แพง พิกัด GPS 16.250306,103.268525 


วันจันทร์ที่ 13 วันมหาสงกรานต์ ช่วงเช้าเราตั้งใจไปที่วัดป่าวังน้ำเย็น (วัดพุทธวราราม) เพราะว่าทั้งญาติ ทั้งเพื่อนภรรยา ก็แนะนำว่าจะต้องมาที่วัดนี้ รับรองว่าสวยมาก พิกัด GPS16.204164,103.303618

สวยจริงครับ เป็นไม้ทั้งหมด ทั้งกุฏิ, โบสถ์, และหอระฆัง  ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวัดสวยได้ครับ แต่ว่าตอนนี้ เจดีย์ยังสร้างไม่เสร็จดี ผมว่าการท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคามควรเข้าไปช่วย เพื่อสงเสริมการท่องเที่ยวได้ครับ และฝากผู้ว่าเรื่องถนนด้วยครับ ไม่ต้องขยายให้ใหญ่โตนะครับ เดี๋ยวจะเสียความเป็นวัดป่า ขอแค่ให้มันเรียบๆ ไม่เป็นหลุมเป็นบ่อก็พอ จากวัดป่าวังน้ำเขียวในช่วงสายๆ เราก็ต้องออกจากมหาสารคามเพื่อมุ่งหน้าไปหาพี่ชายของภรรยา ที่อำเภอประโคนชัย, บุรีรัมย์ ซึ่งจะต้องขับรถผ่านอำเภอนาดูน เราก็เลยตั้งใจที่จะแวะนมัสการองค์พระธาตุนาดูนซึ่งถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิคู่จังหวัดมหาสารคามเลยทีเดียว   และเพราะว่าไม่ได้ไป มานานกว่า 10ปีแล้ว เรามาถึงองค์พระธาตุนาดูนประมาณเที่ยงๆ คนเยอะเหมือนเดิมครับ หลายคนแวะมาเพื่อสงค์น้ำองค์พระธาตุฯ  แต่ผมและครอบครัวแวะเพื่อนมัสการเฉยๆ จากนั้นก็แวะหาอาหารเที่ยงทานกันครับ จากองค์พระธาตุนาดูน เราก็มุ่งหน้าไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ พอดีลูกสาวเห็นพระธาตุรูปทรงแปลกๆ อยู่ทางด้านซ้ายมือระหว่างทางที่จะไปบุรีรัมย์ ซึ่งผมเองตอนนั้นก็ขับรถเลยทางเข้าไปแล้ว ลูกสาวบอกว่าน่าจะแวะเข้าไปดู ภรรยาผมก็บอกว่าเราก็ไม่ได้รีบอะไร และตอนนั้นก็พึ่งจะบ่ายสองโมงเอง 

ก็เลยกลับรถเพื่อแวะดู ชื่อวัดระหาน (เกาะแก้วธุดงคสถาน) ของหลวงปู่จันทร์แรม เขมสิริ เป็นที่ปฏิสถานของพระมหาธาตุรัตนเจดีย์ศรีบุรีรัมย์ ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง สวยครับเป็นวัดป่าจริงๆ มีนกยูงเต็มไปหมด แต่ให้ระวังเรื่องรถกับนกยูงไว้นิดนึ่งครับ รถอาจเป็นรอยขีดข่วนได้... แต่เราคงไปโทษนกไม่ได้ครับ น่าจะโทษตัวเองที่จอดรถในที่ๆ เขาไม่ได้จัดเอาไว้ให้ 

พระมหาธาตุเจดีย์ฯ มี 4ชั้น ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ทั้ง 4ชั้นเลย

ชั้นที่ ๑ ใช้ประโยชน์เป็นศาลาอเนกประสงค์
ชั้นที่ ๒ เป็นสถานที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
ชั้นที่ ๓ เป็นอุโบสถ พิพิธภัณฑ์และที่ประดิษฐานรูปเหมือนของพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
ชั้นที่ ๔ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งสมเด็จพระสังฆนายกฝ่ายสยามวงศ์ และพระอัครมหาบัณฑิต วิมละรัตนะ เจ้าอาวาสวัดศรีเวฬุ

และด้านหลังอยูพระธาตุฯ ก็จะมีองค์หลวงพ่อทันใจประดิษฐานอยู่ด้วย ซึ่งพระในวัดแนะนำว่าขออะไรก็จะได้ตามที่ปรารถณาแต่ขอได้แค่ 1อย่างเท่านั้นนะครับ ถ้าหากว่าได้ตามที่ขอแล้วก็ให้นำกล้วยมาถวายท่านเป็นการแก้บน...  เราอยู่ที่วัดนี้โดยประมาณ 1ชั่วโมงเศษ แต่ก็ยังงงอยู่ครับ เพราะว่าในแผนที่ Google วัดนี้น่าจะอยู่ในเขตจังหวัดสุรินทร์ มากกว่าครับ แต่ในเมื่อเขาบอกว่าอยู่บุรีรัมย์ ก็บุรีรัมย์ ยังไงๆ ก็เป็นประเทศไทยเหมือนกัน 

หลังจากออกจากวัดเราก็มุ่งหน้าไปยังบ้านของพี่ชายภรรยา ที่อำเภอประโคนชัย ซึ่งบ้านเขาเป็นร้านขายต้นไม้ ไม้ดอกไม้ประดับเจ้าดังในอำเภอประโคนชัย ชื่อร้านสวนศิลป์ & ศรัญย์ ซึ่งก็เป็นสปนเซอร์ ของครอบครับผมในค่ำคืนนี้ครับ พิกัด GPS 14.663006,103.057303 คนรักต้นไม้แถวๆ ประโคนชัยและพื้นที่ใกล้เคียงสามารถแวะไปชมได้นะครับ

วันอังคารที่ 14 เราออกจากบ้านพี่ชายภรรยากันสายๆ ประมาณ 10โมงกว่าๆ เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน เฝื่อว่ารถจะติดตอนขากลับ ก็เห็นลูกสาวบอกว่าดูจากในเน็ต มีวัดที่สวยๆ อยู่วื่อว่าวัดเขาพระอังคาร ก็อยากจะให้แวะพาไปเที่ยว เพราะไหนๆ ก็มาถึงบุรีรัมย์แล้ว เลยตามใจลูกครับ ก็เลยแวะขึ้นไปเยี่ยมชมด้วย ซึ่งวันนี้จะออกเป็นแนวศิลปะของทางเขมร แต่ก็สวยงามแปลกตาดีครับ พิกัด GPS 14.534535,102.834711 

เราออกจากวัดนี้ก็ประมาณเที่ยงนิดหน่อย และเราก็มุ่งหน้าสู่อำเภอนางรอง เพื่อกินข้าวเที่ยงกัน ก่อนที่จะขับรถยาวๆ กลับบ้าน โดยกลับมาถึงที่บ้านก็ประมาณ 18นาฬิกานิดหน่อย เป็นการสิ้นสุดการเดินทางในทริปนี้ครับ

By: K.C.A.N




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น