หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ชั้น13 คลอง14

Your SEO optimized title รูปนี้ถูกถ่ายอย่างง่ายๆ ด้วยกล้องมือถือ บริเวณชั้นที่ 13 อาคารศูนย์รวมแพทย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คลอง 14 เมื่อวานนี้เอง (20/06/2558) เวลาน่าจะหกโมงเช้านิดๆ เป็นวันที่แม่ผมมาผ่าตัดตาต้อกระจกเป็นวันที่ 3 (วันกลับบ้าน) และผมไปนอนเฝ้าแม่ในคืนนั้น ตอนเช้าธรรมชาติเลยให้รางวัลเป็นรูปๆ นี้มาให้ ผมรู้สึกว่าสวยมากกับภาพที่เห็น เลยเอามือถือขึ้นมาเก็บภาพเอาไว้ 

แม่ผมพักอยู่ชั้นที่ 13 อาคารศูนย์รวมแพทย์ ซึ่งเป็นอาคารสูงเพียงอาคารเดียวในบริเวณดังกล่าว ที่เหลือจะเป็นทุ่งนาล้วนๆ จากชั้นที่ 13นี้สามารถที่จะมองเห็นได้ไกลถึงภูเขาที่อยู่ทางจังหวัดนครนายกได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว ซึ่งบอกตรงๆ ว่าสวยงามมากครับ แต่ว่าเราจะไม่เห็นพระอาทิตย์ เพราะว่าตัวอาคารบังเอาไว้ ต้องได้อยู่ที่ห้องริม ถึงจะสามารถเห็นพระอาทิตย์ขึ้นได้ 

ดีใจที่ได้มา แต่ขออย่าได้มาบ่อยๆ เลยนะครับ เพราะยังไงก็เป็นโรงพยาบาล ขอให้แม่ผมหายไวๆ หลังจากผ่าตัดแล้วขอให้แม่ผมเห็นภาพชัดๆ ไม่ต้องมัวๆ เหมือนเดิม จะได้เห็นรูปที่ผมถ่ายได้ชัดๆ ครับ ขอให้คุณแม่แข็งแรงๆ เป็นร่มโพธิ์ ร่มไทรให้ลูก หลานไปอีกตราบนานเท่านานครับ

รักแม่เสมอ


ขอขอบคุณคุณหมอทุกคนที่มีส่วนในการรักษา คุณแม่ของผมด้วยภาพๆ นี้ ครับ

 By: K.C.A.N

ขอบคุณพิเศษ:

ส่งเสริมสุขภาพกัน

เรื่องเทรนของสุขภาพกำลังมาแรง ความจริงแล้วก็เป็นเรื่องธรรมดานะครับ เพราะทุกๆ คนก็คงอยากที่จะมีอายุที่ยืนยาว และร่างกายที่แข็งแรงด้วย จะเห็นได้จากหลากหลาย อาหารเสริมที่ออกมาสู่ท้องตลาดแต่ความจริงแล้วในความคิดผมแค่เราออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็น่าจะเพียงพอ แต่ว่าบางคนก็อาจจะไม่มีเวลา เพราะต้องออกจากบ้านเพื่อไปทำงานกันตั้งแต่เช้าๆ และกลับมาก็มืดค่ำ เหมือนผมกับภรรยา และผมคิดว่าอีกหลายๆ ครอบครัวก็คงจะคล้ายๆ กัน วันที่ว่างก็น่าจะเป็นวันอาทิตย์ ยิ่งถ้าหากว่าไม่ได้ไปเที่ยวไหน ส่วนใหญ่ก็จะนอนอยู่บ้านเฉยๆ ดูทีวี และก็ กินโน่น กินนี่... สมัยที่ลูกสาวผมยังเล็กอยู่ ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเท่าไหร่ครับ


แต่สมัยปัจจุบัน ลูกสาวเริ่มจะโตเป็นสาว เรื่องความอ้วน เรื่องสุขภาพดูจะเป็นเรื่องใหญ่ของเขาเลย ทำให้พ่ออย่างเราก็ต้องเรียนรู้ไปกับเขาด้วยเหมือนกัน วันอาทิตย์ ก็ต้องไปหาที่ออกกำลังกาย บ้างวัน
ก็ไปตีแบดฯ บางครั้งก็ไปว่ายน้ำ โดยเฉพาะว่ายน้ำ ชอบกันมาก เพราะว่าอากาศช่วงนี้ก็ร้อนมากจริงๆ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็ไปว่ายน้ำกันที่สโมสรหมู่บ้านที่น้องชาย




สนุกดี นานๆ จะว่ายน้ำกับเขาซักครั้ง งานนี้ก็ถูกลูกสาวบังคับให้ลงไปว่าย ก็ว่ายอยู่ประมาณซัก 1ชั่วโมง ส่วนเด็กๆ ก็เล่นกันนานกว่านั้น น่าจะ 2ชั่วโมงครึ่งเห็นจะได้ เพราะเล่นตั้งแต่บ่าย 4โมงจน 6โมงครึ่ง กว่าจะยอมขึ้นจากน้ำกัน อาทิตย์นี้ก็ว่าจะไปกันอีกแล้ว . . .

มาออกกำลังกายกันครับ เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกๆ ท่าน

ฺBY: >>> K.C.A.N

SPECIAL THANKS

วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ทำบุญ วันวิสาขบูชา

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปไว้เหมือนโกหก 

    วันวิสาขบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญทางพุทธศาสนาของชาวไทย และชาวพุทธทั่วโลก โดยองค์การสหประชาชาติได้ยอมรับญัตติที่ประชุมกำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโลกโดยเรียกว่า Vesak Day ตามคำเรียกของชาวศรีลังกา เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2542 และกำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันหยุดของสหประชาชาติอีก 1วันด้วย      และพอดีว่าคุณครูที่โรงเรียนของลูกสาว ก็บอกกับนักเรียนว่า ให้นักเรียนไปวัดในวันวิสาขบูชาด้วย โดยให้ถ่ายรูปตัวเอง มาส่งคุณครูด้วย ผมเองก็พึ่งจะเคยได้ยินเหมือนกัน เหมือนบังคับให้นักเรียนต้องไปวัดทางอ้อม แต่ผมชอบนะครับสำหรับความคิดแบบนี้ ผมก็เลยถามกับลูกสาวไปว่า แล้วเอารูปไปส่งคุณครูทางไหน ลูกสาวตอบว่าก็ทาง เฟสบุคส์ (Facebook) ไง... โอโห้ เดี๋ยวนี้มันทันสมัยกันขนาดนี้เลยรึ ส่งงานทางเฟสบุคส์ เอาเป็นว่าเราวกกลับมาเรื่องไปวัดทำบุญดีกว่าครับ วัดที่เลือกก็คือวัดสิงห์ และวัดเจดีย์ทอง ทั้งสองวัดนี้อยู่ที่อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี เพราะเป็นวัดที่ยังไม่เคยไปและไม่ไกลจากบ้านมากเท่าไหร่นัก โดยวัดแรกที่ไปก็คือวัดสิงห์ พิกัด GPS คือ 14.0540023,100.5404266 การเดินทางใช้ถนนสายปทุมธานี-สามโคก ประมาณ 3 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวาเข้าวัด เป็นวัดเก่าแก่ซึ่งยังปรากฏเจดีย์ โบสถ์ วิหารเก่าแก่ ควรค่า
แก่การศึกษาด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี ภายในโบถส์ของวัดสิงห์ ซึ่งเห็นเขาบอกว่ามีพระหน้ายิ้ม กับพระหน้าบึ้งประดิษฐานอยู่ แต่ว่าผมดูไม่ออกอ่ะครับไม่รู้ว่าองค์ไหนหน้ายิ้ม หรือองค์ไหนหน้าบึ้ง รู้แต่รูปนี้เป็นรูปที่ลูกสาวต้องการอย่างยิ่งเพื่อไปส่งคุณครู แต่ไม่รู้คุณครูจะเชื่อหรือเปล่า เพราะเห็นแต่ข้างหลังของลูกสาว แต่ลูกสาวบอกว่าคุณครูจำได้อยู่แล้ว...
พอออกจากโบสถ์ ก็จะต้องไปนมัสการต่อที่บนศาลา ซึ่งจะมีพระพุทธรูปสำคัญของวัดคือ หลวงพ่อโต พระพุทธรูปลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย สมัยกรุงศรีอยุธยา พระพุทธไสยาสน์ (หลวงพ่อเพชร) นอกจากนี้ยังมีโกศบรรจุอัฐิหลวงพ่อพญากราย ซึ่งเป็นพระมอญธุดงค์มาจำพรรษาที่วัดสิงห์ บนกุฎิของวัดมีพิพิธภัณฑ์ เก็บรักษาของเก่า ได้แก่ ตุ่มสามโคก แท่นบรรทมของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อครั้งเสด็จประพาสเมือง สามโคก ใบลานอักษรมอญ ตู้พระธรรม, และอื่นๆ อีกมากมาย 
     หลังจากที่กราบ หลวงพ่อโต และหลวงพ่อเพรชเรียบร้อยแล้ว ก็พอดีมีคุณยายที่อยู่บนศาลา แนะนำว่าให้ลองแวะดูที่เตาเผาตุ่มโบราณ ซึ่งอยู่เยื้องๆ กับประตูทางเข้าวัดไปทางซ้ายมือ ประมาณ 50 เมตร ซึ่งจะเห็นตุ่มหรือโองวางอยู่ด้านหน้า และมีป้ายหินอ่อนเกะสลัก เป็นนิราศภูเขาทอง


"ถึงสามโคกโศกถวิลถึงปิ่นเกล้า
พระพุทธเจ้าหลวงบำรุงซึ่งกรุงศรี
ประทานนามสามโคกเป็นเมืองตรี 
ชื่อปทุมธานีเพราะมีบัว"


โบราณสถานเตาโอ่งอ่าง
หมู่ 2 ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี

อันนี้ต้องขอโทษผมลืม เช็คอิน เลยไม่มีพิกัด GPS มาโชว์ แต่ว่าเยื้องๆ จากประตูวัดสิงห์ มาทางซ้ายมือตามที่คุณยายแนะนำจริงๆ ครับ หลังจากที่แวะถ่ายรูปเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็มุ่งหน้าสู่วัดที่สอง นั่นก็คือ วัดเจดีย์ทอง วัดเจดีย์ทองเป็นอีกหนึ่งวัดที่ติด แม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ใกล้-ไม่ไกลจาก วัดโบสถ์ ที่มีสมเด็จพุทธาจารย์โต องค์ใหญ่ มากนัก พิกัด GPSที่เช็คเอาไว้คือ 14.0862974,100.5244985 พอขับรถเข้าไปถึงด้านหน้าวัดที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ก็จะเห็น เจดีย์สีทอง สวยงามมาก 


เลยเก็บรูปมาให้ดูหลายๆ มุม และรวมถึงมุมแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย ผมชอบวัดที่ติดแม่น้ำอยู่ 1 เรื่องก็คือ ลมที่พัดตลอดเวลา แม้ว่าอากาศจะร้อนบ้าง เพราะตอนนั้นก็ประมาณใกล้ๆ เที่ยง แต่ลมพัดตลอดเวลาเลย ทำให้อากาศไม่ร้อนมากเท่าไหร่

กราบพระ ทำบุญ ถวายสังฆทาน และที่สำคัญคือได้พาแม่ไปเที่ยวในวันวิสาขบูชา หลังจากนั้นเราก็ขับรถกลับมาบ้าน แต่ก่อนกลับบ้านเราก็แวะหาอาหารกลางวันกินกันก่อนครับ แล้วตอนเย็นเย็นๆ เราก็ค่อยออกไปเวียนเทียนกันอีกครั้งที่วัดแถวๆ บ้าน 

ขอขอบคุณ


โดย: K.C.A.N