หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

วันแรงงาน ที่บ้านกรูด ตอนที่ 2



แล้วเราก็มาถึงหาดบ้านกรูดแม้จะเย็นไปหน่อย เราก็เข้าไปพบกับพี่ดาว คุณครูแดง, คุณอา และพี่ๆ ทุกๆ คน ที่อุตส่าห์จัดเตรียมที่นอน หมอน มุ้งและอาหารเย็นเอาไว้ต้อนรับ หลังจากมื้ออาหารเย็น ก็เข้าไปในห้องนอนที่ทางพี่ดาวจัดเอาไว้ให้ เพื่อเก็บสัมภาระ ก่อนที่จะออกไปเดินเล่นริมหาดทราย และก็นั่งคุยกันก่อนที่จะแยกย้ายกันอาบน้ำและเข้านอนเพื่อพักผ่อน หลังจากเดินทางมาไกลกว่า 400 กิโลเมตร

เช้าวันรุ่งขึ้น เราก็ออกมาเก็บภาพบรรยายกาศยามเช้าที่ริมหาด และเล่นน้ำทะเลกันก่อนที่แดดจะแรงเพื่อป้องกันตัวดำ เราเล่นน้ำกันตั้งแต่เช้าตรู่ประมาณ 6โมง จนกระทั่ง 8โมงก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำจืด เพื่อเตรียมตัวไปทานอาหารเช้าที่บ้านครูแดงต่อ และพี่ดาวบอกว่าจะพาไปนมัสการพระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ ณ วัดทางสาย หรือวัดเขาธงชัย ที่อยู่บนเขาธงชัย


บรรยากาศบริเวณทางขึ้นเขาธงชัย ซึ่งเป็นเขาลูกไม่สูงเท่าไหร่ครับ เห็นมีรถทัวร์คันใหญ่ๆ ก็ยังสามารถขึ้นมาได้ พอขึ้นไปถึงข้างบนก็จะพบกับ พระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ รูปทรงแบบคันทาราช (ปางตรัสรู้) ลักษณะนั่งขัดสมาธิบนดอกบัว มีผ้าทิพย์พระนามาภิไธย ส.ก. มีพระพักตร์ที่งดงามมาก และหันพระพักตร์ออกสู่ทะเล องค์พระก่ออิฐถือปูน ลงรักปิดทอง หน้าตักกว้าง 5 วา อันเปรียบได้กับขันธ์ทั้ง 5 มีความสูงพร้อมฐาน 9 วา อันเปรียบได้กับนวโลกุตตรธรรม 9 กล่าวคือ มรรค 4 ผล 4 นิพพาน 1 มีฐานกว้างโดยรอบ 16 วา อันเปรียบได้กับ โสฬสญาณ คือ ญาณ 16 มีชื่อว่า "พระพุทธกิติสิริชัย
และทางด้านล่างขององค์พระ จะมีบันไดเพื่อลงไปยังตำหนักของท่านกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ บิดาแห่งกองทัพเรือไทยซึ่งเป็นที่นับถือของชาวเรือและประชาชนทั่วไป โดยสังเกตุได้จาก มีประชาชนนำประทัดมาจุดถวายท่านแทบจะตลอดเวลา ถึงขนาดจะต้องสร้างเป็นห้องสำหรับจุดประทัดโดยเฉพาะเลยทีเดียว เฉพาะบริเวณนี้ก็หมดไปกว่า 1ชั่วโมงแล้วครับ

หลังจากที่นมัสการองค์พระประธาน และท่านกรมหลวงชุมพรฯ แล้วเราก็เดินขึ้นไปยังพระมหาธาตุเจดีย์ฯ ระยะทางประมาณ 300-400เมตร เห็นจะได้ แต่ว่าเป็นทางขึ้นเขานะครับ สงสารก็แต่แม่ผม ใจก็อยากจะไปแต่ว่าขามันก้าวไม่ค่อยจะไหว แต่แม่ผมก็ยังสู้อุตส่าห์เดินไปได้ แต่ว่าไปได้แค่ตรงทางขึ้นบันไดเท่านั้นครับ น่าสงสารท่านจริงๆ เพราะว่าจะต้องขึ้นบันไดต่อขึ้นไปอีกหลายสิบขั้น จนท่านบอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวท่านนั่งรออยู่ข้างล่างแล้วกัน ทำให้คิดถึงเรื่องของ อารยสถาปัตย์เลย...  แต่ไม่เป็นไรครับ ก็คงจะต้องให้แม่ผมกับน้องสาวรออยู่ข้างล่าง เพราะไม่รู้ว่าจะทำยังไงได้ ก็หาที่ร่มๆ ให้ท่านนั่งรอครับ

 หลังจากที่เดินขึ้นบันไดมาก็จะเห็นองค์พระธาตุ 9ยอด ดังภาพ ซึ่งบอกได้คำเดียวว่าสวยงามมาก ส่วนเรื่องประวัติความเป็นมา สอบถามจากคนแถวๆ นั้นก็ได้ความว่า พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2539 เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล เฉลิมพระเกียรติ ในวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 50 ปี ซึ่งได้รับการออกแบบจาก ม.ร.ว.มิตรารุณ เกษมศรี สถาปนิกประจำราชสำนัก และศิลปินแห่งชาติ ด้วยความพิถีพิถันและทุ่มเทออกแบบอย่างสุดฝีมือ จนถูกยกเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นสำคัญชิ้นหนึ่ง โดยพระมหาธาตุเจดีย์เป็นแบบสถาปัตยกรรมไทยกรุงรัตนโกสินทร์ ในรัชกาลที่ 9 มีความงดงามและโดดเด่นสะดุดตาตั้งแต่ครั้งแรกที่พบเห็น คล้ายกับวิมานที่ลอยฟ้าอยู่บนสรวงสวรรค์ อยู่บนยอดเขาธงชัย โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า "พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ" ภายในพระมหาธาตุฯ ก็จะแบ่งเป็นหลายชั้น น่าจะ 4-5ชั้นเห็นจะได้ ซึ่งแต่ละชั้นก็จะมีความสวยงามและจุดประสงค์แตกต่างกันไปคับ ความจริงแล้วผมน่าจะอยู่ข้างบนนี้นานเพราะว่าสวยและมีมุมถ่ยรูปเยอะมาก แต่ว่า แม่และน้องสาวรออยู่ข้างล่าง ก็เลยต้องรีบลงไปดู ก็ปล่อยให้ลูกสาว และภรรยาเดินเที่ยวต่อไปตามชั้นต่างๆ ในพระธาตุฯ กันต่อ 



เราลงจากวัดประมาณ 10โมงกว่าๆ จากนั้นก็เข้าไปเก็บของที่บ้านพัก ก่อนที่บอกลาคุณครูแดง และอาๆเพื่อล่องขึ้นกรุงเทพฯ โดยแวะถ่ายรูปกับสถานีรถไฟบ้านกรูดเป็นที่ระลึกก่อนที่จะออกเดินทาง มุ่งสู่ปทุมธานี โดยคาดการว่าน่าจะถึงบ้านประมาณ 1ทุ่ม แต่ว่าเรามีแวะระหว่างทาง เข้าไปยังด่านสิงขร ซึ่งลูกสาวอยากจะเข้าไปดู ซึ่งระยะทางจากถนนเพรชเกษม เข้าไปประมาณ 15กม. เราถึงด่านสิงขรประมาณ บ่ายโมงกว่าๆ เราอยู่ที่ตลาดไม่เกิน 10นาที เพราะอากาศร้อนมาก ก็ประมาณขับรถวน และลงไปถ่ายรูปกับป้าย  ทำให้เสียเวลาไปอีกราวๆ 30นาที วันนั้นเรากลับถึงบ้านกับประมาณ 2ทุ่ม เกือบๆ 3ทุ่ม เป็นการจบทริปบ้านกรูดโดยสมบูรณ์แบบ


By: K.C.A.N


วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

วันแรงงาน ที่บ้านกรูด ตอนที่ 1

     วันแรงงาน วันที่ผู้ใช้แรงงานอย่างเราจะได้หยุดพักผ่อน เลยได้โอกาสที่จะพาลูกๆ ไปเที่ยวทะเลตามที่สัญญากันเอาไว้ว่าจะไปทุกปีช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ปีนี้ก็ได้ฤกษ์ก่อนที่จะเปิดเทอม จุดหมายปลายทางก็คือ หาดบ้านกรูด ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่เป็นบ้านเกิดของคุณพ่อพี่ดาว รุ่นพี่ที่ทำงานเก่า ซึ่งพี่เขาชวนผมและภรรยาไปเที่ยวในวันแรงงาน ซึ่งหยุด 3วัน โดยรุ่นพี่เขาจะร่วงหน้าไปก่อนตั้งแต่คืนวันพฤหัส ส่วนทางผมจะไปเช้าวันศุกร์ เพราะว่าปัญหาเรื่องสายตา เลยทำให้ไม่ค่อยชอบขับรถกลางคืนเท่าไหร่ เอาความปลอดภัยดีกว่า



     วันศุกร์ที่ 1 เราออกเดินทางตั้งแต่เช่้าประมาณ 6โมงกว่าๆ โดยใช้เส้นทางวงแหวนกาญจนาภิเษก เพื่อมุ่งหน้าไป ยังถนนพระราม 2 (ธนบุรี-ปากท่อ) เราเข้าพระราม 2 ประมาณ 8โมงกว่าๆ ก็แวะรับประทานอาหารเช้ากันและก็วิ่งกันยาวๆ โดยมีจุดหมายแรกอยู่ที่ ป่าคนปลูกแห่งปากแม่น้ำปราณบุรี "สิรินาถราชินี ศูนย์ศึกษาการเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลน" ตำบล ปากน้ำปราณ อำเภอ ปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทางตอนนั้นประมาณ 210กม. หรือประมาณไม่เกิน 3ชั่วโมงน่าจะถึง หรือประมาณเที่ยงๆ นั้นเอง แต่ในความเป็นจริงก็อาจจะเกินได้เพราะว่าเราแวะเข้าห้องน้ำตามปั๊มกันอีก 2-3 ครั้ง เรามาถึงที่ศูนย์สิรินาถราชินี ประมาณ บ่ายโมงกว่าๆ พิกัด GPS = 12.3945313, 99.9442497 ตามที่ได้เช็คอิน (Check in) เอาไว้ หลังจากที่เข้าไปในศูนย์ เราก็จะต้องไปลงทะเบียนกันก่อนครับ หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ก็จะพาเราไปดู วีดีทัศน์ เกี่ยวกับความเป็นไปเป็นมาของศูนย์แห่งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นจากพระราชดำริของพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินีของเรานั่นเองครับ เป็นป่าที่ถูกปลูกด้วยฝีมือมนุษย์แทบทุกตารางนิ้ว โดยในวีดีทัศน์บอกว่า แต่ก่อนพื้นที่แห่งนี้ถูกให้เช่าทำนากุ้ง และหลังจากที่หมดสัมปทานแล้ว พื้นที่แห่งนี้ก็ทุกปล่อยให้รกร้าง ดินเสื่อมคุณภาพ ไม่สามารถปลูกอะไรได้อีก ด้วยปัญหาดินเค็มจัด เพราะเป็นนา
กุ้งมาก่อน พอดีในหลวงมีโครงการจะปลูกป่า ซึ่งกรมป่าไม้ได้มอบพื้นที่แห่งนี้ให้ และมี ปตท. เข้ามาช่วย โดยในหลวงทรง ได้ให้คำแนะนำในการปลูกโดยให้ปลูกแบบปลูกข้าว เพื่อแก้ปีญหาเรืองดินเค็ม ให้มีการไถพลิกหน้าดินไปๆ มาๆ กว่าจะสามารถปลูกพืชได้ก็ประมาณ 4-5ปีเลยทีเดียว ตั้งแต่ปี 2537-2541 หลังจากดูวีดีทัศน์แล้ว ก็ออกมาดูที่พิพิธภัณฑ์ ซึ่งมีจัดเป็นนิทรรศการประวัติต่างๆ เอาไว้ด้วย หลังจากที่ดูออกจากพิพิธภัณฑ์ เราก็จะต้องเดินเข้าไปดูของจริงกันครับ ซึ่งไฮไลท์ ก็จะอยู่ที่หอคอยสูง 10เมตร กลางป่าปลูก ระยะทางเดินประมาณ 2กม. ก็ร่มรื่นดีแม้จะเป็นเวลาบ่าย และอากาศร้อนมากก็ตาม  ขนาดแม่ผมยังอยากจะไปเดินด้วยเลย แต่แม่ผมเขาเดินได้ประมาณ กิโลเมตรกว่าๆ เขาก็หยุดพัก คงเหลือแต่ผมกับลูกสาวสองคน ที่เดินต่อไปยังหอคอย เพื่อสำรวจความกว้างใหญ่ของป่า ระวางทางเดิน ก้ได้พบกับวิวที่สวยๆ หลายต่อหลายแห่งตามรูปข้างล่างเลยครับ ถ้าหากว่าไม่บอกว่าเป็นประเทศไทย หลายคนคงคิดว่าเป็นต่างประเทศอย่างแน่นอน
ส่วนจัดนิทรรศการ

และเรา 3พ่อลูกก็เดินทางขึ้นไปยังหอคอยได้ตามที่ตั้งใจเอาไว้ เห็นความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า รวมถึงความกว้างใหญ่ของผืนป่าด้วยแล้ว บอกตรงๆ เลยครับว่าในหลวงและพระราชินี ทรงทำเพื่อประชาชนของพระองค์จริงๆ อย่างน้อยก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยว เป็นศูนย์เรียนรู้ เป็นแห่งอาหารของคนในชมชนแถวๆ นั้น 
หลังจากที่พักเหนื่อยบนหอคอย และเก็บภาพเป็นที่ระลึกแล้ว เราก็เดินทางกลับออกมายังจุดนัดพบนั้นก็คือบริเวณที่เราลงทะเบียนในตอนแรกนั่นเอง ซึ่งก็จะใกล้กับที่จอดรถ เราออกเดินทางจาก ศูนย์สิรินาถราชินี กันประมณบ่ายสองโมงครึ่งเศษๆ และก็มุ่งหน้าต่อไปยังหาดบ้านกรูด...ซึ่งยังเหลือระยะทางอีกกว่า 160กิโลเมตร... อีก 2ชั่วโมงกว่าๆ เราก็จะถึงหาดบ้านกรูดแล้ว 

ซึ่งเราถึงที่หาดบ้านกรูดประมาณ 6โมงเย็น และได้รับการตอนรับอย่างอบอุ่นจากครอบครัวพี่ดาว รวมถึงอาๆ และพี่ๆ ทั้งหลายด้วยครับ ซึ่งขอยกยอดไปเล่าต่อในตอนหน้าแล้วกันครับ

BY: K.C.A.N

SPECIAL THANKS