หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2560

เหตุผลที่ควรมีประกันชีวิต


ผมเองก็เป็นคนหนึ่ง ที่ไม่เคยชอบอาชีพที่เกี่ยวกับประกันชีวิตเลย เพราะรู้สึกว่า มันเป็นเรื่องไกลตัว และมันทำให้เราเสียเงิน... จนกระทั่งวันหนึ่ง มีคนมาถามผมว่า

"คุณคิดว่าคนที่เสียชีวิตแล้วเอาอะไรไปได้ไหม ? " ก็ตอบเขาไปเลยว่า
"คนตายแล้ว ก็เอาอะไรไปไม่ได้หรอก ตอนเกิดมาก็มาแต่ตัว ตอนตายก็ไปแต่ตัวเหมือนกัน" (แนวธรรมะเลย)
แต่คนๆ นั้นก็บอกว่า "คิดผิดแล้ว... " "คนตายเอาไปได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งความหวัง ความฝัน และอนาคตของลูก ของพ่อ, ของแม่, ภรรยา และครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคนๆ นั้นเป็นเสาหลักของบ้าน ถ้าเสาหลักหัก บ้านทั้งหลัง ก็พร้อมจะพังครืนลงมา"



พอผมได้ฟังก็รู้สึกวูบๆ บอกไม่ถูก แต่มันเป็นเรื่องที่จริงมาก ทำให้ได้คิด ยิ่งถ้าคนที่มีลูกแล้วจะยิ่งเข้าใจเลยครับ อนาคตของลูกฝากอยู่กับชีวิตเราด้วยซิ... ถ้าเราเป็นอะไรไปอนาคตของลูกก็คงจะไปกับเราด้วยจริงๆ เลยทำให้ผมเห็นความสำคัญของคำว่าประกันชีวิต
ผมก็เลยอยากถ่ายทอดความรู้เรื่องประกันชีวิต (เท่าที่รู้มา) ให้ทุกคนได้รู้จักกับประกันชีวิตดียิ่งขึ้น

ก่อนอื่นก็ต้องรู้จักความหมายของประกันชีวิตกันก่อนครับ
ประกันชีวิต เป็นการกระจายความเสี่ยงภัยของบุคคลใด บุคคลหนึ่ง ไปยังบุคคลอื่นๆ โดยบริษัทผู้รับประกันจะเป็นคนกระจายความเสี่ยงภัยดังกล่าว นั่นหมายถึง บริษัทผู้รับประกันจะรับเบี้ยประกันของผู้เอาประกันมารวมๆ กันเอาไว้เป็นเงินกองกลาง และเมื่อมีผู้เอาประกัน ผู้หนึ่งผู้ใด เกิดภัยขึ้น บริษัทผู้รับประกันก็จะเอาเงินกองกลางมาจ่ายให้ตามจำนวนที่ตกลงกันเอาไว้นั่นเองครับ

ประกันชีวิตถูกแบ่งออกเป็น 2ชนิด 3ประเภท และ 4แบบ ดังนี้
2 ชนิดคือ
     1) ชนิดมีเงินปันผล
     2) ชนิดไม่มีเงินปันผล
3 ประเภท
     1) สามัญ
     2) อุตสาหกรรม
     3) แบบกลุ่ม
4 แบบ
     1) แบบชั่วระยะเวลา หรือ เฉพาะกาล
     2) แบบตลอดขีพ หรือตลอดกาล
     3) แบบสะสมทรัพย์
     4) แบบเงินได้ประจำ หรือบำนาญ

ในแต่ละชนิด แต่ละประเภท แต่ละแบบ จะมีรายละเอียดที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งถ้าอธิบายในบล๊อกนี้ ก็เกรงว่าจะยาวมาเกินไป เลยจะขอยกไปอธิบายในบล๊อกหน้าแทนแล้วกันนะครับ


สัญญาประกันชีวิต (หรือกรมธรรม์) จะแบ่งออกเป็น 2ส่วนใหญ่ๆ คือ
1) สัญญาหลัก จะรับประกันเกี่ยวกับชีวิต และการออมเงินตามสัญญาที่กำหนด ผู้เอาประกันจะได้รับเงินต้น + เงินปันผล และผลประโยชน์อื่นๆ คืนเมื่ออยู่ครบสัญญา หรือได้เงินสินไหมตามสัญญาคืนให้ผู้รับผลประโยช์ เมื่ออยู่ไม่ครบสัญญา เบี้ยสัญญาหลักจะสามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ และจะแปรผันตามอายุ อาชีพ ของผู้เอาประกัน

2) สัญญาเพิ่มเติม จะเสริมเรื่องสุขภาพ อุบัติเหตุ เจ็บป่วย นอนโรงพยาบาล หรือเสริมตัวสัญญาหลักอีกชั้นหนึ่ง  สัญญาเพิ่มเติมจะเป็นเบี้ยที่ไม่สะสม จะต้องจ่ายปีต่อปีเพื่อต่อสัญญา และจะไม่สามารถเอาเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีได้



การทำประกันชีวิตนั้นแนะนำว่า ควรจะทำตั้งแต่อายุยังน้อยๆ เพราะว่าอัตราเบี้ยประกันจะยังไม่แพงมาก ยิ่งอายุมากขึ้นอัตราเบี้ยประกันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามอายุ และอาชีพไปด้วย

บริษัทฯ ประกันชีวิต ถือเป็นสถาบันการเงินอย่างหนึ่ง โดยสังกัดกระทรวงการคลัง และกฎหมายกำหนดเอาไว้ว่าห้ามปิดกิจการโดยเด็ดขาด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงมาก

อีกเรื่องสำคัญก็คือ ยิ่งถ้าคนไทยทำประกันชีวิตมากเท่าไหร่ กระทรวงการคลังก็จะมีเงินคงคลังมากขึ้นเท่านั้น จะทำให้ประเทศมีความมั่นคงทางการคลังมากยิ่งขึ้น

ในบล๊อกหน้าจะมาขยายความเรื่อง ชนิด ประเภท และ แบบ ของประกันชีวิต

โดย ตัวแทนประกันชีวิต อลิอันซ์ อยุธยา "เคียงข้างทุกจังหวะชีวิต" ของคุณ
กิตติ คงมานะชาญ








ยินดีเคียงข้างทุกจังหวะชีวิตคุณ ด้วยความจริงใจของเรา ที่จะมอบสิ่งดีๆให้คุณ
โทร 0841437045
LINE id: kitti_kh


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น