แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความสุข แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความสุข แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2567

วิถีความสุข วิถีรถสาธารณะ รถประจำทาง รถเมล์

    เมื่อ 2 วันที่แล้วไดชาร์จของรถเสีย ทำให้ไม่สามารถชาร์จแบตฯ ได้ โดยเจ้าไฟเตือนรูปแบตฯ มันสว่างขึ้นตอนขับรถกลับบ้านจากที่ทำงาน โชคดีที่สามารถกลับมาถึงบ้านได้โดยที่รถไม่ดับกลางทาง แต่ว่ากลับมาถึงบ้านแล้ววัดไฟแบตฯ ก็เหลือแค่ 11.3 โวลท์เท่านั้น เรียกว่ารถเกือบจะดับแล้ว...


    ทำให้คิดว่าอีก 2 วันที่เหลือ ก่อนจะหยุดเสาร์ อาทิตย์ จะทำยังไงดี เพราะว่าวันที่เกิดเหตุ พึ่งจะวันพุธเอง ซึ่งพฤหัส กับศุกร์ ก็ยังจำเป็นต้องไปทำงาน... บ้านก็อยู่ตั้ง รังสิต-นครนายก และที่ทำงานอยู่ เชิงสะพานอรุญอัมรินทร์ แถว รพ. ศิริราช... @"_"@ ขนาดขับรถไปเองยังใช้เวลาอย่างน้อย 1.5-2ชั่วโมงเลย

    แต่ทุกปัญหาที่ผ่านเขามาในชีวิต ย่อมมีทางออกของมันเสมอ สิ่งแรกคือต้องมีสติก่อนโดยเริ่มหาข้อมูล รถสาธารณะจากแผนที่ Google กันก่อนเลยครับ ปรากฎว่าคำแนะนำคือ ให้นั่งรถเมล์สาย 538 ไปลงที่อนุสาวรีย์ชัยฯ เกาะราชวิถี จากนั้นที่ เกาะราชวิถี ให้นั่งรถเมล์สาย 509 ซึ่งเป็นต้นสาย ไปลงที่ป้ายกองเรือเล็กของกองทัพเรือ ซึ่งห่างจากที่ทำงานเพียง 100เมตรเท่านั้น เป็นทางออกที่น่าจะดีที่สุด แต่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3ชั่งโมงครึ่ง... แต่ว่ายังไงก็ยังดีกว่าขอลางานไปซ่อมรถแหละครับ  


    เช้าวันพฤหัส ก็ออกจากบ้านประมาณ 05:50 ซึ่งก็เป็นเวลาปกติ ที่ขับรถมา เพียงแต่วันนี้ไม่ปกติ เพราะไม่มีรถ โดยไลน์บอกเพื่อนที่ทำงานเอาไว้ว่า วันนี้จะเข้าช้าหน่อย พอดีรถมีปัญหา และต้องนั่งรถประจำทางไปทำงาน จากนั้นก็มารอรถเมล์สาย 538ที่ ฝั่งตรงข้ามหมู่บ้าน ใช้เวลารอประมาณ 10นาที รถเมล์ก็มาถึง เรียกได้ว่าโชคดีมาก อาจเพราะว่ายังเช้าอยู่ ประกอบกับเป็นช่วงโรงเรียนปิดเทอม (หรือเปล่า) รถเมล์เลยค่อนข้างว่าง ยังมีที่ให้เราเลือกนั่งได้ แต่ส่วนมากก็จะอยู่ด้านหลัง ซึ่งก็ไม่เป็นปัญหาอะไร 


    สาย 538 วิ่งมาจากทางคลอง 6 (ราชมงคล) ตามถนนรังสิต-นครนายก ไปเลี้ยวเข้า ถนนวิภาวดี รังสิต ฝั่งขาออก ตรงฝั่งตรงข้ามห้างเมเจอร์ แล้วก็ไปวนกลับรถตรงสะพานกลับรถ โลตัส (รังสิต) ก่อนจะวิ่งบนทางคู่ขนาด วิภาวดี รังสิตยาวๆ ผ่านเซียร์ รังสิต สนามธูปะเตมีย์ กองทัพอากาศ ดอนเมือง หลักสี่ แล้วขึ้น โทวล์เวย์ที่หลักสี่ มาลงแถวแยกสุทธิสารเลย แล้วก็วิ่งเข้าดินแดง เลี้ยวขวา มาทางอนุสาวรีย์ชัยฯ โดยมาถึงประมาณ 7:10นาทีเท่านั้น แทบไม่น่าเชื่อว่าจะเร็วขนาดนี้ ใช้เวลาไป 1ชั่วโมง กับ 10นาที


    แล้วก็มารอรถสาย 509 ที่เกาะราชวิถีสาย 509 ขนาดขึ้นต้นสายที่อนุสาวรีย์ฯ แต่ว่า ก็ไม่มีที่นั่งนะครับ เพราะคนเยอะมาก รอต่อคิวขึ้นรถอย่างเป็นระเบียบ (เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่มาต่อคิวขึ้นรถเมล์แบบนี้) สาย 509 จะวิ่งเข้าถนนราชวิถี ผ่าน รพ. เด็ก แล้วมาเลี้ยวซ้ายแยกตึกชัยฯ ผ่าน รพ.รามา แล้วก็ไปเลี้ยวขวาเข้า ถนนศรีอยุธยา ยมราช ทำเนียบรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ ราชดำเนินนอก อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สะพานพระปิ่นเกล้า แล้วก็ถึงจุดหมาย ประมาณ 8:20นาที ก็ไม่แย่นะครับ เวลาเข้างาน 8:30 เรียกว่ามาทันเวลาด้วย


    รวมๆ แล้วใช้เวลาไปเพียง 2ชั่วโมงครึ่งได้ ค่ารถเมล์ ก็คือ 27 + 17 = 44บาท ขากลับอีก 44บาท เรียกว่าน่าจะถูกกว่าขับรถมาเองได้อยู่นะ แถมได้ขึ้นโทวล์เวย์ด้วย ถ้าเป็นรถส่วนตัว เฉพาะแค่ค่าโทวล์เวย์ ก็ 115บาท ต่อเที่ยวแล้ว ดังนั้นการนั่งรถประจำทางก็มีส่วนดีอยู่เหมือนกัน  ง่วงก็สามารถหลับได้ (ถ้าหากว่าได้ที่นั่งนะครับ) มีผู้คนให้ได้นั่งมอง ยืนมอง ก็มีความสุขไปอีกแบบนึง

    สรุปว่าใช้รถประจำทางอยู่ 2วันแล้ว เหมือนชีวิตมีความสุขขึ้นเยอะ แต่ยังไงๆ ก็ต้องเอารถไปซ่อม เพราะว่ามีภารกิจรับลูกสาวกลับบ้านด้วย เพราะเขาทำงานอยู่บริเวณทางผ่านจากที่ทำงานผมกลับบ้านพอดี เวลาที่รถคุณพ่อเสีย คนที่เดือดร้อนก็เลยกลับกลายเป็นลูกสาว และก็คุณภรรยาซึ่งไม่มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆ ในเรื่องนี้เลย เพราะว่าเขามีรถตู่รับ-ส่ง จากโรงงานมาแถวบ้านทุกวันอยู่แล้ว แต่เพราะว่าเข้าข้างลูก กลัวลูกลำบาก เลยเข้ากันเป็น ปี่ ขลุ่ย บังคับให้เอารถไปซ่อม...


    เมื่อรถซ่อมเสร็จ ทุกอย่างก็กลับมาเป็นวิถีปกติ แต่ก็ขอบคุณเจ้ารถที่เสีย ทำให้ได้มีประสบการณ์และความทรงจำดีๆ ตลอด 2วันที่ผ่านมา และทำให้ได้รำลึกถึงความหลัง ครั้งเมื่อก่อนที่จะมีรถส่วนตัวด้วย...

By : KCAN

วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ชีวิคคนเราก็เพียงนักเดินทาง...

มีคนบอกว่า เราทุกคนเป็นนักเดินทางตลอดช่วงชีวิต 

  สงสัยไหมครับทำไมเขาถึงบอกแบบนั้น ที่เขาบอกก็คือเราเดินทางรอบดวงอาทิตย์ หนึ่งรอบในทุกปี ซึ่งมันก็เป็นเรื่องจริงเลยใช่ไหมครับ ว่าแต่คุณเดินทางรอบดวงอาทิตย์กันมาแล้วกี่รอบ ?  และการเป็นนักเดินทางที่ดีก็คือ ต้องไม่แบกอะไรติดตัวเราไปมากนัก ต้องทำตัวให้สบายๆ ถ้ามีอะไรหนักเกินไปก็วางลง หรือทิ้งมันไปซะ เพราะมันจะเป็นอุปสรรคในการเดินทางอย่างมาก อย่าแบกทุกอย่างไปตลอดชีวิต  เพราะมันก็จะหนักมาก


  การเป็นนักเดินทางเวลาที่เราไปนอนค้างที่ใด เวลาที่ได้ห้องพักที่ดี เราก็นอนกันไปปกติ แต่ถ้าได้ห้องที่ไม่ดี ก็อย่าไปตีโพยตีพาย ให้คิดซะว่านอนคืนเดียว เดี๋ยวพรุ่งนี้เราก็ไปแล้ว โดยสิ่งที่คนที่เล่าเรื่องต้องการที่จะเปรียบเทียบก็คือ ชีวิตของคนเรา


  ว่าชีวิตคนเราเหมือนคนเดินทาง อย่าไปจริงจังอะไรมากนัก เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ทุกอย่างที่เราเดินทางผ่านในชีวิตของเราจะเป็นเรื่องชั่วคราวทุกอย่าง ช่วงเวลาเดินทางในวัยเด็ก เราจะมีตำแหน่งเป็นลูก ของพ่อแม่ เป็นลูกศิษย์ของ ครูบาอาจารย์ จนกระทั่งเวลาที่เดินทางมาเป็นวัยทำงาน เราก็จะมีตำแหน่งต่างๆ ตามอาชีพ เมื่อแต่งงาน ก็จะมีตำแหน่ง สามี ภรรยา  พอเราเดินทางมาจนเรามีลูก เราก็จะมีตำแหน่ง พ่อ หรือแม่ 


  จากนั้นพอเราเดินทางมาสู่วัยชรา เราก็จะเปลี่ยนตำแหน่งไปอีก เช่น ตำแหน่ง ปู่ ย่า ตา ยาย เป็นคนไข้ของคุณหมอ และก็อีกเพียงไม่นาน ก่อนที่เราจะสิ้นสุดการเดินทางในชีวิคของเราลง... และนั่นคือชีวิตนักเดินทาง ให้ทุกๆ การเดินทางของเรา มีความสุขก็เพียงพอ 

By: KCAN