หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ต้นตระกูล

ต้นตระกูลของอาม้า

ผมก็ได้เห็นแต่รูปนี้แหละครับ แม่ผมบอกว่าเป็น "เหล่าเหล่ากง" "เหล่าเหล่าม่า" คือพ่อกับแม่ ของ"อาม่า"ของผม "อาม่า"ก็คือแม่ของแม่ผมเอง... "เหล่าเหล่ากง" "เหล่าเหล่าม่า" ท่านทั้งสองอพยพมาจากประเทศจีน น่าจะมากกว่า 100ปีที่แล้ว แม่เล่าให้ฟังว่า ที่ประเทศจีนในสมัย 100กว่าปีก่อน จะแห้งแล้งมาก ปลูกอะไรก็ไม่ผลผลิต หากินยากลำบาก ลูกก็เยอะเลยตัดสินใจอพยพ โดยนั่งเรือสำเภามาจากประเทศจีน เหมือนในหนังเลยครับ มาขึ้นฝั่งที่พระประแดงนี่แหละ คิดดูว่าพาลูกๆ มาด้วย 7คน จะลำบากขนาดไหน แม่ยังเล่าให้ฟังต่อว่า "เหล่าเหล่ากง" "เหล่าเหล่าม่า"  มีลูกทั้งหมด 8คน เป็นผู้ชาย 6 และผู้หญิง 2คน ดังนี้

ลูกคนโตเป็นผู้ฃาย ผมต้องเรียกว่า "เหล่า-ตั่ว-กู๋" ตอนนี้ครอบครัวย้ายกลับไปประเทศจีน (เสียชีวิตแล้ว)
ลูกคนที่สองเป็นผู้หญิง ผมต้องเรียกว่า "เหล่า-ตั่ว-อี๋" ขายก๋วยเตี๋ยวอยู่แถวๆ หัวลำโพง (เสียชีวิตแล้ว)
ลูกคนที่สามเป็นผู้หญิง ก็คืออาม่าของผมเองครับ (เสียชีวิตแล้ว)
ลูกคนที่สี่เป็นผู้ชาย ผมต้องเรียกว่า "เหล่า-ยี่-กู๋" ขายล๊อตเตอรี่แถวคลองสาน (เสียชีวิตแล้ว)
ลูกคนที่ห้าเป็นผู้ชาย ผมต้องเรียกว่า "เหล่า-ซา-กู๋" อยู่ที่บ้านพระประแดง (เสียชีวิตแล้ว)
ลูกคนที่หกเป็นผู้ชาย ผมต้องเรียกว่า "เหล่า-ซี-กู๋" อยู่ที่บ้านพระประแดง (เสียชีวิตแล้ว)
ลูกคนที่เจ็ดเป็นผู้ชาย ผมต้องเรียกว่า "เหล่า-โง่ว-กู๋" ครอบครัวย้ายกลับไปประเทศจีน (เสียชีวิตแล้ว)
ลูกคนสุดท้องเป็นผู้ชาย ผมต้องเรียกว่า "เหล่า-โซย-กู๋" เป็นคนเดียวที่เกิดในประเทศไทย (เสียชีวิตแล้ว)

เรียกว่ารุ่นที่สองในตระกูลของแม่ผมก็จากโลกนี้ไปหมดแล้ว แม่ผมก็เป็นรุ่นที่สาม ก็เป็นพี่สาวคนโต (ตั่วแจ้) ในรุ่นนี้เลยครับ อายุปีนี้ 2560 ก็ 80ปีพอดี เกิดปี 2480

ตอนที่ผมได้ 2-3ขวบ ก็มีอยู่ช่วงชีวิตหนึ่งจำไม่ได้ว่านานขนาดไหน แต่แม่ผมเล่าให้ฟังว่าประมาณเกือบๆ 1เดือนที่ พ่อกับแม่ผมพามาฝากกับอาม่า ผมก็ได้เล่นซนอยู่ที่บ้านพระประแดงแห่งนี้แหละครับ รู้แต่ว่าตอนผมเป็นเด็กๆ ที่บ้านนี้เข้าจะทำผ้าถุงกันครับ ตั้งแต่ย้อมผ้า ตากผ้า ตัดผ้าเป็นชิ้น ทั้งสกรีนโลโก้ และพับใส่ถุง ก็เรียกว่าเป็นโรงงานเล็กๆ ต้นแบบ SME. ในสมัยปัจจุบันนี้ละมั้ง
บ้านพระประแดง บ้านไม้หลังใหญ่ที่ชั้นที่สองมีห้องมากกว่า 5-6ห้อง สมัยก่อนก็จะเป็นห้องนอนของเหล่ากู๋ แต่ละคนรวมถึงอาม่าผมด้วย แต่ปัจจุบันบ้านพระประแดง เป็นสมบัติของคนรุ่นที่สามที่ผมเรียกว่า "กู๋" แต่ก็ร้างไม่มีคนอยู่ เพราะอากู๋ เขาย้ายไปอยู่ที่เชียงใหม่กัน น่าเสียดายมากถ้าหากว่าเป็นเป็๋นคนที่มีเงินมากๆ ก็อยากจะเปิดบ้านหลังนี้ใหเป็นพิพิธภัณฑ์ ให้คนรุ่่นหลังได้เห็นบ้านของคนเมื่อ 100ปีที่แล้ว ลืมบอกไปว่าด้านหลังของบ้านเป็นคลองด้วยนะครับ เรียกว่าบรรยายกาศดีเลยที่เดียว ข้าวของเครื่องใช้เก่าๆ ก็ยังมีให้เห็นเยอะ รูปทั้งสองข้างบน ผมถ่านเอาไว้เมื่อปี 2013 เดือน 3 วันที่ 9 ตอนที่พาแม่ผมไปเยี่ยม เหล่า-โซย-กู๋ ตอนที่แกไม่สบาย แว๊บเดียว 4ปี เร็วมาก

เวลาเป็นสิ่งเดียวที่ไม่เคยรอใครจริงๆ ไม่สามารถหยุดมันได้ด้วย และที่สำคัญที่สุดคือไม่สามารถเอากลับคืนกลับมาได้ด้วย ดังนั้นทำทุกวินาทีให้มีค่ากันนะครับ อย่าปล่อยให้เวลามันผ่านไปเฉย โดยไม่เกิดประโยชน์

ขอบันทึกเอาไว้เป็นตัวเชื่อมของกาลเวลา เล่าเรื่องราวในอดีตสู่ปัจจุบัน และส่งต่อไปในอนาคต...

BY: K.C.A.N

วันเสาร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

เครื่องขยายเสียงจิ๋ว

เครื่องขยายเสียงจิ๋ว ผมคงจะเรียกมันไม่ผิดนะครับ

รีวิวสินค้าวันนี้ ก็บังเอิญไปพบกับเจ้าเครื่องขยายเสียงจิ๋วมาครับ ก็เลยซื้อกลับมาทดลองประกอบด้วย 1กล่อง ในราคา 399บาท คนขายบอกว่าขนาด 50วัตต์ + 50วัตต์ สเตอริโอ... ไม่น่าเชื่อ


ในฐานะที่เป็นเด็กอิเลคทรอนิคส์ ประกอบเครื่องขยายเสียงเองมาก็เยอะ สมัยเรียนก็ค่อนข้างจะชอบเลยที่เดียว จำได้ว่าเป็นสมัยปวช. ปี 1 หรือ 2 นี่แหละ ประกอบเครื่องเสียงเอง กราวด์ไม่ดี เครื่องเสียงก็จะฮัม หรือว่าถ้าหม้อแปลงไม่ดี มีสนามแม่เหล็กออกมาเยอะ ก็จะฮัม เป็นเสียงต่ำๆ เรียนเครื่องขยายเสียง 1ปี ประกอบเครื่องเสียง 2ปี ประมาณ 6-8ชุด ตั้งแต่วัตต์ต่ำๆ ไปจน 100วัตต์ + 100วัตต์ เป็นเพาเวอร์มอสเฟสกันเลย เครื่องเสียงสมัยก่อนจะมีขนาดใหญ่โตครับ เฉพาะหม้อแปลงที่จ่ายกระแสไฟฟ้าได้ 5A ก็หนักเอาการแล้วครับ ไหนถ้าต้องการกระแสไฟตรงที่เรียบๆ ก็จะต้องใช้ C ตัวโตๆ 10,000uF แล้วจะให้กล่องมันเล็กได้ยังไง ไหนจะต้องมีแผ่นระบายความร้อนอีก 


พอโตขึ้นก็ไม่ค่อยได้ประกอบเครื่องขยายเสียงแต่ก็ชอบฟังเสียงของเครื่องขยายเสียง ยี่ห้อไหนใครว่าเสียงดีต้องขอไปฟังเสียงให้ได้ เท่าที่จำได้เครื่องขยายเสียงในสมัยนั้นก็จะมี KENWOOD, SHERWOOD, SHERMAN, SONY, JBL, NAKAMICHI, BOSE, JVC, ETC. พี่ชายเพื่อนคนหนึ่งเขาก็ชอบมาก เรียกว่าเข้าขั้นบ้าเลยครับ และพี่เขาก็ทำงานและมีเงินแล้ว เขาก็จะซื้อมา เราก็จะขอเข้าไปฟังเสียง จำได้ว่าตอนเรียน ปวช. ยังเป็นระบบเทปคาสเซ็ท จะมีเสียง ซีๆๆๆๆๆ .... (เราเรียกกัน) เป็นเสียงแหลมเล็กๆ ตลอดเวลา ยิ่งเวลาช่วงต่อเพลงจะได้ยินชัด เขาก็จะมีระบบ ดอลบี้เข้ามาขจัดเสียงสูงอันนี้ พอมาช่วงหลังๆ ซีดี เข้ามาแทนที่ระบบเทปคาสเซ็ท เจ้าเสียงแหลม ซีๆๆๆๆ นี้ก็ถูกขจัดให้หายไป อันนี้ก็จะเป็นประวัติของเครื่องขยายเสียงเล็กๆ 


พอช่วงทำงาน ก็พอเก็บเงินและก็ซื้อเครื่องเสียงของตัวเองชุดแรก ก็คือ PIONEER เพราะชอบส่วนตัว แต่ก็ไม่ค่อยได้เปิดเท่าไหร่ จำได้ว่าซื้อมาหลักหมื่นบาทขึ้นไป ตอนนี้ไปอยู่กับน้องชาย แต่น่าจะเสียแล้ว เพราะมากว่า 20ปีแล้ว มาช่วงปัจจุบันก็มี SONY อยู่ชุดเดียว ที่เหลือก็จะเป็นเครื่องเสียงแบบ 2.1ช่องสัญญาณเสียง ที่ต่อกับคอมพิวเตอร์ ธรรมดาๆ  


จนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ไปเดินเที่ยวที่นึง ก็ไปพบเขาขายเครื่องขยายเสียงจิ๋ว เล็กมากไม่น่าเชื่อว่าจะมีวัตต์สูง เลยซื้อมาลองประกอบดู สุดยอดมาก เล็กพริกขี้หนูจริงๆ เป็นเครื่องเสียงยุค 4.0 มีเพียง ไอซีแค่ตัวเดียว ประหยัดพลังงานแน่นอน เสียงดีใช้ได้ ไม่แตกต่างจากเครื่องเสียงราคาแพงๆ ที่เคยฟังมาเลย แค่หาลำโพงดีๆ กับแหล่งกำเนิดสัญญาณดีๆ เสียงก็ออกมาดีมากไม่น่าเชื่อ ยุคสมัยมันเปลี่ยนแปลงไปจริงๆ ทุกอย่างเล็กลง ไม่สูญเสียพลังงานไฟฟ้าไปเป็นพลังงานความร้อน เลยเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานเสียงได้ดังขึ้น รีวิวให้ไป 4.5ดาวสามารถขอแนะนำครับ


ทอลองฟังเสียง

เอาไปติดมอดเตอร์ไซด์

BY: KCAN


วันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ไปมาแล้ว วัดป่าคลอง 11

วัดป่าคลอง 11



เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า พาแม่ไปเที่ยวมาแล้วที่วัดป่าคลอง 11 วัดที่ดังในช่วงข้ามคืน... เลยต้องมาให้เห็นกับตาซักหน่อยครับ ในฐานะคนปทุมธานี เพราะขนาดคนต่างจังหวัดที่ไกลกว่าเรา เขายังเดินทางมาเที่ยวกันเลย แล้วคนปทุมธานีจะไม่เดินทางมาให้เห็นกับตาเลยหรือ...


จากบ้านผมใช้เวลาเดินทาง โดยรถยนต์ ก็ประมาณ 1ชั่วโมง ในสภาพรถไม่ติดนะครับ เห็นคนข้างบ้านเขาไปมาเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า เป็นวันอาทิตย์ บอกว่ารถติดยาวกว่า 3กิโลเมตร แถมคนเยอะมากแบบวัดแทบแตก


ผมเลยเลือกเดินทางไปในช่วงเที่ยงของวันที่ 7/7/2017 เพราะเป็นวันธรรมดา และเป็นวันที่ไม่ค่อยจะเกี่ยวข้องกับตัวเลข และช่วงเวลาที่ร้อนน่าจะไม่ค่อยจะมีคนเที่ยวเท่าไหร่ แต่ทว่าในความรู้สึกผม คนก็เยอะอยู่นะครับ


ไปถึงทางวัดหลังจากจอดรถแล้ว ก็ต้องเดินครับระยะทางจากถนนคลอง 11ไปถึงตัววัดน่าจะประมาณ 1.0-1.5กม มีของขายทั้งสองข้างทางเข้า เต็มไปหมดตั้งแต่ของกิน ของที่ระลึก ของมงคล ดอกไม้ ธูปเทียน เศียรพญานาค ไปจนถึงล๊อตเตอรี่เยอะมาก... แต่ทางวัดเขาอนุญาตให้ขายแค่ ครึ่งทางหรือ ประมาณ 400-500เมตรแรก ที่เหลือทางวัดเขาจัดรถบริการรับ-ส่งเข้าไปในตัววัดครับ มีทั้งรถ 2แถวใหญ่ และรถกระบะเล็ก และไม่อนุญาตให้ขายของจนถึงประตูวัด
พิกัด GPS ของวัด = 14.1879938,100.8321638

แม่ผมก็ขึ้นรถกระบะโดยนั่งด้านหน้าข้างคนขับเข้าไปในวัด เพราะขึ้นท้ายกระบะไม่ไหว และก็ขึ้น 2แถวใหญ่ก็ไม่ไหวด้วย เพราะคนเยอะมาก วันนั้นน่าจะมีรถบริการอยู่ 4คัน เป็นสองแถวใหญ่ 2คัน และรถกระบะอีก สองคัน พอเข้าไปถึงประตูเข้าวัด สิ่งที่สะดุดตาก็คือต้นตะเคียนที่มีแป้งเต็มไปหมด และคนก็เยอะมากด้วยเหมือนกัน... ผมเลยชวนแม่เดินผ่านโดยเป้าหมายก็อยู่ที่ โบสถ๋พญานาคกลางสระน้ำครับ


โบสถ์พญานาคกลางสระน้ำ เป็นที่ประดิษฐานพระประธาน พญานาคขนาดใหญ่ 4ตัว และรูปสักการะของพ่อปู่ศรีสุทโธ และแม่ย่าศรีปทุมมา ก่อนที่จะเข้าไปในโบสถ์ ทางวัดจัดถุงพลาสติกเอาไว้ใส่รองเท้าและให้หิ้วติดตัวไปด้วยครับ เพราะว่าในบริเวณโบสถ์เขาไม่ให้สวมรองเท้า หลังจากที่กราบพระประธานในโบสถ์ แล้วก็ต้องหาที่ให้แม่นั่งครับ ส่วนผมก็เดินถ่ายรูป


เราอยู่บนโบสถ์กลางน้ำสักพัก ก็เดินออกมาทางด้านหลังของโบสถ์ และก็คืนถุงพลาสติกที่ใส่รองเท้าให้เจ้าหน้าที่ และก็สวมรองเท้าเดินออกมาทางด้านหลัง

ด้านหลังจะเป็นอาคาร ด้านบนอาคารประดิษฐานพระพุทธขินราชจำลอง และด้านข้างอาคารจะเป็นลานธรรม ซึ่งร่มรื่นมาก ผมก็หาที่ให้แม่นั่งบริเวณนี้ครับ ส่วนผมก็เดินถ่ายรูปเหมือนเดิม รอบสระน้ำ ทั้ง 4มุมจะมีรูปปั้นพญานาคตามรูปข้างบนอยู่ทั้ง 4มุม ซึ่งก็จะมีประชาชนนำพวงมาลัย ของแก้บน เช่นไข่ต้ม มาวางรอบๆ พญานาค ผมเดินอยู่ประมาณ 15นาที ก็ชวนแม่ผมกลับ เพราะว่าต้องไปรับลูกตอนบ่าย 3โมงครึ่ง ก็อยากบอกว่าดีใจที่ได้มาเที่ยว และก็อยากบอกต่อครับ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดปทุมธานี


BY: K.C.A.N

อะโหสิกัมมัง

บทอธิฐานขออโหสิกรรม



"นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสะ" 3จบ

     กายะกัมมัง วะจีกัมมัง มะโนกัมมัง 

สัญจิจจะกัมมัง  อะสัญจิจจะกัมมัง 

ขะมันตุ เม อะโหสิกัมมัง ภะวะตุ เม



      กรรมใด ๆ ไม่ว่าจะเป็น 

กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม 

ที่ข้าพเจ้าได้ทำล่วงเกินแก่ผู้ใด 

ทั้งโดยตั้งใจก็ดีไม่ได้ตั้งใจก็ดี 

ในภพชาติใดก็ตาม 

ขอให้เจ้าคู่เวรคู่กรรมทั้งหลาย

จงโปรดยกโทษ 

ให้เป็นอโหสิกรรมให้แก่

ข้าพเจ้าอย่าได้จองเวรจองกรรม

By: KCAN

วันอังคารที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

วันอาสาฬหบูชา_2017

วันอาสาฬหบูชาเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาคือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรแก่ปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นกาสี

การแสดงธรรมครั้งนั้นทำให้พราหมณ์โกณฑัญญะ 1 ใน 5 ปัญจวัคคีย์ เกิดความเลื่อมใสในพระธรรมของพระพุทธเจ้า จนได้ดวงตาเห็นธรรมหรือบรรลุเป็นพระอริยบุคคลระดับโสดาบัน ท่านจึงขออุปสมบทในพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า ด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา พระอัญญาโกณฑัญญะจึงกลายเป็นพระสาวกและภิกษุองค์แรกในโลก และทำให้ในวันนั้นมีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์เป็นครั้งแรกในโลก คือ มีทั้งพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้วันนี้ถูกเรียกว่า "วันพระธรรม" หรือ วันพระธรรมจักร อันได้แก่วันที่ล้อแห่งพระธรรมของพระพุทธเจ้าได้หมุนไปเป็นครั้งแรก และ "วันพระสงฆ์" คือวันที่มีพระสงฆ์เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก อีกด้วย
ขอขอบคุณเว็บไซด์ วิกิพีเดีย



วันอาสาฬหบูชาปีนี้ไปไกลซักหน่อยครับ พอดีว่าหยุด 3วัน ภรรยาก็เลยอยากกลับบ้าน รวมถึงตัวผมเองก็อยู่ในช่วงเปลี่ยนงานใหม่ก็เลยว่างอยู่ ออกจากบ้านกัน 10โมงกว่า ของวันเสาร์ ที่ 8/07/2017 ถึงมหาสารคามก็ประมาณเกือบๆ ทุ่ม พอกินข้าวเสร็จก็เขาวัดไปเวียนเทียนกันเลยครับ ปีนี้เวียนเทียนที่วัดอภิสิทธิ หรือที่คนแถวๆ นั้นเรียกกันว่าวัดกลาง พอดีวันนี้ในช่วงเช้าเขามีพิธียกฉัตร พระธาตุพุทธมงคล ช่วงเย็นก็เลยคนน้อยไปหน่อยครับ



ที่มหาสารคามเขาจะเวียนเทียนกันประมาณ 2ทุ่ม ประมาณ 1ทุ่ม พระสงฆ์เริ่มประชาสัมพันธ์ให้ญาติโยมมาที่วัดกัน ผ่านเครื่องขยายเสียง จากนั้นก็จะแสดงธรรมะและให้โอวาสต่างๆ จนประมาณ 2ทุ่มก็เริ่มเวียนเทียน

ภรรยาผมบอกว่านี่เป็นครั้งแรกในรอบ 20ปี ที่ได้กลับมาเวียนเทียนที่วัดบ้านเกิด พอเวียนเทียนเสร็จ ก็นำเทียน ธูป ไปปักเอาไว้ที่ป้ายหลุมศพของพ่อ แม่ ของภรรยาตามประเพณีของที่นี่เขา หลังจากเวียนเทียนเสร็จ ก็ต้องกลับบ้านไปนั่งคุยกันตามประสาพี่ๆ น้องๆ ของภรรยาผม แล้วก็อาบน้ำก่อนที่จะนอน

วันอาทิตย์เช้า ภรรยาก็พาไปหาเพื่อนที่เปิดร้านเสริมสวย เพราะว่าเพื่อนเขาบอกว่าแฟนคนเยอรมันจะพาไปอยู่ที่เยอรมันแล้ว... เลยแวะมาเยี่ยมก่อนที่อาจจะไม่ได้เจอกันอีกหลายปี

และไหนๆ ก็มาแล้ว เลยต้องอุดหนุนคุณเพื่อนซักหน่อย (เหมือนโดนหลอกให้พามาเสริมสวยยังไงไม่รู้)หลังจากคุยกะคุณเพื่อนเสร็จ ก็ไปนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัด นั่นก็คือศาลหลักเมืองมหาสารคามครับ

มาทุกครั้งก็จะมาไหว้แทบทุกครั้ง หรือขับรถผ่านรถ ก็จะบีบแตรให้ความเคารพซึ่งรถแทบทุกคันที่วิ่งผ่านก็จะบีบแตรให้ความเคารพเช่นกัน

เรื่องความศักดิ์สิทธิ์ ไม่ต้องพูดถึงครับ ดูจากสิ่งของต่างๆ ที่ประชาชนนำมาแก้บนครับ เรียกว่ารอบกำแพงเต็มไปหมดจนแทบไม่มีที่ว่าง ตอนนี้ต้องวางกับพื้นเอาแล้วครับ...

หลังจากที่ขอพรจากศาลหลักเมืองแล้ว ภรรยาก็ให้พาไปซื้อข้าวจากเพื่อนเขาอีกหนึ่งคนเพื่อเอามาช่วยขายที่ปทุมธานี เพื่อนเขาบอกว่าเป็นข้าวหอมมะลิล๊อตสุดท้ายของปี 2559 แล้วครับ เพราะว่าที่เหลือเอาไปปลูกหมดแล้ว ปีนี้น้ำดี เลยสามารถปลูกข้าวได้เยอะ เวลาที่ไปหาเพื่อนนั้นใกล้เที่ยง เลยซื้อข้าว+กับข้าวไปกินมื้อเทียงที่บ้านของเพื่อนด้วย หลังจากซื้อข้าวและกินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ขับรถออกจากมหาสารคามเพื่อเดินทางกลับบ้านที่ปทุมธานี สิ้นสุดวันอาสาฬหบูชา เข้าพรรษาของปี 2017

BY: K.C.A.N


วันศุกร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

นมัสการหลวงพ่อโสธร ณ วัดโบสถ์, ปทุมธานี

อาจจะงงนะครับ ว่าทำไมไหว้หลวงพ่อโสธรแต่มาที่ปทุมธานี ความจริงต้องไปที่ฉะเชิงเทราซิ ถึงจะถูก... ใช่ครับ ถ้าฉะเฃิงเทราเป็นหลวงพ่อโสธรองค์จริงครับ แต่ที่วัดโบสถ์ ปทุมธานีเป็นหลวงพ่อโสธรองค์จำลอง และองค์ใหญ่มากครับ ...

ผมน่าจะไม่ได้มาวัดโบสถ์นานปีหรือสองปี เพราะครั้งก่อนมาจำได้ว่าวิหารหลวงพ่อโสธรกำลังสร้างอยู่ ส่วนหลวงพ่อโสธรองค์ใหญ่นั้นสร้างเสร็จแล้ว

เมื่อวันอาทิตย์ 26/06/2017 พาแม่มาไหว้พระที่วัดโบสถ์ ปทุมธานี อีกครั้ง เพราะว่าไม่ไกลจากบ้านมากเท่าไหร่ ประมาณ 38กิโลเมตร ถ้าเป็นสมัยก่อนก็เรียกว่าไกลเลยทีเดียว แต่ปัจจุบันนี้ก็ต้องบอกว่าไม่ไกลเท่าไหร่ เพราะถ้าขับรถก็ประมาณ 40-50นาที พิกัด GPS = 14.1142685,100.5399234


ไปครั้งนี้ ก็ปรากฎว่าวัดสวยขึ้นครับ วิหารหลวงพ่อโสธรสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไปวัดโบสถ์ก็จะต้องไปนมัสการหลวงพ่อเหลือในโบสถ์ก่อนครับ ข้อพรใหญ่เหลือกิน เหลือใช้ จากนั้นจะเดินตามทางเดินไปทางแม่น้ำเจ้าพระยา ก็จะมาพบกับ สมเด็จพุทธจารย์โต องค์ใหญ่ ซึ่งสามารถที่จะพูดได้ว่า เพราะสมเด็จพุทธจารย์โตองค์นี้แหละ ที่ทำให้วัดโบสถ์ เป็นที่รู้จักโดยทั่วกัน หลังจากที่กราบสมเด็จพุทธจารย์โต แล้ว ก็เดินเลยไปอีกหน่อย ก็จะมาถึงวืหารหลวงพ่อโสธรแล้วครับ


วัดโบสถ์ได้สร้างองค์หลวงพ่อโสธรจำลอง และวิหารหลวงพ่อโสธร เพื่อให้คนปทุมธานี และจังหวัดใกล้เคียง ที่ไม่สะดวกเดินทางไปที่วัดหลวงพ่อโสธร จังหวัดฉะเชิงเทรา แต่ว่ามีความนับถือในความศักดิ์สิทธิ์ขององค์หลวงพ่อ สามารถมานมัสการกันได้

BY: KCAN 

วันอาทิตย์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

#หลอด LED แปดแฉก


วันนี้นำหลอด แอล.อี.ดี แปดแฉกมาแนะนำกันครับ พอดีเพื่อนนำเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทย เลยเอามาให้ผมทดลองใช้ดู ตอนแรกที่เห็นกล่องแล้วก็ไม่ค่อยมันใจเท่าไหร่ เพราะมันเล็ก และก็เบามาก ที่สำคัญคือ อ่านไม่ออกซักตัว คือเป็นภาษาจีนรอบกล่อง... คำถามแรกที่ผมถามเพื่อนก็คือ "_ึงแน่ใจนะว่าใช้แทนหลอดนีออนแบบวงแหวน" คือกล่องมันเล็กและเบามาก เจ้าเพื่อนผมมันก็พยักหน้าว่า "เอ่อ"...

ผมก็เลยขอแกะดูของที่อยู่ข้างในครับ โอ้มิน่าถึงได้เบา และผมก็ชอบจริงๆ ว่าเป็นการออกแบบผลิตภัณท์ที่ฉลาดมากครับ ไม่อยากเชื่อว่ามาจากประเทศจีน แต่ก็ต้องเชื่อและยอมรับจริงๆ ว่าเขาพัฒนาไปเร็วและไกลกว่าที่เราคิด...


ที่ผมชอบมากๆ ก็คือ มีแม่เหล็กเล็กๆ 4ตัว สามารถใช้ติดกับเหล็กได้เลย ไม่ต้องขันน๊อตให้เสียเวลา ในกรณีที่เปลี่ยนกับหลอดนีออนอันเดิม เพราะตัวพื้นหลังของกรอบนีออนแบบวงแหวน ส่วนมากก็จะเป็นเหล็กอยู่แล้ว แต่ถ้าจะติดตั้งในพื้นที่ที่ไม่ใช่เหล็ก ก็สามารถขันน๊อตได้เช่นกัน น่าสนใจดีครับ


ผมก็เลยตอบเพื่อนไปว่า "ตกลงทดลองก็ทดลอง... เดี๋ยวลองให้"  และถ้าดีจะช่วยเขียนบล็กเชียร์ให้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีคนอ่านหรือเปล่านะ 5555 และที่สำคัญ ถ้าเขาอ่านแล้วก็ไม่รู้ว่าเขาจะไปซื้อใช้ด้วยหรือเปล่า เพราะเดียวนี้คนเขาไม่ค่อยจะสนใจ เรื่องความประหยัดกันสักเท่าไหร่ แค่ให้มันสว่างก็พอ

สเป็คที่พอจะอ่านได้คร่าวๆ ก็คือ 
ใชัไฟกระแสสลับ 
แรงดันไฟ 220โวลท์ 
กำลังไฟฟ้า คือ 24วัตต์
ความสว่างอยู่ที่ 6500K
อุณหภูมิ -20 ถึง 40 องศา
มีหลอดซุปเปอร์แอล.อี.ดี. อยู่ทั้งหมด 48หลอด (ก้านละ 6หลอด)
ด้านหลังหลอดซุปเปอร์แอล.อี.ดี. เป็นแผ่นอลูมิเนียมไว้ระบายความร้อน

ผมก็ถามเพื่อนผมอีกว่า ต้องการเน้นไปในแนวไหน ประหยัดไฟ หรือว่าอะไร เพื่อนก็บอกว่า ประหยัดไฟ การติดตั้ง และก็ความสว่าง ว่าผมรู้สึกยังไงบ้าง

วันอาทิตย์ที่ 18 มิ.ย 2017 ได้เวลาทดสอบครับ ก็เปลี่ยนไฟหน้าบ้านเลยครับ เพราะเป็นหลอดไฟเดียวที่เป็นหลอดนีออนแบบวงแหวน

ใช้เวลาในการติดตั้งอยู่ประมาณไม่เกิน 30นาที โดยเริ่มจากการประกอบก้าน แอล.อี.ดี เข้ากับตัวจ่ายไฟก่อนครับ โดยค่อยๆ หักก้าน แอล.อี.ดี ออกมาทีละก้าน จากนั้นก็เสียบด้านที่มีขั้วตะกั่วอยู่ 2จุด เข้าไปตามช่องของภาคจ่ายไฟ ที่มีทั้งหมด 8ช่อง ให้เสียบเข้าไปให้สุดจนถึงเส้นแดง ที่เขาทำเอาไว้ที่ก้านเลยนะครับ รับร้องว่าใช้เวลาไม่เกิน 5นาที


จากนั้นก็หาลูกเต๋าต่อสายไฟมาต่อ เพียงเท่านี้ก็พร้อมจะทำสอบกันแล่วครับ
โอ้โห แสบตามาก สว่างเกินไปหรือเปล่าสุดยอดครับ


พร้อมไปเปลี่ยนกับโครมหน้าบ้านแล้วครับ ก่อนอื่นก็ต้องเอาหลอดนีออนอันเดิม, บาลาสด์, สตาร์ทเตอร์ ก็คงไม่ต้องมีครับเอาออกให้หมด เหลือแต่กรอบอย่างเดียว

แกะออก ไม่ต้องใช้

แปะได้เลยครับ เพราะมีแม่เหล็กดูดติดอยู่

ติดตั้งขายึดกรอบแก้วที่อยู่ด้านล่าง

ต่อสาย 2เส้นเดิมเข้ากับสายไฟของภาคจ่ายไฟ เป็นอันเสร็จครับ

ทดลองเปิดสวิทช์ดูครับ

ใส่กรอบแก้วกลับอย่างเดิมเป็นอันเสร็จสมบูรณ์ ใช้เวลาไปประมาณ 30นาทีนิดๆ รับรองว่าเปลี่ยนไม่ยากเลยครับ ที่เหลือ ก็รอให้ฟ้ามืดครับ จะได้รู้ว่ามันสว่างขนาดไหน...



และเวลาที่รอคอยก็มาถึงเวลาประมาณ 18:35นาที เปรียบเทียบ ความสว่างของหลอด แอล.อี.ดี. ว่าสว่างขนาดไหน ตามรูปข้างล่างครับ ในความรู้สึกผม ผมว่าเหมือนกับหลอดนีออน 32วัตต์ + บาลาสด์อีก 10วัตต์ ไม่แตกต่างกันเลย ดีไม่ดียังสว่างกว่าด้วยซ้ำ 


แต่ที่แน่ๆ ประหยัดไฟกว่าเดิมมากๆๆๆๆๆ เพราะกินกระแสเพียง 0.07แอมป์ เท่านั้นครับ



ท่านที่สนใจสามารถติดต่อไปที่เพื่อนผมได้ครับที่
หรือที่ LINE ID: kitti_kh
หรือหมายเลข 0841437045 

ที่เพื่อนบอกว่าก็คือราคาปลีก 199บาทต่อกล่อง ค่าส่ง kerry = 50บาท
ราคาส่งทักส่วนตัวไปหาเพื่อนผมเลยครับ เพราะมันไม่ยอมบอก 555 
จบงานก็ต้องฉลองกันหน่อยครับ

BY: KCAN