หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560

อุปกรณ์ป้องกันผู้สูงอายุลืมกินยา...

ปัญหาอย่างนึงที่ผมปวดหัวกับ แม่ผมมากก็คือลืมกินยา... แม่อายุ 80ปี เป็นความดันโลหิตสูง ต้องกินยา ทุกวันหลังอาหารเช้า และเย็นแต่แกชอบลืม และชอบบอกว่ากินแล้ว ด้วยปัญหาเรื่องความจำของแกด้วย ก็คนอายุ 80แล้ว ถึงตอนที่เราอายุเท่ากับท่าน ก็คงจะเป็นแบบนี้เหมือนกัน (แต่ไม่รู้ว่าจะอยู่ถึงหรือเปล่านะ...)


เวลาถึงกำหนดหมอนัด ยาเหลือเป็นถุงเลย... จะทำยังไงดี เอายาไปให้หมอ ก็คงจะโดนว่าแน่ๆ เอาทิ้งก็เสียดาย เงินภาษีของพี่น้องเรา โดนว่าก็โดนว่าแหละ ก็เราดูแลแม่เราไม่ดีเองนี่หว่า... เลยเอายาไปคืนให้หมอว่าแม่ลืม หมอก็บอกว่ามิน่าความดันโลหิตไม่ลดลงเลย... ให้พยายามแกะยาให้แม่ทานกับมือเลย อย่าให้ท่านกินยาเองเป็นอันขาด เพราะจะทำให้ลืม
ก็อยากบอกกับหมอว่า ผมไปทำงานแต่เช้า และกลับมาก็เย็น... แต่ก็ไม่กล้าเดี๋ยวจะโดนว่ามากกว่าเก่า เก็บเงียบเอาไว้ กลับมาก็หาวิธีอยู่ว่าจะทำยังไงดี

ความจริงปัญหานี้เกิดขึ้นมานานแล้วแหละครับ 7-8เดือนเห็นจะได้ ก็แก้มาเรื่อยๆ โดยตอนแรกก็ซื้อกล่องยามาให้แก ก็เป็นกล่องยาที่มี 4ช่องธรรมดา ซื้อมา 20บาทจากร้านขายยาแถวบ้าน เมื่อ 5-6เดือนก่อน และผมก็เป็นคนเอายาใส่ให้แกกิน โดยจะใส่ให้ 2ช่อง คือเช้า 2เม็ด และเย็น 1เม็ด... พอทำงานเสร็จกลับมาบ้าน เปิดกล่องยาดู ก็เห็นว่ากินบ้างเหลือบ้าง บางวันช่องเช้า 2เม็ดหายไป เหลือแต่ช่องเย็น บางวันรช่องเย็น 1เม็ดหายไปเหลือช่องเช้าเอาไว้ พอถามแก ก็บอกว่ากินไม่ถูกบ้างจำไม่ได้ว่าต้องกินมื้อเย็นด้วย ผมก็หาปากกามาเขียนที่หน้ากล่องว่าช่องอันไหนเช้า ช่องอันไหนเย็น แต่ผลก็เหมือนเดิม คราวนี้ก็อ้างว่าอ่านไม่ออก ตัวหนังสือมันเลือนบ้าง ก็เลยทำเป็นสี และใช้เครื่องพิมพ์ พิมพ์เอาเลย


ก็อธิบายบอกแม่ว่า 
เช้าพระอาทิตย์ขึ้น จะเป็นแสงสีเหลืองทอง ต้องกินยาช่องสีเหลือง
กลางวันแดดจร้า ก็เป็นสีขาว แต่ไม่มียา
ตอนเย็นพระอาทิตย์จะตก ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าๆ ก็ต้องกินยาช่องสีฟ้า
ก่อนนอน ฟ้ามืดเป็นสีดำ แต่ไม่มียา



ก็ดีขึ้นบ้างปริมาณยาเหลือไปคืนหมอลดลงบ้าง แต่ก็ยังถือว่าลืมกินเยอะอยู่ครับ ตอนนี้ก็หาวิธีการใหม่อีกโดยเพิ่ม สมาร์ทโฟนเข้ามาช่วยเตือนความจำครับ ซึ่งผมจะตั้งเวลาเอาไว้ใน สมาร์ทโฟน ช่วงเช้า 8:30 จะปลุกเตือนให้แกกินข้าวเช้า ซึ่งแน่นอนว่าแม่ผมจะต้องเดินมาที่กล่องใส่ยา เพื่อปิดเสียงนาฬิกาปลุกไม่อย่างงั้นจะไม่หยุดร้อง... แกจะได้เห็นกล่องยาด้วย เตือนว่าแกต้องกินยา... หลังจากนั้น 
9:00 ก็จะปลุกเตือนให้แกกินยาหลังอาหารเช้า

17:00 จะปลุกเตือนให้แกกินข้าวเย็น ซึ่งแน่นอนว่าแม่ผมจะต้องเดินมาที่กล่องใส่ยา เพื่อปิดเสียงนาฬิกาปลุกไม่อย่างงั้นจะไม่หยุดร้อง... แกจะได้เห็นกล่องยาด้วย เตือนว่าแกต้องกินยา... หลังจากนั้น 
17:30 ก็จะปลุกเตือนให้แกกินยาหลังอาหารเย็นอีกรอบ

ทดลองใช้งานมาประมาณ 1เดือน ผลก็ดีขึ้นครับ ยาที่เหลือคืนหมอแค่ 2-3เม็ดเท่านั้น ลดลงเยอะมาก เลยอยากเผยแพร่ให้คนอื่นๆ ได้ทดลองใช้ด้วยเหมือนกันเฝื่อว่าจะมีปัญหาคล้ายๆ กับผม แค่คุณมีมือถือเก่าๆ ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว กับกล่องใส่ยามามัดรวมกัน และก็ตั้งเวลาปลุกเอาไว้ ตามเวลากินยาที่หมอกำหมด มันดีตรงที่ทำให้แม่ผมกินข้าวตรงเวลามากขึ้น และลืมกินยาน้อยลง เป็นเหมือนการสร้างนิสัยด้วยครับ เพราะว่าแกทำทุกวัน 
ผมมีหน้าที่แค่บรรจุยาลงในกล่อง  และก็ชาร์จแบตฯ มือถือ ซึ่งของผมก็ 3วันชาร์จครั้งนึงครับ ก็ทำเพื่อให้แม่อยู่กับเราไปนาน เท่านาน


BY: KCAN

วันเสาร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560

รถเข็นจ่ายยาอัจฉริยะ

เทคโนโลยีรถเข็นจ่ายยาอัจริยะ




ในปัจจุบันต้องยอมรับว่า จำนวนพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยในแต่ละโรงพยาบาลนั้นไม่เพียงพอ พยาบาลหนึ่งคนจะต้องดูแลผูป่วยจำนวนมาก รวมถึงระบบการทำงานที่ไม่เอื้อ อีกทั้งพยาบาลอาจถูกขัดจังหวะจาก งานอื่นๆ ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง เมื่อเกิดการแทรกแซงงานดูแลผู้ป่วย และการเกินพิกัดของงานเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องการจัดการยาที่มีกระบวนการที่มีความซับซ้อน หลายขั้นตอน อาจเกิดความผิดพลาดขึ้นจากขั้นตอนใด ขั้นตอนหนึ่งก็ได้จากการศึกษาสถิติในสหรัฐอเมริกานั้น โอกาสที่จะเกิดความผิดพลาด ในการจ่ายยาให้กับผู้ป่วยส่วนใหญ่เกิดจากพยาบาล มีมากถึง 26%-32%

ส่งผลกระทบกับผู้ป่วยกว่า 1.5ล้านคนค่อปี

และส่งผลต่อต้นทุนในระยะยาวของโรงพยาบาลสูงถึง 3.5ล้านล้าน

ดังนั้นพยาบาลจึงควรได้รับการผลักดันให้ได้รับการดูแลและปกป้องด้วย รถเข็นจ่ายยาอัจฉริยะ "อุปกรณ์ช่วยพยาบาล ในเรื่องงานจ่ายยา"


รถเข็นจ่ายยาอัจริยะ MEDLINK

ช่วยปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ดีขึ้น
- พยาบาลสามารถที่จะตรวจสอบประวัติของผู้ป่วยจากระบบคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งอยู่บนตัวรถเข็นได้โดยง่ายสามารถที่จะรู้ได้ว่าผู้ป่วยจะต้องรับประทานยาอะไร จำนวนเท่าไหร่ และเวลาอะไร ตามที่แพทย์สั่ง
- รถเข็นจ่ายยาของ HUMAN SCALE สามารถปรับความสูงของตัวรถได้ตามความต้องการ ของผู้ใช้งานทำให้พยาบาลไม่ต้องก้มขึ้น ก้มลงในการทำงาน
- รถเข็นจ่ายยาของ HUMAN SCALE ออกแบบมาใช้งานง่าย มีมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยเลี้ยวทำให้ ไม่หนัก

เพิ่มการรักษาความปลอดภัยให้การแจกจ่ายยา
- มีระบบล๊อกลิ้นชักใส่ยา ลิ้นชักจะถูกเปิดออกได้ก็ต่อเมื่อพยาบาลใช้เครื่องยิงบาร์โค๊ต ยิงบาร์โค๊ตที่ข้อมือผู้ป่วย ลิ้นชักที่ใส่ยาของผู้ป่วยนั้นจะเปิดออกเองอัตโนมัติ

ปรับปรุงเรื่องความปลอดภัยของผู้ป่วย
- ประวัติของผู้ป่วยบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อให้พยาบาลสามารถตรวจสอบยาได้ ก่อนที่จะให้ผู้ป่วยได้รับประทาน

BY: KCAN
สนใจติดต่อ: 0841437045


วันพุธที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2560

รีวิว กล่องแอนดรอยด์วีชิฟ (Wechip)

วันนี้มารีวิวกล่องแอนดรอยด์ หรือ แอนดรอยด์ บ๊อกซ์ (Android box) ยี่ห้อวีชิฟ (Wechip)
หลายท่านอาจจะยังไม่รู้จัก เจ้ากล่องแอนดรอยด์ นี้ ก็ขอขยายความให้รู้จักก่อนนะครับ
กล่องแอนดรอยด์ คืออุปกรณ์ที่จะช่วยทำให้โทรทัศน์ หรือ ทีวี ธรรมดาๆ กลายเป็น สมาร์ททีวีระบบแอนดรอยด์ เหมือนกับมือถือแบบสมาร์ทโฟน ระบบแอนดรอยด์ครับ


สิ่งที่จะต้องมีก่อนที่จะซื้อเจ้ากล่องแอนดรอยด์ไปติดตั้งนั่นก็คือ ระบบอินเตอร์เน็ตครับ บ้านท่านจะต้องมีระบบอินเตอร์เน็ตก่อนไม่ว่าจะจากค่ายอะไรก็ได้ และก็ทีวีครับ
 
กล่องแอนดรอยด์วีชิฟ วี3 มาพร้อม
 - ชิฟเซ็ต RK3229 ที่เป็นของบริษัท Rockchip
 - ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 5.1
 - หน่วยความจำแรม 1กิกะไบต์ และ รอม 8กิกะไบต์
 - ให้ภาพแบบ Full HD 1080



ความเร็วในการบูตขึ้นมาเร็วมาก ภาพคมชัดระบบ Full HD นอกจากนี้ยังรองรับ ไวไฟ 2.4Gz สะดวกไม่ต้องเดินสาย LAN หรือถ้าจะเดินสาย LAN ตัวเครื่องก็รองรับ โดยมีช่องต่อ LAN อยู่ด้านหลัง

การต่อกับทีวีสามารถผ่านช่อง HDMI หรือจะต่อกับผ่าน AV ก็ได้ สำหรับทีวีรุ่นเก่า มีข่องเสียบ USB 2ช่อง และช่องเสียบ มินิ SDการ์ด อีก 1ช่องรองรับ SD การ์ด 32กิกะไบต์ 







สามารถโหลด แอปฯ ต่างๆ มาลงได้เหมือนกับ แอนดรอยด์บ๊อกซ์ทั่วๆ ไป ทั้งเฟสบุ๊ค ยูทรูป เกม ดูทีวีออนไลน์ หรือแอปเพื่อการศึกษา และอื่นๆ ตามที่มีให้โหลดครับ

สิ่งที่ดี ที่ผู้ปกครองหลายคนชอบ และตัดสินใจซื้อเพราะว่า ให้เด็กเล่นผ่านทีวีที่บ้าน ผู้ปกครองสามารถเห็นพฤติกรรมของลูกๆ ได้ แนะนำได้ ดีกว่าซื้อมือถือให้ลูก ลูกก็จะติดอยู่กับมือถือ ผู้ปกครองไม่สามารถรู้ได้ว่าลูกดูอะไร เล่นอะไร

ในราคาเพียง 1,690บาท เทียบกับสมัยแรกๆ ซื้อกล่องแอนดรอยด์มา 3,800กว่าบาท เรียกว่าราคาหายไปเกินครึ่งหนึ่งเลย แถมมีรับประกันให้อีก 1ปีทีเดียว คุ้มสุดคุ้ม

สนใจสามารถสั่งซื้อได้แล้ววันนี้


0841437045
ไลน์ ID: kitti_kh

By: KCAN

วันพุธที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2560

นาฬิกาดิจิตอล ทำเอง

วันนี้จะมาทำนาฬิกาดิจิตอลกันนะครับ ราคาถูกใช้การได้ดี เริ่มต้นจากซื้อชุดคิทมาก่อนครับราคาก็ 140กว่าบาท เขาก็จะมีมาให้ครบเลยครับ ที่เห็นเป็นพระเอกเลยก็น่าจะเป็นเจ้าไมโครคอนโทรเลอร์เบอร์ AT89C2051 ซึ่งสามารถดูว่าเจ้าพระเอกของเราทำงานยังไงก็สามารถคลิ๊กเข้าไปดูได้เลยครับ แต่



ว่าเราคงจะไม่ได้ลงในรายละเอียดอะไรมาก เอาเป็นว่าพอได้ชุดคิทมา เราก็เริ่มใส่อุปกรณ์ โดยให้เริ่มจากอุปกรณ์ที่เตี้ยๆ ก่อน ในที่นี้ก็จะเป็นสวิทช์ชิ่งไดโอด จั้มเปอร์ 3จุด ตามด้วยรีสซีสเตอร์ต่างๆ อ่านรหัสสีดีๆ นะครับ จากนั้นก็ คาปาซิเตอร์แบบเซรามิค แร่คริสดอล ช๊อกเก็ตไอซี สวิทช์กดตั้งเวลา


มาถึงตรงนี้ก็เรียกว่ามาได้ครึ่งทางแล้วครับ เราก็จะมาใส่อุปกรณ์ที่สูงขึ้นมาอีกนั่นก็คือ หลอด LED 4หลอดเน้นเรื่องขั้วด้วยนะครับ ขายาวเป็นบวก ขาสั้นเป็นลบ ตามด้วยทรานซิสเตอร์อีก 6ตัว ซึ่งสำหรับมือใหม่ ให้ระวังเรื่องความร้อนจากหัวแร้งจะทำให้ตัวทรานซิสเตอร์เสียหายด้วยนะครับ ก็แนะนำว่าให้บักกรีทีละขา และเว้นระยะเวลาให้มันเย็นก่อนค่อยบักกรีขาถัดไป ไม่ต้องรีบร้อน จากทรานซิสเตอร์ ก็เป็นคิวของไอซีเร็กกลูเลเตอร์ ซึ่งเน้นต้องดูเบอร์ดีๆ ก่อนนะครับเพราะรูปร่างภายนอก จะเหมือนกับตัวทรานซิสเตอร์เลย ไอซีเร็กกลูเลเตอร์เป็นเบอร์ 78L05 ซึ่งจะให้แรงดันไฟฟ้าที่เอาท์พุทคงที่ที่ 5โวลท์ ตามต่อด้วย LED 7เซ็กเมนท์ (ตัวเลข) จากนั้นก็ใส่คาปาซิเตอร์แบบอิเลคโทรไลซ์ ระวังเรี่องขั้วด้วยนะครับ เพราะคาปาซิเตอร์แบบอิเลคโทรไลซ์จะมีขั้วบวกลบ



สุดท้ายท้ายสุด ก็ใส่ขั้วต่อสายไฟเลี้ยง แล้วก็เอาพระเอกของเราใส่ลงในช๊อกเก็ตไอซี เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็ทดสอบครับ ผมใช้หม้อแปลงที่ใช้ชาร์จแบตฯ มือถือสมัยโนเกีย ที่ตอนนี้ไม่ได้ใช้แล้ว ดูแล้วให้ไฟออก = 5โวล์ มาตัดขั้วที่ต่อกับโทรศัพท์ออก ก็สามารถใช้งานได้เลยครับ 



การตั้งเวลาก็ไม่ยุ่งยากอะไร เพราะมีสวิทช์อยู่แค่ 1ตัว กดยาว 3วินาที ก็จะเป็นการตั้งเวลานาที กดสั้นก็จะทำให้ตัวเลขเปลี่ยนแปลง จากนั้นก็กดยาว 3วินาทีอีกครั้ง ก็จะตั้งเวลาหน่วยชั่วโมง ส่วนรังถ่านที่ให้มานั้น ก็ไปหาซื้อถ่านกระดุม เบอร์ CR2025 หรือ CR2030 มาใส่ เพื่อว่า เวลาไฟดับ จะได้ไม่ต้องมาตั้งเวลาใหม่ครับ รวมๆ แล้วก็ 160กว่าบาท ที่เหลือก็ไปหากล่องมาใส่ ผมเองก็ไปได้ตลับเทปคาสเซ็ทเก่าๆ มาใส่ได้พอดีเลยครับ


ไปดูราคาที่เขาขายกันตามห้าง ตามเว็บไซด์ ก็ 400กว่าบาทขึ้นไปจนหลักเกือบพัน อยู่ที่ขนาดและความสามารถ ซึ่งก็จะได้ความสวยงาม มีบอกวัน เดือน ปี หรือบางรุ่นก็สามารถบอกอุณหภูมิได้ด้วย แต่ว่าอย่างเราก็จะได้ความภูมิใจ ในราคาแบบพอเพียง ความสวยงามก็ออกแบบกันเอง อาจจะหาฟิลม์สีดำๆ มาติดเพื่อให้มองเห็นแต่ตัวเลขอย่างเดียวได้เหมือนกัน 



#สนใจชุดคิท ราคา 145บาท ค่าส่ง EMS 52บาททั่วประเทศ

AT89C2051 อ้างอิงเฝื่อคนที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม

BY: K.C.A.N



วันพุธที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560

วัดมูลจินดา

วัดมูลจินดา วัดใกล้ๆ บ้าน . . .

วัดมูลจินดา วัดเก่าแก่อีกหนึ่งวัดของจังหวัดปทุมธานี... บ้านอยู่ใกล้กับวัดนี้ แต่ก็เหมือนกับเส้นผมบังภูเขา ผมเคยมาที่วัดนี้แค่ครั้งเดียวช่วงลอยกระทงเมื่อหลายปีมาแล้ว ปกติก็จะนั่งรถเมล์ผ่านมา-ผ่านไป ยกมือไหว้พระประธานที่ยืนสูงเด่น เป็นสง่า...

พอดีช่วงนี้ตกงาน เลยว่าจะหาอะไรขาย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็เลยแวะเข้าไปเดินไปดูว่ามีอะไรขายแล้วบ้าง และเราจะเอาอะไรมาขายดี ค่าเช่าที่เท่าไหร่ และขายทุกวันไหม รวมทั้งมาขอพรพระประธานใกล้ๆ ด้วย ซึ่งพอดูใกล้ๆ แล้วก็เหมือนท่านยิ้มให้เราตลอดเวลาเลย


การมาวัดมูลจินดา ก็ไม่ยากครับ วัดอยู่ติดคลองรังสิตฯ คนแถวๆ นี้จะเรียกว่าคลองห้าครับ ถ้ามาจากฟิวเจอร์ พาร์ค พอลอดสะพานมอเตอร์เวย์ ก็ให้มองทางขวามือเอาไว้เลยครับ จะเห็นพระประธานยืนยิ้มให้ท่านอยู่... จากนั้นก็หาที่กลับรถแล้วก็ข้ามสะพานที่เห็นตามรูปข้างล่างก็จะถึงวัด
พิกัด GPS = 14.0078779,100.7083783


สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัดมูลจินดา ที่ใครๆ ก็จะต้องมากราบนอกจากองค์พระประธานแล้ว ก็คือรูปปั้นของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5  ครับ ขอเรื่องค้าขายจะดีครับแม่ค้าแถวๆ นั้นเล่าให้ฟัง


นอกจากนี้ ก็จะมีอีกหลายจุดให้ได้ไหว้พระกันครับ วันอาทิตย์แบบนี้ก็คนเยอะพอใช้ได้ ร้านค้าก็เยอะ ส่วนมากก็จะเป็นของกิน อาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว กาแฟ ผลไม้ ข้าวเกรียบ ของหวานก็มีครับ มีร้านขายเสื้อผ้า ก็ 2-3ร้าน พระเครื่องก็หลายเจ้า ของใช้เครื่องไฟฟ้าก็มี 


มาวัดมูลจินดา สิ่งที่ไม่ควรพลาดอีกอย่างหลังจากไหว้พระและสิ่งศักดิ์สิทธ์แล้ว ก็คือการทำทาน ด้วยการให้อาหารปลา จะได้รู้ว่าคลองรังสิตฯ ยังมีปลาเยอะอยู่ไหม



วัดมูลจินดา ก็อาจจะเป็นทีทำงานแห่งใหม่ของผมก็เป็นได้ครับ  ว่าแต่จะขายอะไรดี... ว่างๆ ก็แวะมาเที่ยวมาขอพร ทำบุญ ทำทานกันครับ เฝื่อว่าจะได้เจอกัน...

By: KCAN



วันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ต้นตระกูล

ต้นตระกูลของอาม้า

ผมก็ได้เห็นแต่รูปนี้แหละครับ แม่ผมบอกว่าเป็น "เหล่าเหล่ากง" "เหล่าเหล่าม่า" คือพ่อกับแม่ ของ"อาม่า"ของผม "อาม่า"ก็คือแม่ของแม่ผมเอง... "เหล่าเหล่ากง" "เหล่าเหล่าม่า" ท่านทั้งสองอพยพมาจากประเทศจีน น่าจะมากกว่า 100ปีที่แล้ว แม่เล่าให้ฟังว่า ที่ประเทศจีนในสมัย 100กว่าปีก่อน จะแห้งแล้งมาก ปลูกอะไรก็ไม่ผลผลิต หากินยากลำบาก ลูกก็เยอะเลยตัดสินใจอพยพ โดยนั่งเรือสำเภามาจากประเทศจีน เหมือนในหนังเลยครับ มาขึ้นฝั่งที่พระประแดงนี่แหละ คิดดูว่าพาลูกๆ มาด้วย 7คน จะลำบากขนาดไหน แม่ยังเล่าให้ฟังต่อว่า "เหล่าเหล่ากง" "เหล่าเหล่าม่า"  มีลูกทั้งหมด 8คน เป็นผู้ชาย 6 และผู้หญิง 2คน ดังนี้

ลูกคนโตเป็นผู้ฃาย ผมต้องเรียกว่า "เหล่า-ตั่ว-กู๋" ตอนนี้ครอบครัวย้ายกลับไปประเทศจีน (เสียชีวิตแล้ว)
ลูกคนที่สองเป็นผู้หญิง ผมต้องเรียกว่า "เหล่า-ตั่ว-อี๋" ขายก๋วยเตี๋ยวอยู่แถวๆ หัวลำโพง (เสียชีวิตแล้ว)
ลูกคนที่สามเป็นผู้หญิง ก็คืออาม่าของผมเองครับ (เสียชีวิตแล้ว)
ลูกคนที่สี่เป็นผู้ชาย ผมต้องเรียกว่า "เหล่า-ยี่-กู๋" ขายล๊อตเตอรี่แถวคลองสาน (เสียชีวิตแล้ว)
ลูกคนที่ห้าเป็นผู้ชาย ผมต้องเรียกว่า "เหล่า-ซา-กู๋" อยู่ที่บ้านพระประแดง (เสียชีวิตแล้ว)
ลูกคนที่หกเป็นผู้ชาย ผมต้องเรียกว่า "เหล่า-ซี-กู๋" อยู่ที่บ้านพระประแดง (เสียชีวิตแล้ว)
ลูกคนที่เจ็ดเป็นผู้ชาย ผมต้องเรียกว่า "เหล่า-โง่ว-กู๋" ครอบครัวย้ายกลับไปประเทศจีน (เสียชีวิตแล้ว)
ลูกคนสุดท้องเป็นผู้ชาย ผมต้องเรียกว่า "เหล่า-โซย-กู๋" เป็นคนเดียวที่เกิดในประเทศไทย (เสียชีวิตแล้ว)

เรียกว่ารุ่นที่สองในตระกูลของแม่ผมก็จากโลกนี้ไปหมดแล้ว แม่ผมก็เป็นรุ่นที่สาม ก็เป็นพี่สาวคนโต (ตั่วแจ้) ในรุ่นนี้เลยครับ อายุปีนี้ 2560 ก็ 80ปีพอดี เกิดปี 2480

ตอนที่ผมได้ 2-3ขวบ ก็มีอยู่ช่วงชีวิตหนึ่งจำไม่ได้ว่านานขนาดไหน แต่แม่ผมเล่าให้ฟังว่าประมาณเกือบๆ 1เดือนที่ พ่อกับแม่ผมพามาฝากกับอาม่า ผมก็ได้เล่นซนอยู่ที่บ้านพระประแดงแห่งนี้แหละครับ รู้แต่ว่าตอนผมเป็นเด็กๆ ที่บ้านนี้เข้าจะทำผ้าถุงกันครับ ตั้งแต่ย้อมผ้า ตากผ้า ตัดผ้าเป็นชิ้น ทั้งสกรีนโลโก้ และพับใส่ถุง ก็เรียกว่าเป็นโรงงานเล็กๆ ต้นแบบ SME. ในสมัยปัจจุบันนี้ละมั้ง
บ้านพระประแดง บ้านไม้หลังใหญ่ที่ชั้นที่สองมีห้องมากกว่า 5-6ห้อง สมัยก่อนก็จะเป็นห้องนอนของเหล่ากู๋ แต่ละคนรวมถึงอาม่าผมด้วย แต่ปัจจุบันบ้านพระประแดง เป็นสมบัติของคนรุ่นที่สามที่ผมเรียกว่า "กู๋" แต่ก็ร้างไม่มีคนอยู่ เพราะอากู๋ เขาย้ายไปอยู่ที่เชียงใหม่กัน น่าเสียดายมากถ้าหากว่าเป็นเป็๋นคนที่มีเงินมากๆ ก็อยากจะเปิดบ้านหลังนี้ใหเป็นพิพิธภัณฑ์ ให้คนรุ่่นหลังได้เห็นบ้านของคนเมื่อ 100ปีที่แล้ว ลืมบอกไปว่าด้านหลังของบ้านเป็นคลองด้วยนะครับ เรียกว่าบรรยายกาศดีเลยที่เดียว ข้าวของเครื่องใช้เก่าๆ ก็ยังมีให้เห็นเยอะ รูปทั้งสองข้างบน ผมถ่านเอาไว้เมื่อปี 2013 เดือน 3 วันที่ 9 ตอนที่พาแม่ผมไปเยี่ยม เหล่า-โซย-กู๋ ตอนที่แกไม่สบาย แว๊บเดียว 4ปี เร็วมาก

เวลาเป็นสิ่งเดียวที่ไม่เคยรอใครจริงๆ ไม่สามารถหยุดมันได้ด้วย และที่สำคัญที่สุดคือไม่สามารถเอากลับคืนกลับมาได้ด้วย ดังนั้นทำทุกวินาทีให้มีค่ากันนะครับ อย่าปล่อยให้เวลามันผ่านไปเฉย โดยไม่เกิดประโยชน์

ขอบันทึกเอาไว้เป็นตัวเชื่อมของกาลเวลา เล่าเรื่องราวในอดีตสู่ปัจจุบัน และส่งต่อไปในอนาคต...

BY: K.C.A.N

วันเสาร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

เครื่องขยายเสียงจิ๋ว

เครื่องขยายเสียงจิ๋ว ผมคงจะเรียกมันไม่ผิดนะครับ

รีวิวสินค้าวันนี้ ก็บังเอิญไปพบกับเจ้าเครื่องขยายเสียงจิ๋วมาครับ ก็เลยซื้อกลับมาทดลองประกอบด้วย 1กล่อง ในราคา 399บาท คนขายบอกว่าขนาด 50วัตต์ + 50วัตต์ สเตอริโอ... ไม่น่าเชื่อ


ในฐานะที่เป็นเด็กอิเลคทรอนิคส์ ประกอบเครื่องขยายเสียงเองมาก็เยอะ สมัยเรียนก็ค่อนข้างจะชอบเลยที่เดียว จำได้ว่าเป็นสมัยปวช. ปี 1 หรือ 2 นี่แหละ ประกอบเครื่องเสียงเอง กราวด์ไม่ดี เครื่องเสียงก็จะฮัม หรือว่าถ้าหม้อแปลงไม่ดี มีสนามแม่เหล็กออกมาเยอะ ก็จะฮัม เป็นเสียงต่ำๆ เรียนเครื่องขยายเสียง 1ปี ประกอบเครื่องเสียง 2ปี ประมาณ 6-8ชุด ตั้งแต่วัตต์ต่ำๆ ไปจน 100วัตต์ + 100วัตต์ เป็นเพาเวอร์มอสเฟสกันเลย เครื่องเสียงสมัยก่อนจะมีขนาดใหญ่โตครับ เฉพาะหม้อแปลงที่จ่ายกระแสไฟฟ้าได้ 5A ก็หนักเอาการแล้วครับ ไหนถ้าต้องการกระแสไฟตรงที่เรียบๆ ก็จะต้องใช้ C ตัวโตๆ 10,000uF แล้วจะให้กล่องมันเล็กได้ยังไง ไหนจะต้องมีแผ่นระบายความร้อนอีก 


พอโตขึ้นก็ไม่ค่อยได้ประกอบเครื่องขยายเสียงแต่ก็ชอบฟังเสียงของเครื่องขยายเสียง ยี่ห้อไหนใครว่าเสียงดีต้องขอไปฟังเสียงให้ได้ เท่าที่จำได้เครื่องขยายเสียงในสมัยนั้นก็จะมี KENWOOD, SHERWOOD, SHERMAN, SONY, JBL, NAKAMICHI, BOSE, JVC, ETC. พี่ชายเพื่อนคนหนึ่งเขาก็ชอบมาก เรียกว่าเข้าขั้นบ้าเลยครับ และพี่เขาก็ทำงานและมีเงินแล้ว เขาก็จะซื้อมา เราก็จะขอเข้าไปฟังเสียง จำได้ว่าตอนเรียน ปวช. ยังเป็นระบบเทปคาสเซ็ท จะมีเสียง ซีๆๆๆๆๆ .... (เราเรียกกัน) เป็นเสียงแหลมเล็กๆ ตลอดเวลา ยิ่งเวลาช่วงต่อเพลงจะได้ยินชัด เขาก็จะมีระบบ ดอลบี้เข้ามาขจัดเสียงสูงอันนี้ พอมาช่วงหลังๆ ซีดี เข้ามาแทนที่ระบบเทปคาสเซ็ท เจ้าเสียงแหลม ซีๆๆๆๆ นี้ก็ถูกขจัดให้หายไป อันนี้ก็จะเป็นประวัติของเครื่องขยายเสียงเล็กๆ 


พอช่วงทำงาน ก็พอเก็บเงินและก็ซื้อเครื่องเสียงของตัวเองชุดแรก ก็คือ PIONEER เพราะชอบส่วนตัว แต่ก็ไม่ค่อยได้เปิดเท่าไหร่ จำได้ว่าซื้อมาหลักหมื่นบาทขึ้นไป ตอนนี้ไปอยู่กับน้องชาย แต่น่าจะเสียแล้ว เพราะมากว่า 20ปีแล้ว มาช่วงปัจจุบันก็มี SONY อยู่ชุดเดียว ที่เหลือก็จะเป็นเครื่องเสียงแบบ 2.1ช่องสัญญาณเสียง ที่ต่อกับคอมพิวเตอร์ ธรรมดาๆ  


จนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ไปเดินเที่ยวที่นึง ก็ไปพบเขาขายเครื่องขยายเสียงจิ๋ว เล็กมากไม่น่าเชื่อว่าจะมีวัตต์สูง เลยซื้อมาลองประกอบดู สุดยอดมาก เล็กพริกขี้หนูจริงๆ เป็นเครื่องเสียงยุค 4.0 มีเพียง ไอซีแค่ตัวเดียว ประหยัดพลังงานแน่นอน เสียงดีใช้ได้ ไม่แตกต่างจากเครื่องเสียงราคาแพงๆ ที่เคยฟังมาเลย แค่หาลำโพงดีๆ กับแหล่งกำเนิดสัญญาณดีๆ เสียงก็ออกมาดีมากไม่น่าเชื่อ ยุคสมัยมันเปลี่ยนแปลงไปจริงๆ ทุกอย่างเล็กลง ไม่สูญเสียพลังงานไฟฟ้าไปเป็นพลังงานความร้อน เลยเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานเสียงได้ดังขึ้น รีวิวให้ไป 4.5ดาวสามารถขอแนะนำครับ


ทอลองฟังเสียง

เอาไปติดมอดเตอร์ไซด์


BY: KCAN