หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บันทึกกิจกรรม วันวิสาฯ


รูปนี้ถูกถ่ายจากโทรศัพท์มือถือของผม ในค่ำคืนวันวิสาขบูชาที่ 20/05/2016 ที่ผ่านมา ณ ด้านหน้าของโบสถ์ วัดเขียนเขต เป็นการพาลูกสาวคนโตมาเวียนเทียน ซึ่งบอกตรงๆ ว่านานมากแล้วที่ไม่ได้มาเวียนเทียนกัน ลูกสาวตั้งใจอย่างมากที่จะมาเวียนเทียนในค่ำคืนนี้  ขนาดออกจากบ้านไปหาซื้อดอกบัวตั้งแต่ช่วงบ่ายๆ และยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่จะออกจากบ้านประมาณ 18:30 เห็นว่าฟ้ามืดมาก และแนวโน้มว่าฝนจะตกมากกว่า 80% ก็สอบถามเขาว่ายังอยากจะไปอยู่หรือเปล่า เขาก็ยืนยันว่าอยากไป ก็เลยเตรียมถุงพลาสติกไว้ใส่กระเป๋าสตางค์ และโทรศัพท์มือถือไปด้วย เตรียมดอกไม้ ธูป เทียน และไม้ขีดไฟใส่กระเป๋าผ้าเรียบร้อย และก็เตรียมร่ม 1คันด้วย จากนั้นก็ขับมอเตอร์ไซด์ออกมาจอดเอาไว้หน้าหมู่บ้าน ซึ่งตอนนั้นฝนยังไม่ตก แต่ลมค่อนข้างแรงเลยทีเดียว จากหน้าหมู่บ้านผมเดินไปวัดเขียนเขตก็ไม่น่าจะเกิน 500-700เมตร เรียกว่าถึงหน้าโบสถ์เลยครับ เป็นการออกกำลังกายหลังอาหารค่ำด้วย เรามาถึงหน้าโบสถ๋ประมาณ 1ทุ่ม ก็พอดีกับเจ้าอาวาสท่านกำลังเทศน์ในเรื่องความสำคัญของวันวิสาขบูชาอยู่พอดี ก็ยืนฟังอยู่ไม่ถึง 5นาทีตอนแรกก็คนเยอะมาก อยู่ๆ ฝนก็ตกลงมาอย่างแรง ผู้คนเลยแตกฮือ ต่างคนต่างกระจายหลบฝนกันใหญ่ ผมกับลูกสาวเลยต้องถอยมาหลบอยู่ใต่ซุ่มประตูทางเข้า... ก็เลยได้รูปๆ นี้มา มาถึงตอนนี้พึ่งจะรู้ว่าลืมร่มเอาไว้ที่ตะกร้าหน้ารถมอเตอร์ไซด์ ที่อยู่หน้าหมู่บ้าน... 

หลังจากที่หลวงพ่อเทศน์เสร็จประมาณอีกไม่เกิน 5นาทีหลังจากฝนตก หลวงพ่อก็บอกให้เริ่มเวียนเทียน โดยให้ขึ้นมาเวียนอยู่รอบๆ ระเบียงของโบสถ์แทนที่จะเดินอยู่ด้านล่าง เพราะว่าฝนยังตกหนักอยู่มาก ประชาชนต่างก็วิ่งกรูขึ้นไปเพื่อจะได้เวียนเทียน ตามหลังพระสงฆ์ ซึ่งก็รวมผมกับลูกสาวด้วย... แต่ด้วยความที่คนเยอะมาก ประกอบกับระเบียงค่อนข้างแคบก็เลยต้องยืนรออยู่บริเวณบันไดนาน เลยทำให้ตัวเปียกหมด แต่ก็ไม่ย่อท้อในที่่สุดก็ได้ขึ้นไปเดินเวียนเทียนอยู่ด้านบนรอบโบสถ์ ซึ่งต้องบอกว่าคนเยอะมาก เลยต้องเดินๆ หยุดๆ ประมาณ 1รอบ ฝนก็เริ่มจะหยุดตก ผมและลูกสาว และคนอื่นๆ ก็เริ่มเดินลงมาเวียนเทียนต่อทางด้านล่างของโบสถ์อีก 2 รอบ เสื้อผ้า กระเป๋าผ้าก็เปียกหมดครับ รวมถึงธูปและเทียนที่ถืออยู่ด้วย หลังจากนำธูปและเทียนไปปักไว้ที่กระถางธูปแล้ว ก็พอดีกับที่ท่านเจ้าอาวาสประกาศว่า หลังจากที่พระสงฆ์ ออกจากโบสถ์แล้ว สามารถเข้าไปกราบพระประธานในโบสถ์ได้ เลยบอกลูกสาวว่าไหนๆ ก็มาแล้วรอเข้าไปกราบพระในโบสถ์ก่อนค่อยกลับแล้วกัน บอกตรงๆ ว่าตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่ปทุมธานีก็ 10ปีกว่าแล้ว ยังไม่เคยมากราบของพรกับพระประธานในโบสถ์ของวัดเขียนเขตนี้เลยครับ เคยแต่ยกมือไหว้จากข้างนอกเวลาขับรถผ่านไป ผ่านมา ซึ่งหลังจากที่ได้เข้าไปภายในโบสถ์ก็ต้องบอกว่าสวยมาก ตามรูปที่ลูกสาวเก็บภาพเอาไว้ ก็ต้องให้เครดิตภาพกับเขาเอาไว้ด้วยครับ

ผมเองก็อยากให้ลูกสาวได้คิดว่า วันนี้เขาตั้งใจจะทำอะไรแล้ว แม้จะมีอุปสรรค์เข้ามามากมายเพียงใด เขาก็ต้องฟันผ่าทุกอุปสรรค์ที่เข้ามา จนในที่สุดเขาก็ทำได้ตามเป้าประสงค์ที่ตั้งไว้ นั่นก็คือได้เวียนเทียน ซึ่งอีกหนึ่งบทเรียนที่อยากจะบอกกับเขา 

ไม่ใช่ว่าพอพบเจอกับอุปสรรค์ก็หลบ เปลี่ยนเป้าหมายใหม่ แบบนี้ไม่ดีกับชีวิตแน่ๆ เพราะเหมือนกับคนโลเล ดั่งที่คนโบราณว่า "ไม่หลักปักขี้เลน", "เหยียบขี้ไก้ไม่ฝ่อ", และอื่นๆ

BY : K.C.A.N
สนับสนุนโดย ชุดแปลงรางนีออนเพื่อความประหยัด

วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

แวะเที่ยวป่าในกรุง แวะสูดอากาศบริสุทธิ์

Photo01

เห็นทางปตท. โฆษณาอย่างมากว่า ได้มีการปลูกป่าขึ้นกลางกรุง ซึ่งอยู่แถวๆ สุขาภิบาล หลายต่อหลายครั้ง ก็ไม่รู้ว่าสร้างเสร็จหรือยัง หรือว่ากำลังสร้างหรือ
 ว่าเปิดให้เยี่ยมชมแล้วหรือว่ายังไง ก็ไม่รู้เลยเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมในเน็ต ก็บอกว่าสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้แล้วต้องมีการจองล่วงหน้า 3วัน เข้าได้เพียงวันละ 4รอบ เช้า 2 รอบบ่าย 2 รอบอะไรประมาณนั้น ทำให้รู้สึกว่ามันเยอะไปไหม... แต่ก็มองในแง่ดีคือจำกัดจำนวนคนเข้าชมอะไรประมาณนั้นหรือเปล่า ก็เลยไม่ค่อยสนใจที่จะไปเท่าไหร่ แต่อยู่ๆลูกสาวก็มาชวนไปเที่ยว บอกว่าพ่อของเพื่อน พาเพื่อนไปมาแล้ว ไม่ต้องจองล่วงหน้าเลยที่ต้องจองล่วงหน้าเฉพาะที่มาเป็นหมู่ คณะใหญ่ๆ แต่ถ้าไปเที่ยวแบบเรา 3-4คนก็สามารถเข้าได้เลยผมเองก็ไม่ค่อยจะมั่นใจเท่าไหร่ก็ไม่รู้ว่าลูกสาวไปเอาเบอร์โทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่ป่ากลางกรุงมาจากไหนอยู่ก็ก็โทรแล้วยื่นโทรศัพท์มาให้ผมคุย... ก็ได้ความอย่างที่ลูกสาวผมบอกครับว่าสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้เลย


Photo03
Photo02
Photo04

"เห็นมั๊ย บอกแล้วไม่เชื่อลูกสาวผมเยาะเย้ย "ตกลงป๊าจะไปมั๊ย . . ."
ผมก็บอกว่าให้ไปอาบน้ำเลยอีก 20นาทีออกจากบ้าน...

Photo05
Photo06

ถ้าดูจากแผนที่แล้ว จากบ้านผม ก็น่าจะขึ้นมอเตอร์เวย์สาย วิ่งยาวไปออกที่ทางออกอ่อนนุช พอเลยด่านลาดกระบังก็เตรียมชิดซ้ายได้เลยครับพอลงที่อ่อนนุชและนั่นก็คือถนนสุขาภิบาล นั่นเองให้เลี้ยวทางขวามือ ขับไปอีกไม่นานก็จะถึงแล้วครับ "โครงการป่าในกรุงปตท. ถนน สุขาภิบาล 2 กรุงเทพมหานคร " พิกัดGPS 13.69149,100.702164

Photo07
Photo08

เมื่อไปถึงแล้วก็งงๆ นิดหน่อย เพราะว่า ไม่มีที่จอดรถครับ ต้องจอดรถตามริมถนนเอาและก็เดินเข้าไปเยี่ยมชมในโครงการ โดยจะต้องไปลงทะเบียนกันก่อนครับระยะทางจากประตูทางเข้า จนถึงตัวอาคารก็ไม่ไกลมาก ประมาณ 50เมตรซึ่งตัวอาคารจะเป็นที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับป่าเป็นห้องปรับอากาศและฝังตรงข้ามเป็นห้องฉายภาพยนต์สั้นประมาณ 10นาที เกี่ยวกับเรื่องของป่าซึ่งเป็นห้องฉายภาพยนต์ที่สวยงามมากครับ เปิดฉายเป็นรอบๆ ครับ คิดว่าน่าจะ 2-3รอบต่อครึ่งวันครับ ผมจำได้ว่าผมเข้าไปดูรอบ11โมงเช้าครับ พอดูภาพยนต์จบประตูที่เป็นผนังที่อยู่อีกด้านหนึ่งก็จะเปิดออก เพื่อให้เดินออกไปเที่ยวชมป่าและเป็นจุดเริ่มต้นของ สกายวอล์คที่มีความสูงกว่า 10เมตรเพื่อเดินไปยังหอคอยดูป่า ที่มีความสูง 23เมตรกันเลยทีเดียว 

Photo10
Photo09

ขอบอกว่างานนี้อาจจะไม่เหมาะกับคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวเข่า หรือคนสูงอายุเพราะว่าต้องเดินขึ้น-ลงบันไดตลอดครับ แม่ผมก็เลยต้องนั่งรออยู่แต่ในอาคาร วันนั้น อากาศอาจจะร้อนมาก เพราะว่าเป็นเวลาใกล้เที่ยงแต่ว่าผมกับลูกสาว กำลังสนุกกับป่าอยู่ครับเลยทำให้ไม่รู้สึกร้อนเท่าไหร่ เราเดินเที่ยวกันประมาณ 2ชั่วโมงกว่าๆ จนรู้สึกว่าหิวข้าว จำได้ว่าเดินลงจากหอคอย ลูกสาวทักว่าเที่ยงครึ่งแล้วป๊าไม่หิวก็แปลกละ เราเดินออกจากป่าน่าจะใกล้ๆ บ่ายโมง ออกมาหาข้าวกลางวันกินกันก่อนที่จะพาลูกสาวไปเยี่ยมชม มหาวิทยาลัย พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ก่อนที่จะขับรถกลับบ้าน สนุกง่ายๆ วันพักผ่อนครับ

Photo20

By: K.C.A.N

มหาสงกรานต์ มหาสารคาม

เวียนกลับมาอีกครั้ง วันสงกรานต์ ที่เราจะต้องมีหน้าที่พาภรรยากลับบ้านเพื่อทำบุญกระดูกพ่อ แม่ ตา ยาย และเยี่ยมญาติ พร้อมด้วยการท่องเที่ยวด้วย ปีนี้เวลาน้อย เพราะว่าภรรยาหยุด 10-15 วันที่ 16 ต้องทำงาน ส่วนผมหยุด 13-17 ซึ่งมีช่วงเวลาที่ตรงกันแค่ 3วันคือ 13, 14, และ 15 เท่านั้น โดยภรรยาผมขอให้ผมลางานวันที่ 12 อีก 1วันเพื่อใช้เป็นวันเดินทางไป เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจลติดขัด เพราะถ้าหากว่าเดินทางในวันที่ 12ตอนเลิกงาน หรือวันที่ 13 ซึ่งผมก็เลยต้องขอลางาน 1วันในวันที่ 12 ปีนี้เราเดินทางกันไปแค่ 3คน เท่านั้น ด้วยพอดีลูกสาวคนโตต้องไปค่ายฤดูร้อน จะกลับในวันที่ 12 ตอนเย็นๆ เลยไม่ได้มาด้วยกันอาม่า กับน้องสาวผมเลยต้องอยู่รอรับทำให้ไม่ได้มาด้วยเช่นกัน
เราออกเดินทางจากบ้านประมาณ 7โมงเช้าไปเปลี่ยนป้ายชื่อหินอ่อนที่แถวๆ นนทบุรี เพราะว่าทางร้านทำป้ายสลับกันระหว่าง พ่อ, แม่ กับตา, ยาย ประมาณ 10โมงกว่าป้ายหินอ่อนก็ถูกแก้ไขเสร็จ หลังจากนั้นเราก็ขับรถยาวๆ ไปพักกินข้าวเที่ยงแถวๆ ปากช่อง โคราช จากนั้นก็วิ่งยาวๆ ไปพักอีกครั้งที่บ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ตอนนั้นก็ประมาณบ่ายสามโมงเห็นจะได้ เราไปถึงที่มหาสารคาม อำเภอโกสุมพิสัยเพื่อเที่ยวที่แรกก็คือ วนอุทยานโกสัมพี ที่ที่มีลิงเยอะมากๆ เพราะว่าลูกสาวคนที่สองบอกว่าจำไม่ได้แล้วว่าเคยมา เรามาถึงประมาณ 17:00 และเดินเที่ยวอยู่ประมาณ 25นาที ก็ออกมาแวะที่สวนสาธรณะของโกลุมพิสัย ซึ่งเขาจะสร้างให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของอำเภอโกสุมพิสัยเรียกว่าบึงบอน พอดีพระอาทิตย์กำลังจะตก เลยแวะเก็บภาพเอาไว้ 

วันนั้นเราไปถึงที่พักกันประมาณ 1ทุ่ม เป็นโรงแรมเล็กๆ กลางเมืองมหาสารคาม ก่อนเขาบ้านก็แวะซื้ออาหารแห้งเพื่อเตรียมใส่บาตรในวันพรุ่งนี้ (13/04/2016) ด้วย

13/04/2016 วันมหาสงกรานต์ 7โมงเช้าเราก็ต้องออกไปรอตักบาตรกันที่วงเวียนหอนาฬิกา ซึ่งตักบาตรประมาณ 8โมงเช้า หลังจากตักบาตรเสร็จแล้วภรรยาผมก็บอกว่าจะพาไปเที่ยว (ไม่น่าเชื่อ...) ผมก็ถามเขาว่าไปเที่ยวไหน เขาบอกว่าไปเที่ยวที่สะพานไม้แกดำดังมากเคยออกรายการทีวีด้วย ไปก็ไปครับอยากเห็น ไม่ไปก็ไม่เห็นครับ

สะพานไม้ที่ชาวบ้านสร้างข้ามบึงน้ำยาวมากกว่า 1กิโลเมตร มายังวัดดาวดึงษ์ ในความรู้สึกผมเป็นสะพานไม้ที่เวลาเดินข้ามแล้วได้ความรู้สึกเสียวดีครับ 5555 แปลกดีครับสามารถใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้ เราเดินไปประมาณครึ่งทางแล้วก็เดินกลับครับเพราะว่าแดดร้อนมาก แต่ว่ามีลมพัดตลอดเวลานะครับ แต่ว่าก็เดินกลางแดด จากสะพานไม้แกดำ แฟนผมก็พาไปทำบุญที่วัดที่มีโบสถ์อยู่บนเรือ พึ่งสร้างเสร็จไม่นาน ชื่อวัดหนองหูลิง ก็เป็นอีกหนึ่งวัดสวยของจังหวัดมหาสารคามได้


หลังจากนั้นช่วงบ่ายเราก็ไปเตรียมของเพื่อทำบุญกระดูก ที่จะมีขึ้นในวันที่ 14/04/2016 ที่วัดอภิสิทธิ์ จากนั้นไปแวะไปเยี่ยมอานางน้อยที่อําเภอกันทรลักษ์ ก่อนที่จะกลับเข้าที่พัก ประมาณ 2ทุ่มกว่าๆ

14/02/2016 ช่วงเช้าเราก็มาที่วัดอภิสิทธ์ ซึ่งมีงานทำบุญกระดูกร่วมกัน ซึ่งคนเยอะมากกว่าจะเสร็จพิธีก็ประมาณ 11โมงกว่าๆ ภรรยาผมก็แยกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ซึ่งเขานัดกันเอาไว้ ส่วนผมก็พาลูกสาวไปเที่ยว โดยไปที่วัดป่าวังเกาะเกิ้ง

เป็นสะพานไม้แข็งแรงมาก รถสามารถวิ่งผ่านได้เลย เสียดายก็แต่ไม้ ไม่รู้ว่าทางวัดไปเอามาจากไหน... วัดป่า ไม่มีศาลา ไม่มีโบสถ์ วิหาร มีแต่กุฏิพระ และพระพุทธรูป มีก็แต่สะพานนี้ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าตรงกลางสะพานเป็นศาลา สามารถให้อาหารปลาได้ นั่งพักตากลมเย็นๆ จากวัดป่าวังเกาะเกิ้ง เราก็ขับรถมาต่อที่วัดป่าวังน้ำเย็น เพื่อดูเจดีย์ศรีมหาสารคาม เห็นบอกว่าสร้างใกล้จะเสร็จแล้ว ก็เลยอยากแวะไปดูความสวยงามครับ

ก็เป็นอย่างที่เห็นตามรูปข้างบนครับ ใกล้ที่จะเสร็จแล้ว เราก็ต้องไปทำบุญกันซะหน่อยครับ ลูกสาวบอกว่าอยากไปดูม.มหาสารคาม ผมก็เลยพาไปเยี่ยมชมครับ ใน ม.มหาสารคามมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านให้ได้เยี่ยมชมกันด้วย

ซึ่งก็เดินเล่นกันได้ชิวๆ ครับ พอดีแฟนผมโทรมาตามให้ไปรับเพราะว่าเสร็จธุระแล้ว เราก็เดินทางกลับเข้าเมืองเพื่อไปรับภรรยาที่บ้านเพื่อน และก็กลับเข้าที่พัก

15/04/2016 วันที่เราต้องเดินทางกลับปทุมธานี ตอนเข้าเราก็ไปหาซื้อของฝากและแวะกินก๋วยจับญานเจ้าอร่อยกันก่อนออกเดินทางกลับมาปทุมธานี ซึ่งก็ถึงปทุมฯ ช่วงเย็นๆ เป็นอันจบทริปสงกรานต์ครับ พบกันใหม่ปีหน้า มหาสารคาม

BY: K.C.A.N