หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560

สะพานสารสิน อนุสรณ์แห่งรักแท้

     สะพานสารสิน สะพานที่เฃื่อมระหว่างจังหวัดพังงา กับเกาะภูเก็ต หรือจังหวัดภูเก็ต ระหว่างบ้านท่าฉัตรไชยจังหวัดภูเก็ตและบ้านท่านุ่นของจังหวัดพังงา มีความยาวทั้งหมด 660 เมตร เปิดใช้งานเมื่อปี 2510 ก่อนผมเกิดซะอีก นี้่ก็ผ่านมาแล้วกว่า 50ปี โดยสะพานนี้มีชื่อเสียงก็เพราะว่า มีคู่รัก ชาย-หญิงที่ถูกพ่อแม่กรีดกัน มากระโดดสะพานเสียชีวิตที่นี่ เลยเป็นตำนานของสะพานรัก แต่ผู้เขียนเองก็ไม่สนับสนุนให้ทำแบบนี้นะครับ


ขอให้เป็นแค่คู่เดียว และคู่สุดท้าย ยังไงๆ ก็ขอให้พ่อแม่เข้าใจว่า ลูกก็จะมีชีวิตในแบบของเขา เมื่อเขาโตพอที่จะคิดและตัดสินใจอะไรได้แล้ว เราก็ควรที่จะออกมาดูอยู่ห่างๆ แบบห่วงๆ ก็พอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความรัก คงจะบังคับเขาไม่ได้ และไม่ควรจะปิดกลั้นเขาด้วย  เพราะจะเป็นสาเหตุให้เกิดเรื่องเศร้าขึ้นได้

วันนี้ได้มีโอกาสมาถึงที่นี่ก็เลยต้องขอแวะ ขอดูอนุสรณ์แห่งความรักแห่งนี้ซะหน่อย อย่างน้อยก็ขอมาเป็นพยานรักให้กับท่านทั้งสองคน และขอให้ความรักคู่ของผม รักกันตลอดไปด้วย



ความจริงอยากบอกว่า เมื่อขึ้นไปยืนอยู่บนสะพานแล้ว ดูมันสูงมาก ลมก็แรง ยืนถ่ายรูปยังรู้สึกหวิวๆ เลย ก็ต้องบอกว่าเป็นคู่รักที่นอกจากจะรักกันมากแล้ว ยังกล้าหาญอย่างมากจริงๆ อีกด้วย

ก็เชิญชวนแวะไปเที่ยว ไปร่วมเป็นพยานรัก และไปขอพรในเรื่องของความรัก ให้ได้เจอรักแท้ และรักกันตลอดกาลกันครับ

By: KCAN

วันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2560

อาม่าตะลุยกรุงเทพฯ


วันนี้เงินเดือนออก ต้องรีบเอาเงินมาให้แม่ผมก่อนครับ ไม่ว่าเราจะเหลือมาก หรือเหลือน้อย แต่ยังไงแม่ผมก็จะต้องได้รับเงินจากผมคงที่แน่นอน ทุกเดือน เป็นแบบนี้มาทุกเดือน

และวันนี้ก็พาแกออกมาเปิดหูเปิดตาในกรุงเทพฯ สักหน่อยดีกว่านั่งหงอยๆ อยู่บ้าน พอดีลูกสาวอยากเอาโทรศัพท์มือถือมาซ่อม ก็เลยหลอกแกออกมาด้วย 5555 ไม่อย่างงั้นแกคงไม่ยอมออกมาด้วยแน่ๆ

ความจริงแล้วแม่ผมแกเป็นคนชอบเที่ยวมาก ถ้าแกเป็นสาวๆ แกไปมาทั่วทั้งประเทศแล้ว ส่วนใหญ่ก็ไปกับลูกๆ นี่แหละครับ แต่ช่วงหลังๆ แกปวดขา ปวดเข่า ขึ้นลงบันไดไม่สะดวก แกก็เลยไม่ค่อยอยากจะไปไหน นอกจากหลานชวน แกก็จะไป เลยต้องให้ลูกสาวผมเป็นคนชวนแก แกถึงจะยอมมาด้วย

ลูกสาวบอกว่า จะเอามือถือมาซ่อมที่พันธ์ทิพย์ พลาซ่า ที่ในกรุงเทพ แถวๆ ประตูน้ำก็เลยชวนแกออกมาเที่ยวด้วย อยากให้แกเห็นบรรยากาศในกรุงทพฯ หลังจากที่ไม่ได้เข้ามานานกว่า 5ปี

พอแกเห็นกรุงเทพฯ บนลาดจอกรถของห้างพันธ์ทิพ แกก็ขอให้ถ่ายรูปให้แกหน่อย 5555 เหมือนบ้านนอกเข้ากรุงเลย ทั้งๆ ที่แกเป็นคนกรุงเทพฯ มานานแสนนาน แกก็บอกว่ามันเปลี่ยนไปมากจริงๆ เดี๋ยวนี้ตึกสูงๆ เต็มไปหมด สมัยแกอยู่ตึกสูงๆ ก็จะมีแค่ตึกโรงแรมดุสิตธานี ที่แถวสวนลุมฯ นานไปหรือเปล่าอาม้า... ความจริงแกก็ไปอยู่กับผมที่ปทุมธานี พึ่งจะ 17ปีเท่านั้นเอง แต่แกคงจำไม่ได้ ความจำของแกคงจะเป็นช่วงที่แกเป็นสาวๆ หรือกว่า 30ปีก่อนแน่

แม่ ก็คือคนที่รักเราที่สุดในโลกผมเฃื่อ
กลับไปหา และไปพาท่านไปเที่ยว พาไปกินข้าวบ้าง
ท่านเป็น ร่มโพธฺ์ ร่มไทรของบ้านจริงๆ


BY:  K.C.A.N


วันเสาร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2560

วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร

วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร


วัดไทยสไตร์โบสถ์คริสต์ สิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 5 สร้างทิ้งไว้ให้ชนรุ่นหลัง เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า พระองค์ท่านมีแนวความคิดที่ผสมผสานและสร้างสรรค์ พร้อมจะทำในสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนเพื่อให้เกิดขึ้นในประเทศ

วัดนิเวศธรรมประวัติฯ ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ติดกับพระราชวังบางปะอิน (ถูกกั้นด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา) ที่จอดรถใช้ร่วมกันกับพระราชวังบางปะอิน แต่ถ้ามาวัดจอดรถฟรีครับ แต่ถ้าเข้าพระราชวังฯ จะต้องเสียค่าจอดรถ ตอนที่เข้าลานจอด จะมีคนถามว่ามาเที่ยวที่ไหน


เพราะว่าวัดตั้งอยู่บนเกาะ ดังนั้นการที่จะเดินทางข้ามไปยังวัด ก็จะต้องไปโดยกระเช้า เพี่อข้ามแม่น้ำครับ ซึ่งจะขึ้นได้จากลานจอดรถเลยครับ ลองถามคนแถวนั้นดูครับ ว่าจะข้ามไปเที่ยวที่วัดต้องขึ้นกระเช้าที่ไหน กระเช้าจะบริการฟรีนะครับ แต่จะมีกล่องรับบริจาคช่วยเหลือค่าไฟฟ้า อยู่ทางด้านฝั่งวัดครับ ไม่มีการกำหนดว่าต้องคนละกี่บาท คือแล้วแต่จะบริจาคกันครับ มีมากให้มาก มีน้อยให้น้อย หรือจะไม่ให้เลยก็ได้ครับ ทางวัดเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร ด้วยความที่เป็นเกาะ ทางด้านท้ายเกาะพระองค์ท่านก็ยังได้สร้างสิ่งที่เรียกว่าประภาคาร (LIGHTHOUSE) ในรูปแบบทรงยุโรปขึ้นด้วย เพื่อป้องกันเรือที่อาจจะชนเกาะในช่วงคืนเดือนมืดด้วย ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นประภาคารยุคแรกๆ เพราะประเทศไทยในตอนนั้นน่าจะยังไม่รู้จักประภาคารกันซักเท่าไหร่


ส่วนบรรยากาศภายในโบสถ์ ก็ตามรูปข้างล่าง อยากบอกว่าสวยงามมาก แนะนำให้ไปเที่ยวจริงๆ ถ้ายังไม่เคยไปดู รับลองว่าไม่ผิดหวัง ไม่ไกลแค่พระนครศรีอยุธยา




BY: K.C.A.N

วันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ณ วิหารแก้ว สวยงาม อลังการ


     วันที่ 25/10/2017 ก่อนวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ ๙ 1วัน ผมได้มีโอกาสเดินทางมาปฎิบัติหน้าที่ที่จังหวัดอุทัยธานี หลังจากที่ปฎิบัติภาระกิจเสร็จสิ้นก่อนเดินทางกลับปทุมธานี ก็คิดถึงว่าจังหวัดอุทัยธานี มีวิหารแก้ว  ที่วัดจันทราราม หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่าวัดท่าซุง ผมจำได้ว่าเคยพาครอบครัวมาเที่ยวเมื่อกว่า 10ปีครั้งหนึ่งแล้ว จำได้ว่าครั้งนั้นซื้อยาหม่องที่มีขายที่หน้าทางเข้าพระวิหารกลับบ้านด้วย เอาไปแจกคนข้างบ้าน และใช้กันเองด้วย มาวันนี้ไหนๆ ก็มาที่จังหวัดอุทัยธานีแล้ว ก็ขอแวะกราบพระประธานที่ในวิหารแก้ว รวมถึงกราบศพหลวงพ่อฤาษี ลิงดำด้วยก่อนกลับ เพื่อขอพรให้ครอบครัว และเพื่อเป็นศิริมงคลให้กับครอบครัวด้วย

วัดท่าซุง ตั้งอยู่ที่ ตำบลน้ำซึม อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี พิกัด GPS=15.33245,100.0727051 จากตัวเมืองใช้เวลาประมาณไม่เกิน 15นาทีก็ถึงที่วัด แต่วันที่ผมไปเขากำลังขยายถนนอยู่ แต่คิดว่าอีกไม่เกิน 2เดือนน่าจะเสร็จครับ เพราะเหลือช่วงสั้นๆ อีกนิดหน่อยเท่านั้น ที่เหลือเสร็จหมดแล้ว เป็นถนน 4เสนส์ ใหญ่โต จะทำให้เดินทางได้สะดวกขึ้นแน่นอน วันนั้นเดินทางมาถึงประมาณบ่าย 3โมงกว่า วิหารปิดตอน 4โมงเย็น ก็เหลือเวลาอีก ครึ่งชั่วโมงก็สามารถกราบพระได้ทันอยู่ครับ 

ไม่ได้มา 10กว่าปี ทุกอย่างไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย ยังสวยเหมือนเดิม กระจกแก้ว ก็ยังระยิบระยับทั้งวิหาร เหมือนหลุดเข้าไปมิติอื่นเลย อยากให้คนต่างประเทศได้เห็นความวิจิตร และความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ



หลังจากกราบพระประธานในวิหารแล้ว ก็ต้องเดินย้อนกลับมากราบหลวงพ่อฤาษีลิงดำ และพระบรมฉายาลักษณ์ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่๙ ที่ทางวัดนำมาจัดตั้งเอาไว้ สัญญากับพระองค์ว่า. . .
จะเป็นประชาชนที่ดี จะช่วยทำให้ประเทศไทยที่ท่านรักยิ่ง มีความเจริญก้าวหน้า ทัดเทียมนานาชาติในแบบที่เป็นคนไทยไม่เรียนแบบ หรือตามอย่างฝรั่งเขาทั้งหมด



BY: K.C.A.N

วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2560

เที่ยวโครงการพระราชดำริ

เที่ยวโครงการพระราชดำริ เขื่อนขุนด่านปราการชล

๑๓ ตุลาคม วันที่ที่เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ผมหยุดงาน ลูกๆ ปิดเทอมแต่ว่าภรรยา ไม่หยุดงาน...


พอดีว่าน้าสาวของภรรยาได้จัดทำกองกฐินสามมัคคีขึ้น ซึ่งภรรยาผมก็เป็นหนึ่งในสายของกฐินนี้ หลังจากที่ภรรยารวบรวมซองที่ใส่เงินได้ครบแล้ว ก็บอกว่าให้เอาซองกฐินนี้ ไปคืนให้น้าสาวให้หน่อย ที่จังหวัดนครนายก เพราะน้าสาวจะเอาไปรวบรวมเพื่อเตรียมนำไปถวายวัดต่อไป ผมก็เลยชวนลูกๆ ไปด้วยกัน จะได้พาแม่ผมไปเที่ยวด้วย


แน่นอนว่าฝนตกไปตลอดทางครับ จากปทุมธานีไปนครนายก ระยะ 70-80กม. ฉุ่มฉ่ำกันเลย พอดีตอนที่อยู่ในรถ ลูกสาวก็อ่านข่าวเรื่องของน้ำว่าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ๋ มีปริมาณน้ำจะเกิน 100เปอร์เซ็นต์ ของความจุเขื่อนแล้ว และก็หันมาสอบถามกับผมว่าปีนี้ น้ำจะท่วมมั๊ย... ปทุมธานี



ฟังคำถามแล้ว ผมเองก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน เพราะว่าผมเองก็ได้ยินมาเหมือนกัน ว่าเขื่อนป่าสักฯ เริ่มปล่อยนำออกมาเยอะ ทางท้ายเขื่อนน้ำเริ่มท่วมกันแล้ว จากแม่น้ำป่าสักก็จะไหลมารวมกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และก็ไหลผ่านปทุมธานี --> กรุงเทพฯ แล้วไปลงอ่าวไทย ที่จังหวัดสมุทรปราการ แต่ด้วยความที่กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวง เขาก็คงจะป้องกันไม่ให้ท่วมเป็แน่ ก็ไม่รู้ว่าจะเหมือนกันกับปี 2554 หรือเปล่า ที่ปล่อยน้ำเข้าปทุมธานีแทน

เลยชวนลูกสาวไปดูน้ำที่เขื่อนขุนด่านปราการชล เพราะว่าถ้าเขื่อนนี้ปล่อยน้ำเยอะเหมือนกับเขื่อนป่าสักฯ แล้วละก็ มีโอกาสที่น้ำจะท่วมอยูเหมือนกัน เพราะว่า หนึ่งในเส้นทางน้ำไหลของเขื่อนขุนด่านฯ ก็คือ คลองรังสิตประยูรศักดิ์ ซึ่งก็จะไหลไปรวมกับแม่น้ำเจ้าพระยา 


แต่เมื่อมาดูแล้วปรากฎว่าเขื่อนยังปล่อยน้ำในปริมาณปกติ ผ่านโรงผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ยังไม่ได้เปิดประตูน้ำหลักเลยขับรถขึ้นไปดูบนสันเขื่อน ก็จะเห็นว่าระดับน้ำยังห่างจากสันเขื่อนอีก2-4เมตร น่าจะมีน้ำในอ่างประมาณ 80% แต่ถ้าฝนยังตกต่อเนื่อง ก็ไม่แน่ว่าอาจจะต้องเปิดประตูระบายน้ำหลักเพื่อพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำ ลุ้นเอาครับว่าขอให้เข้าฤดูหนาวเร็วๆ และให้ฝนหยุดตกเร็วๆ ด้วย


แต่ผมก็เชื่อว่าในหลวงรัชกาลที่๙ ท่านจะทรงคุ้มครองประเทศไทย และคนไทยที่ท่านรักยิ่ง ให้ปลอดภัยจากน้ำท่วมอย่างแน่นอน

BY: K.C.A.N

วันอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2560

เมืองพิษณุโลก 2017





ด้วยเหตุในหน้าที่การงานนำพาให้ได้มากราบพระพุทธชินราช ถึงที่จังหวัดพิษณุโลก โดยมาถึง 2ครั้ง ห่างกันเพียง 1สัปดาห์ จากกรุงเทพฯ ระยะทางสามร้อยกว่ากิโลเมตร ผ่านจังหวัดปทุมธานี-->พระนครศรีอยุธยา-->อ่างทอง-->สิงหบุรี-->ชัยนาท-->อุทัยธานี-->นครสวรรค์-->พิจิตร แล้วก็ พิษณุโลก รวมผ่าน 8จังหวัด... ขับรถมาก็ราวๆ 4-5ชม. แล้วแต่ว่าจะแวะมากน้อยเพียงใด

ผมออกจากบ้านมาประมาณ 9โมงครึ่งตอนเช้า ก็มาถึงพิษณุโลก ประมาณบ่ายสองโมงเศษ พอมาถึงจังหวัดพิษณุโลก ก็เอาของเข้าไปเก็บที่ที่พัก จากนั้นก็ออกมากราบพระพุทธชินราช มาถึงที่วัดวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารประมาณ บ่ายสามโมงกว่าๆ คนเยอะมาก พอเดินเข้าไปในโบสถ์ ก็ต้องตกตระลึงกับความสวยงามขององค์พระครับ เป็นสีทองเหลืองอร่าม ภายในโบสถ์ก็ตกแต่งอย่างสวยงาม สมกับคำร่ำลือ เลยไม่แปลกเลยที่มีผู้คนหรั่งไหลจากทั่วสารทิศมากราบท่าน หลังจากที่กราบพระพุทธชินราชแล้ว ก็ได้มีโอกาสขึ้นไปกราบพระบรมสารีริกธาตุบนพระธาตุที่อยู่ด้านหลังองค์พระด้วย



จากนั้นก็กราบหลวงพ่อโต ในวิหารหลวงพ่อโตภายในวัดด้วย




หลังจากนั้นก็เดินเที่ยวบริเวณรอบๆ วัด ซึ่งวัดจะติดกับแม่น้ำน่าน ก็เลยมีวิวสวยๆ อยู่หลายมุมครับ รูปข้างล่างจะเป็นศาลากลางจังหวัดและสะพานที่ข้ามแม่น้ำน่าน



อีกด้านหนึ่งของแม่น้ำน่านข้างๆ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร พระอัฏฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตร


ขากลับเลยแวะเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์พิษณุโลก กราบพระอัฏฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตร และพระนเรศวรมหาราช ที่ศาลพระนเรศวรด้วย เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ครอบครัว




เลยขอบันทึกเอาไว้ว่า ปี ตุลาคม 2017 ได้มีโอกาสมาเที่ยวที่พิษณุโลก

BY: KCAN






วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560

อุปกรณ์ป้องกันผู้สูงอายุลืมกินยา...

ปัญหาอย่างนึงที่ผมปวดหัวกับ แม่ผมมากก็คือลืมกินยา... แม่อายุ 80ปี เป็นความดันโลหิตสูง ต้องกินยา ทุกวันหลังอาหารเช้า และเย็นแต่แกชอบลืม และชอบบอกว่ากินแล้ว ด้วยปัญหาเรื่องความจำของแกด้วย ก็คนอายุ 80แล้ว ถึงตอนที่เราอายุเท่ากับท่าน ก็คงจะเป็นแบบนี้เหมือนกัน (แต่ไม่รู้ว่าจะอยู่ถึงหรือเปล่านะ...)


เวลาถึงกำหนดหมอนัด ยาเหลือเป็นถุงเลย... จะทำยังไงดี เอายาไปให้หมอ ก็คงจะโดนว่าแน่ๆ เอาทิ้งก็เสียดาย เงินภาษีของพี่น้องเรา โดนว่าก็โดนว่าแหละ ก็เราดูแลแม่เราไม่ดีเองนี่หว่า... เลยเอายาไปคืนให้หมอว่าแม่ลืม หมอก็บอกว่ามิน่าความดันโลหิตไม่ลดลงเลย... ให้พยายามแกะยาให้แม่ทานกับมือเลย อย่าให้ท่านกินยาเองเป็นอันขาด เพราะจะทำให้ลืม
ก็อยากบอกกับหมอว่า ผมไปทำงานแต่เช้า และกลับมาก็เย็น... แต่ก็ไม่กล้าเดี๋ยวจะโดนว่ามากกว่าเก่า เก็บเงียบเอาไว้ กลับมาก็หาวิธีอยู่ว่าจะทำยังไงดี

ความจริงปัญหานี้เกิดขึ้นมานานแล้วแหละครับ 7-8เดือนเห็นจะได้ ก็แก้มาเรื่อยๆ โดยตอนแรกก็ซื้อกล่องยามาให้แก ก็เป็นกล่องยาที่มี 4ช่องธรรมดา ซื้อมา 20บาทจากร้านขายยาแถวบ้าน เมื่อ 5-6เดือนก่อน และผมก็เป็นคนเอายาใส่ให้แกกิน โดยจะใส่ให้ 2ช่อง คือเช้า 2เม็ด และเย็น 1เม็ด... พอทำงานเสร็จกลับมาบ้าน เปิดกล่องยาดู ก็เห็นว่ากินบ้างเหลือบ้าง บางวันช่องเช้า 2เม็ดหายไป เหลือแต่ช่องเย็น บางวันรช่องเย็น 1เม็ดหายไปเหลือช่องเช้าเอาไว้ พอถามแก ก็บอกว่ากินไม่ถูกบ้างจำไม่ได้ว่าต้องกินมื้อเย็นด้วย ผมก็หาปากกามาเขียนที่หน้ากล่องว่าช่องอันไหนเช้า ช่องอันไหนเย็น แต่ผลก็เหมือนเดิม คราวนี้ก็อ้างว่าอ่านไม่ออก ตัวหนังสือมันเลือนบ้าง ก็เลยทำเป็นสี และใช้เครื่องพิมพ์ พิมพ์เอาเลย


ก็อธิบายบอกแม่ว่า 
เช้าพระอาทิตย์ขึ้น จะเป็นแสงสีเหลืองทอง ต้องกินยาช่องสีเหลือง
กลางวันแดดจร้า ก็เป็นสีขาว แต่ไม่มียา
ตอนเย็นพระอาทิตย์จะตก ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าๆ ก็ต้องกินยาช่องสีฟ้า
ก่อนนอน ฟ้ามืดเป็นสีดำ แต่ไม่มียา



ก็ดีขึ้นบ้างปริมาณยาเหลือไปคืนหมอลดลงบ้าง แต่ก็ยังถือว่าลืมกินเยอะอยู่ครับ ตอนนี้ก็หาวิธีการใหม่อีกโดยเพิ่ม สมาร์ทโฟนเข้ามาช่วยเตือนความจำครับ ซึ่งผมจะตั้งเวลาเอาไว้ใน สมาร์ทโฟน ช่วงเช้า 8:30 จะปลุกเตือนให้แกกินข้าวเช้า ซึ่งแน่นอนว่าแม่ผมจะต้องเดินมาที่กล่องใส่ยา เพื่อปิดเสียงนาฬิกาปลุกไม่อย่างงั้นจะไม่หยุดร้อง... แกจะได้เห็นกล่องยาด้วย เตือนว่าแกต้องกินยา... หลังจากนั้น 
9:00 ก็จะปลุกเตือนให้แกกินยาหลังอาหารเช้า

17:00 จะปลุกเตือนให้แกกินข้าวเย็น ซึ่งแน่นอนว่าแม่ผมจะต้องเดินมาที่กล่องใส่ยา เพื่อปิดเสียงนาฬิกาปลุกไม่อย่างงั้นจะไม่หยุดร้อง... แกจะได้เห็นกล่องยาด้วย เตือนว่าแกต้องกินยา... หลังจากนั้น 
17:30 ก็จะปลุกเตือนให้แกกินยาหลังอาหารเย็นอีกรอบ

ทดลองใช้งานมาประมาณ 1เดือน ผลก็ดีขึ้นครับ ยาที่เหลือคืนหมอแค่ 2-3เม็ดเท่านั้น ลดลงเยอะมาก เลยอยากเผยแพร่ให้คนอื่นๆ ได้ทดลองใช้ด้วยเหมือนกันเฝื่อว่าจะมีปัญหาคล้ายๆ กับผม แค่คุณมีมือถือเก่าๆ ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว กับกล่องใส่ยามามัดรวมกัน และก็ตั้งเวลาปลุกเอาไว้ ตามเวลากินยาที่หมอกำหมด มันดีตรงที่ทำให้แม่ผมกินข้าวตรงเวลามากขึ้น และลืมกินยาน้อยลง เป็นเหมือนการสร้างนิสัยด้วยครับ เพราะว่าแกทำทุกวัน 
ผมมีหน้าที่แค่บรรจุยาลงในกล่อง  และก็ชาร์จแบตฯ มือถือ ซึ่งของผมก็ 3วันชาร์จครั้งนึงครับ ก็ทำเพื่อให้แม่อยู่กับเราไปนาน เท่านาน


BY: KCAN