หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เที่ยว 2 พิพิธภัณฑ์ ใน 2 จังหวัด

วันเสาร์ที่ 17/10/2015 อีกหนึ่งวันที่อยู่บ้านประมาณ ครึ่งวันแล้วเกิดอาการเบื่อ หลังจากที่ครึ่งวันเช้าได้ทำความสะอาดบ้าน และล้างรถเสร็จแล้ว ลูกสาวบอกว่าแม่โทรมา ถามว่าวันนี้ไม่ออกไปไหนกันรึ ตอน 5โมงให้ไปรับด้วยที่โรงงาน...

ผมก็ไปอาบน้ำ เพราะล้างรถแล้วตัวมันเปียก ในขณะอาบน้ำอยู่ ก็ได้ยินเสียงลูกสาวตะโกนถามว่า ป๋า รู้จักพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศไหม? พาไปดูหน่อย ผมก็บอกว่าไม่รู้จัก ใช่ที่ดอนเมืองไหม ลูกสาวบอกว่าอยู่ข้างหลังสนามบินดอนเมือง จากในแผนที่นะ ผมก็บอกว่าไปก็ไปซิ ลูกสาวบอกว่ามีเครื่องบินเป็นร้อยเลยตั้งแต่สมัยโบราณ จนถึงปัจจุบัน พอผมอาบน้ำเสร็จลูกสาวก็เข้าไปอาบต่อ แล้วผมก็ไปชวนแม่ผมให้ไปด้วยกัน แม่ผมก็งงๆ แต่ก็ไม่ปฎิเสธเพราะแกเองก็นักท่องอยู่แล้ว... ประมาณบ่าย 1โมงครึ่ง เราก็มาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ พึ่งจะรู้ว่าอยู่ใกล้ๆ แค่นี้เอง อยู่บนถนนพหลโยธินฝั่งขาออก ใกล้ๆ  โรงเรียนนายเรืออากาศ พิกัด GPS คือ 13.9195843,100.6222458 พอเลี้ยวเข้าไปก็เจอเครื่องบินรบสมัยก่อน จอดอยู่ด้านหน้าอาคารหลายลำ รวมถึงอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ด้วย พอเข้าไปในตัวอาคารแรกก็เห็นเครื่องบินรบตามรูปข้างล่าง พร้อมข้อความว่า
"น่านฟ้าไทย จะมิให้ใครมาย่ำยี"


อ่านแล้วรู้สึกดีจริงๆ... ภายในอาคารแรกจะมีประวัติเกี่ยวกับการบินของประเทศไทย เครื่องบินลำแรกๆ ของประเทศ รวมถึงการสร้างเครื่องบินในประเทศไทยเราด้วย นอกจากนั้นยังมีเครื่องบินรบ F-5A ลำแรกของโลก และอีกหลายแบบหลายอย่างที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจเกี่ยวกับการบินให้กับเด็กๆ ได้เป็นอย่างดีมาแสดงด้วย 
จากอาคารแรก เราก็เดินไปยังอาคารที่ 2 ที่อยู่ข้างๆ กัน ก็จะเก็บเครื่องบิน สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 พอออกจากอาคารที่ 2 ทางด้านหลัง ก็จะเป็นลานกว้าง ซึ่งก็จะมีเครื่องบินจอดอยู่หลายลำมาก และก็ถึงอาคารที่ 3 ซึ่งเป็นอาคารเก็บเครื่องบินแบบปีกหมุน หรือเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งก็จะมีประวัติตั้งแต่แรกที่มีเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ในประเทศไทย จนถึงปัจจุบัน 

เราออกจากพิพิธภัณฑ์บ่าย 3โมงกว่าๆ เพราะว่าอาม่าเดินไม่ไหวแล้ว และอากาศก็ร้อนมากด้วย ผมเองก็ขับรถมุ่งหน้าไปนวนครเพื่อจะไปรับภรรยาผม แต่ว่าเวลามันเหลือเยอะมาก ต้องไปรออย่างน้อยๆ ก็ 1ชม. กว่าภรรยาผมจะเลิกงาน 
ลูกสาวบอกว่างั้นแวะที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพซิ ข้างในมีพิพิธภัณฑ์เครื่องถ้วย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย...  ผมก็งง ว่ารู้ได้ยังไง ลูกสาวก็บอกว่าอากรูบอกมา เราเลยได้แวะที่นี่อีกประมาณ 30-40นาที เป็นห้องแอร์ เย็นสบาย อยู่ชั้นใต้ดินด้วย มีที่นั่งให้อาม่านั่ง แต่พอให้นั่งก็ไม่ยอมนั่ง...เราอยู่ที่นี่จนพิพิธภัณฑ์ปิด (ประมาณ 16:30) และก็ขับรถไปรับแฟนผมที่นวนครตามเวลาที่นัดเอาไว้คือประมาณ 5โมงเย็น
ผมเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าจะมีพิพิธภัณฑ์ 2แห่งนี้ ที่อยู่ในพื้นที่ 2จังหวัด และสามารถเที่ยวได้ในครึ่งวันแบบนี้ ต้องขอบใจลูกสาว และอากรูด้วย เลยอยากเผยแพร่ต่อให้คนอื่นๆ ได้รู้จักบ้าง
ฺBY: K.C.A.N

วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2558

วันที่ 10 เดือน 10

ความจริงก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษในวันที่ 10 เดือน 10 ที่ผ่านไป จำได้ว่าลูกสาวให้พาไปดูงานเกี่ยวกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย (Admission) ที่ไบเทค บางนา พอดีลูกสาวเรียนอยู่ชั้น ม.4 แล้ว เขาก็เลยมีความสนใจว่าเขาควรจะไปสอบต่อคณะอะไร และมีมหาวิทยาลัยอะไรบ้างที่มีคณะที่เขาสนใจ ตอนแรกเห็นว่านัดกันจะไปกับเพื่อนที่โรงเรียน แต่ว่าเพื่อนติดธุระกระทันหัน ก็เลยขอให้ผมช่วยพาไปหน่อย ก็ไม่มีปัญหา เลยยกไปทั้งครอบครัวเลย เฝื่อไปเที่ยวต่อกันอีก...

8:00 ณ ไบเทค... ในระห่วงรอลูกสาว ทั้งสองเดินเข้าไปชมงานกับแม่เขา ผมก็พาแม่ผมเดินมาหาของกินรองท้องเอาไว้ก่อนซึ่งก็เป็นข้าวต้ม สำหรับแม่ผม และกาแฟเย็นสำหรับตัวผมเอง ประมาณ 1ชั่วโมงเศษ ลูกสาวก็โทรมาบอกว่าดูเสร็จแล้ว... ผมก็บอกว่าให้ไปเจอกันที่รถเลย โดยผมกะเอาไว้อยู่แล้วว่าจะต้องเสร็จเร็ว เลยนั่งค้นหาสถานที่เที่ยวที่ใกล้เคียงกับไบเทค บางนาเอาไว้หลายที่คับ ทั้งเมืองโบราณ, ฟาร์มจระเข้, พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ แต่ว่าแต่ละสถานที่ก็ไปกันมาแล้วทั้งนั้น โดยเฉพาะเมืองโบราณ ลูกสาวบอกว่าโรงเรียนก็พึ่งจะพามา... อีกอย่างคือแต่ละที่ที่นำเสนอ ลูกสาวบอกว่าต้องเสียเงินเข้าอย่างแพงด้วย... แล้วจะให้เที่ยวที่ไหนที่ไม่ต้องเสียเงินล่ะสมัยนี้ ไม่มีแล้วนอกจากวัด ผมก็บอกกับลูกสาวไปว่าอย่างงั้น ลูกสาวดันตอบผมว่า ก็ไปเที่ยววัดไง...ไปไหว้หลวงพ่อโสธรก็ได้ ฉะเชิงเทราแค่นี้เอง... 

แต่ว่าผมชี้เกียจขับรถอ่ะบอกตรงๆ เลยครับ แต่ก็ไม่ได้บอกออกไปนะครับ ได้แต่คิดอยู่ในใจ ส่วนมือก็ยังค้นหาสถานที่เที่ยวต่อ โดยเปลี่ยนไปในลักษณะวัดสวยงาม ซึ่งก็เจอพอดีเลยครับ เหมือนสวรรค์มาโปรด เพราะอย่างน้อยก็ไม่ต้องขับรถไปไกลมาก วัดนั่นก็คือ "วัดอโศการาม" พอดีค้นหารูปภาพ ก็ปรากฎองค์เจดีย์ของวัดซึ่งสวยมาก ก็เลยบอกว่าจะพาไปเที่ยวที่วัดนี้ ทุกคนโอเคไหม เพราะว่าทุกคนยังไม่เคยไป ซึ่งก็เป็นไปตามที่คิดไว้ ว่าไม่มีใครปฏิเสธ เราไปถึงวัดก็ 10โมงครึ่ง พอทุกเห็นองค์เจดีย์หมู่ก็บอกว่าสวยมาก และก็ถามต่อว่าเขาให้เข้าข้างในหรือเปล่า เห็นประตูปิด และไม่ค่อยมีคนด้วย ซึ่งทางวัดเขาให้เข้าไปเดินชมได้นะครับ ที่ปิดประตูไว้ก็เพื่อป้องกันสุนัขในวัดเข้าไปครับ ก็เลยปิดประตูเอาไว้ ส่วนแม่ผมก็นับองค์เจดีย์ ก็ปรากฎว่ามีทั้งสิ้น 13องค์ด้วยกัน  เห็นมีป้ายบอกว่าเป็น ธุตังคเจดีย์ 
ส่วนฝังตรงข้ามกับเจดีย์ ก็จะเป็นวิหารสุทธิธรรมรังสี ซึ่งก็สวยมากครับ ขึ้นไปบนวิหารเพื่อไหว้พระพุทธชินราชจำลอง และเคารพศพของท่านพ่อลีด้วย

และสุดท้ายก่อนกลับก็จะไหว้พระเจ้าอโศกมหาราชกันซักหน่อยครับ เพื่อความเป็นศิริมงคล เราออกจากวัดประมาณ 11โมงกว่าๆ ก็ต้องหามื้อเที่ยงกินกันก่อนจะกลับบ้าน โดยไปแวะที่ สถานตากอากาศบางปู โดยหวังว่าจะได้พบนกอพยพมาบ้าง แต่ว่าสงสัยอากาศยังไม่หนาวมาก นกก็เลยยังไม่อพยพมากัน ก็เลยได้แค่กินข้าวเฉยๆ พอออกจาก สถานตากอากาศบางปู ก็มุ่งหน้ากลับบ้าน โดยตั้งใจจะไปขึ้นมอเตอร์เวย์



ซึ่งต้องขับผ่านบางบ่อ ก็จะเป็นแหล่งขายปลาสลิดชื่อดัง ก็เข้าทางภรรยาผมเลยครับ ให้แวะตลอด... ความจริงถ้าจะแวะเที่ยวที่วัดหงษ์ทองก็ได้ครับ เพราะว่าต้องขับรถผ่านอยู่แล้ว แต่ว่าเราก็พึ่งจะมาเมื่อไม่นานนี้ ก็เลยไม่มีใครอยากจะแวะกัน..
วันนั้นกว่าจะกลับถึงบ้าน ปาเข้าไป บ่าย 3โมงกว่าๆ เลยทีเดียว  แต่ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่มีความสุขง่ายๆ 

By: K.C.A.N


วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2558

วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ

เมื่อวันที่ 20/9/2015 ผมพาแม่ผมไปเที่ยวบ้านน้องขาย ที่แถวๆ ถนนวุฒากาศ ปกติ ผมจะพาแม่ผมไปบ้านน้องชายบ่อยอยู่ แต่ช่วงหลังๆ ไม่ค่อยได้ไป เพราะน้องผมจะขับรถมาหาแม่ผมซะเป็นส่วนใหญ่ มาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 20/9 แม่ผมเขาเกิดคิดถึงน้องชายผมขึ้นมา เลยชวนไปเที่ยว ผมก็เลยขับรถพาไป ซึ่งก็ไปถึงบ้านน้องชายประมาณ 5โมงเช้า

ก็เจอหลานๆ อยู่ในบ้านส่วนน้องชายผมไปส่งลูกค้าที่ไหนก็ไม่รู้ ยังไม่กลับเข้ามา ก็เลยนั่งรออยู่ที่บ้าน โดยให้หลานๆ ไปซื้อข้าวเที่ยงมานั่งกินด้วยกัน ประมาณ 20นาที น้องผมก็กลับมา หลังจากนั่งกินข้าวเที่ยง และนั่งคุยกันซักพัก อยู่ดีๆ หลานสาวคนสุดท้องก็ทักขึ้นว่า ป๋าพาอาม่าไปเที่ยววัดปากน้ำ ที่พาเหมิยไปเมื่ออาทิตย์ก่อนซิสวยดี...

หลานออกตัวขนาดนี้ น้องชายผมก็บอกว่า พึ่งพาไปเมื่ออาทิยต์ก่อนเองสงสัยจะประทับใจเลยอยากจะไปใหม่อีกครั้ง ตอนนี้เจ้าอาวาสวัดปากน้ำองค์ปัจจุบันเป็นรักษาการพระสังฆราช  รวมถึงชื่อเสียงของหลวงปู่สดที่สะสมมานานด้วย เลยมีคนมาเที่ยวกันเยอะมาก และตอนนี้เขามีการสร้างเจดีย์ขึ้นมาใหม่ ภายในเจดีย์มีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และมีของสะสมต่างๆ ในแต่ละชั้นด้วยคล้ายๆ กับพิพิธภัณเลยสนใจจะไปหรือเปล่า

แม่ผมตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่าสนซิ จะไปกันหรือยัง สมกับที่เป็นนักเดินทางจริงๆ หลังจากที่รอหลานๆ ทยอยกันอาบน้ำแต่งตัว เราก็ออกจากบ้านน้องชายประมาณ บ่ายโมงเศษๆ ไปถึงวัดก็ไม่เกิน 15นาทีจากบ้านน้องชายผมครับ ทางเข้าวัดค่อนข้างแคบ แต่ทางวัดก็ได้จัดทำอาคารจอดรถเอาไว้ให้ทางด้านนอก และเดินเข้าไปในวัดประมาณ 500-800เมตรครับ จุดแรกที่น้องชายพาไปก็คือไปไหว้รูปหล่อหลวงปู่สดก่อนครับ หลังจากนั้นก็แวะขึ้นไปชมพิพิธภัณท์ของหลวงปู่สด ที่อยู่ใกล้ๆ กับรูปหล่อหลวงปู่

และแวะไหว้พระประธานที่ในโบสถ์ ออกจากโบสถ์ก็เดินชมคลองภาษีเจริญ แล้วก็เดินไปยัง เจดีย์มหารัชมงคล ซึ่งมี 5ชั้นด้วยกัน (ถ้าจำไม่ผิด) โดยภายในองค์เจดีย์มีลิฟท์ สำหรับผู้สูงอายุด้วย ทำให้แม่ผมมีโอกาสขึ้นไปดูในทุกชั้น โดยเราเริ่มจากชั้นที่ 5เลยครับ...

พอออกจากลิฟท์ ก็ถึงกับตกตะลึงในชั้นนี้ สวยงามด้วยงานศิลปะเจดีย์แก้ว จิตกรรมฝาผนัง เงียบสงบ ลมพัดเย็นสบาย เราก็เดินชม + ถ่ายรูปกันซักพัก ก็ค่อยๆ เดินลงมาตามชั้นต่างๆ ส่วนแม่ผมก็ลงลิฟท์มากับน้องชายและหลานๆ

ชั้นที่ 4 จะเป็นรูปปั้นเหมือนของเจ้าอาวาสของวัดปากน้ำรุ่นต่างๆ
ชั้นที่ 3, 2, 1 เป็นชั้นของสะสมต่างๆ พระวัดปากน้ำรุ่นต่างๆ และพระปางต่างๆ จากทั่วประเทศ ได้ถูกรวบรวมเก็บเอาไว้

วันนั้นเราเดินกันอย่างเยอะ เล่นเอาแม่ผมบ่นปวดขาเลยทีเดียว แต่แกก็เดินไปพักไปนะครับ เราเดินอยู่ในวัดนานถึง 2 เกือบ 3ชั่วโมงเลยทีเดียว ออกจากวัดประมาณ 4โมงเย็น จากนั้นก็ขับรถไปส่งน้องชายและหลานๆ ที่บ้าน ก่อนที่จะขับรถพาแม่ผมกลับมายังบ้านที่ปทุมธานี ก็ประมาณ 5โมงเกือบ 6โมงเย็นเลยทีเดียว ต้องขอบใจหลานๆ ที่อุตสาห์ชวนไปเที่ยว เป็นอีกหนึ่งวันที่ต้องบันทึกเอาไว้