แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บลูทูธ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บลูทูธ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564

ติดตั้งบลูธูทให้เครื่องเสียงรุ่นเก่า

งานนี้เกิดขึ้นเมื่อลูกสาวอยากสอบถามเรื่องเครื่องเสียงที่บ้านมันเก่า อยากจะให้ซื้อใหม่... แม้จะเสียงดี และยังใช้งานได้ดีอยู่ก็ตาม สาเหตุก็เพียงเพราะว่ามันไม่มีบลูธูท ทำให้เวลาจะฟังเพลง จะต้องเอาโทรศัพท์ ไปเสียบคาเครื่องเสียงเอาไว้ ทำให้ไม่สะดวก และไม่สามารถทำอย่างอื่นได้ 

ฟังแล้วก็มีเหตุผลดี แต่ว่าจะซื้อเครื่องใหม่เลย อย่างน้อยๆ ก็ต้องมี 1,000กว่าบาท ถ้าราคาถูกๆ ก็ไม่รู้จะเสียงดีหรือเปล่า ก็บอกกับลูกว่าก็ใช้ไปก่อนเดี๋ยวค่อยซื้อวันหลัง ขอเก็บตังค์ก่อน ลูกสาวก็ทำหน้าเหมือนไม่ค่อยจะ... ตามสไตล์เด็กวัยรุ่น 


แล้วลูกสาวก็บอกว่า "ไม่อย่างงั้นก็ซื้อบลูธูทมาติดให้ซิ ป๊าจบตั้งวิศวะอิเลคทรอนิคส์..." งานเข้าเลยถูกลูกสาวพูดแบบนี้ ก็จริงอย่างที่เขาพูดแหละครับ เลยบอกว่า "ได้ไม่มีปัญหา เดี๋ยวทำให้ มันไม่ยากหรอก" จากนั้นก็เริ่มหาบลูธูทในเว็บขายของต่างๆ ดู ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเดี๋ยวนี้ราคามันถูกมาก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะใช้งานได้จริงหรือเปล่า นะ ก็เลยลองสั่งมาดู 2แผ่น เฝื่อว่า แผ่นแรกจะใช้งานไม่ได้จะได้มีแผ่นสำรองเอาไว้  เป็นบลูธูท 5.0เสียด้วย

จากนั้นอีก 2 วันก็ได้รับของมาเรียบร้อย ก็เลยบอกลูกสาวว่า เดี๋ยวเสาร์นี้จะทำให้ ไม่ยากหรอก ลูกสาวก็ทำหน้าแบบไม่ค่อยจะเชื่อเราเท่าไหร่ 555 ยังไม่พอใจที่พอไม่ยอมซื้อเครื่องใหม่ให้ หรือว่าไม่เชื่อว่าพ่อจะทำได้หรือเปล่า 


พอถึงวันเสาร์ เราก็เตรียมอุปกรณ์กันเลย สิ่งที่ต้้องมีก็คือ ภาคจ่ายไฟ สำหรับเจ้าวงจรบลูธูทที่สั่งมาก็คือใช้ไฟเลี้ยง 5Vdc ซึ่งเราก็จะต้องมีตัวแปลงไฟจาก 26Vdc จากภาคจ่ายไฟของตัวเครื่องขยายเสียง ให้เหลือ 5V โดยผมได้ใช้ตัวต้านทาน 1ตัว ค่า 150โอมห์ และ IC เร็กกรูเลเตอร์เบอร์ 7805 แบบง่ายๆ 

จากนั้นก็ต้องแกะเครื่องขยายเสียงออกมาดูเพื่อหาตำแหน่งที่จะวางแผ่นบลูธูท และตัวจ่ายไฟ ซึ่งก็โชคดีที่เครื่องเสียงรุ่นนี้ ภาคจ่ายไฟ ก็จุดรับสัญญาณเสียงเข้าเครื่อง ไม่ห่างกันมาก เลยไม่ต้องเดินสายไฟให้ยุ่งยากมาก เพราะถ้าหากว่าต้องเดินสายไฟ โอกาสที่จะเกิดสัญญาณรบกวนก็จะสูง อาจทำให้มีเสียงอัมออกที่ลำโพงได้ 

เมื่อได้ตำแหน่งที่ดีแล้ว ก็เริ่มบัดกรีติดตั้งกันเลย โดยเริ่มจากการต่อสายไฟออกจากแผ่นวงจรบลูธูทกันก่อน ก็จะมีแค่ไฟเข้า 2เส้น และสัญญาณออกจากบลูธูทไปเข้าที่ช่องรับสัญญาณของเครื่องเสียง อีก 2เส้น คือสัญญาณซ้าย - ขวา ก็มีเพียงเท่านี้จริงๆ จากนั้นก็ติดตั้งแผ่นบลูธูท เข้ากับ จุดรับสัญญาณเข้าของเครื่องเสียงเลย โดบใช้ขาอุปกรณ์ในการเชื่อม และเพื่อป้องกันสัญญาณรบกวน ก็ควรจะให้มันสั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเป็นสัญญาณเข้าเครื่องขยายเสียง ถ้ามีสัญญาณรบกวนเข้าไป เครื่องขยายเราก็จะขยายเจ้าสัญญาณรบกวนนั้นออกไปที่ลำโพงด้วยเช่นกัน ซึ่งถ้าหากว่าจำเป็นที่จะต้องเดินสายไฟแล้วล่ะก็ ควรที่จะเป็นสายชีลด์แบบ 2 คอร์ เพื่อป้องกันสัญญาณรบกวน

จากนั้นก็มาต่อภาคจ่ายไฟให้กับบอร์ดบลูธูทของเรา ก็ต่อตามรูปเลยครับ ดูเรื่องขา IC 7805 ได้ตาม LINK นี้เลย IC มี 3ขา คือ ขา IN, ขา GND และขา OUT รับรองไม่ยาก เอา R 150 โอมห์มาดร๊อปไฟก่อนเข้า IC ซัก 1ตัว ซึ่งก็ต่อเข้ากับขา IN ของตัว IC และก็ต่อไฟจากขา OUT ไปเข้าบอร์ดบลูธูทได้เลย รับรองว่าถ้า iC ไม่เสีย ไฟที่ขาออกจะได้เท่ากับ 5V อย่างแน่นอน ส่วนขา GND ก็คือขากราวด์นั่นเอง ผมก็หาจุดที่เป็นกราวด์ของเครื่องเสียง และก็บัดกรี เข้าไปเลย เพียงเท่านี้บลูธูทเราก็พร้อมใช้งาน 

จากนั้นก็ประกอบเครื่องกลับอย่างเดิม แล้วก็ถึงเวลาทดสอบ ก็เรียกลูกสาวมาทดสอบดูว่าโอเคหรือเปล่า  ลูกสาวถึงกับงงเริ่มยิ้มออก และก็ยกกลับห้องไปแต่ความจริงเขาก็อยากได้ของใหม่มากกว่าแหละ แต่ว่าคุณพ่ออุตส่าห์ทำให้ขนาดนี้ ก็คงต้องทนฟังกันต่อไปนะ 

ยุคนี่เศรษฐกิจมันแย่มากๆ รอเอาไว้เลือกตั้งและเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่จะมาเป็นหัวหน้ารัฐบาล  ขอคนใหม่แทนคนปัจจุบันเถิด คุณสมบัติอย่างน้อยที่สุดคือ จะต้องสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษกับคนต่างประเทศได้ดีมาก เพื่อที่จะให้ประเทศเราสามารถค้าขายกับต่างประเทศได้โดยไม่ต้องใช้ล่าม ขอรบกวนคนไทยทุกคนช่วยเลือกคนที่ดีจริงๆ เข้ามาบริหารประเทศแทนคนปัจจุบันด้วยเถิด อย่าเลือกคนปัจจุบันกลับมาอีกเลย... กราบขอบพระคุณคนไทยทุกๆ คนที่รักชาติ รักประเทศ

By: K.C.A.N

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ปลุกวิญญาณความเป็นช่างในตัวคุณ

หยุดอยู่บ้านไม่รู้จะทำอะไร พอดีไปพบกับแผงวงจรที่เคยซื้อมาเมื่อปีที่แล้ว เป็นแผงวงจรที่ใช้ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านโทรศัพท์มือถือโดยใช้ระบบ Bluetooth ในการสั่งงาน ซึ่งสามารถควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กๆ ที่ใช้กระแสไฟไม่เกิน 10A ได้ (ดูจากอัตราทนกระแสของหน้าสัมผัสรีเลย์) หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่เกิน 2000วัตต์  (10A x 220V) แต่จริงๆ แล้วก็ไม่ควรจะเกิน 1000W เพื่อความปลอดภัย (Safety Spec.) 

ไหนๆ ก็ว่างอยู่ ก็เลยหยิบออกมาทำเป็นโปรเจค ปลั๊กพ่วง ควบคุมด้วยโทรศัพท์มือถือเลยดีกว่า โดยตอนแรกก็ต้องทดลองแผ่นวงจรก่อนว่ายังสามารถทำงานได้อยู่หรือเปล่า โดยต่อไฟ 5V เข้าไป และลองสั่งปิด สั่งเปิด รีเลย์ดู ซึ่งก็สามารถสั่งให้รีเลย์ทำงานได้ จึงได้เริ่มสั่งกล่องสั่งปลั๊ก สั่งสายไฟมา 

หลังจากที่ได้ของครบ ก็เริ่มลงมือทำกันเลย โดยได้เริ่มจากกล่องก่อน ได้เจาะช่องสีเหลี่ยม เพื่อให้ปลั๊กตัวเมียสามารถโผล่ออกมาได้ เจาะรูสำหรับสายไฟออก เจาะรูยึดแผงวงจร เจาะรูยึดปลั๊กตัวเมีย เมื่อเจาะครบแล้วก็เริ่มทำขั้นตอนต่อไป โดยเริ่มจากยึดปลั๊กตัวเมียให้อยู่กับที่บนฝากล่องที่เจาะเอาไว้ 

เดินสายไฟ ระหว่างรีเลย์ ที่อยู่บนแผงวงจรเข้ากับปลั๊กตัวเมีย จากนั้นก็ยึดแผงวงจรให้อยู่กับที่ ตามรูที่เจาะเอาไว้  

จากนั้นก็ติดแหล่งจ่ายไฟตรง 5V เพื่อเลี้ยงแผงวงจร ในที่นี้ผมก็ใช้หม้อแปลงชาร์จมือถืออันเก่าที่ไม่ได้ใช้แล้วมาทำหน้าที่ ซึ่งมันก็ทำหน้าที่ได้ดีที่เดียว

และขั้นตอนสุดท้ายก็คือต่อสายไฟ 220V เข้ากับระบบ ซี่งในขั้นตอนนี้อาจจะต้องใช้ความรู้เฉพาะด้านนิดหน่อย เพราะว่ามันอันตรายเพราะถ้าต่อผิดไฟอาจช๊อตได้ และก็เป็นไฟที่มีระดับแรงดันค่อนข้างสูงด้วย อาจได้รับอันตรายได้ พอดีว่าผมเรียนมาทางด้านนี้โดยเฉพาะ แต่เป็นหลักสูตรเมื่อ 30ปีที่แล้ว ยังไม่มี Wifi, Bluetooth ใดๆ แต่ก็พอมีพื้นฐานด้านไฟฟ้าอยู่บ้างครับ

หลังจากประกอบทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็ถึงตอนทดสอบใช้งานกัน แล้ว โดยใช้พัดลมในการทดสอบ ซึ่งก็ทำงานได้ดีทีเดียว 

ปัญหาที่พบ ณ ตอนนี้คือเรื่องโปรแกรม APK ที่แถมมาให้กับแผ่นวงจรไม่สามารถที่จะใช้กับ Android รุ่นใหม่ๆ ได้ น่าจะใช้ได้กับ Android รุ่น 6,7,8 เพราะลองเอาไปลงที่มือถือลูกสาวเป็น Android รุ่น 10แล้วใช้งานไม่ได้ แต่สำหรับมือถือของผมสามารถใช้งานได้เพราะเป็นรุ่นเก่า อันนี้คงต้องศึกษาเรื่องการเขียนซอฟแวร์เพิ่มเติม ซึ่งก็คงจะยากเหมือนกัน

ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่ภรรยาคอมเม้นท์มาก็คือเรื่องความปลอดภัย อยากให้มีสวิทช์ ปิด/เปิด และควรติดตั้งฟิวส์ด้วย และอีกเรื่องคือเมื่อเวลาไฟดับ และไฟเลี้ยงแผ่นวงจรดับ จะต้องมาเข้ารหัสใหม่ทุกครั้งด้วย จึงไม่ค่อยสะดวก... ซึ่งจะต้องเก็บเอาไว้พัฒนาต่อ เรื่องสวิทช์ ปิด/เปิด และฟิวส์ ก็ไม่น่าจะยากอะไร แต่เรื่องเวลาไฟดับต้องมาเข้ารหัสเพื่อต่อ Bluetooth ใหม่ อันนี้น่าจะลำบาก เพราะยิ่งถ้าติดสวิทช์ ปิด/เปิด ด้วยแล้ว ทุกครั้งที่ปิด นั่นคือควรจะตัดไฟเลี้ยงแผ่นวงจรด้วยเช่นกัน 

https://youtu.be/M-ydAAA-U0I

ส่วนลูกสาวบอกว่า ควรจะมีไฟแสดงสถานะด้วย ไม่อย่างงั้นก็ไม่รู้ว่าปลั๊กอันไหน เปิด หรือ ปิด อยู่อีก... ร่วมด้วยช่วยกันพัฒนา แต่ไม่สงสารคุณพ่อที่เป็นคนทำเลยอ่ะ ยิ่งใส่โน่นใส่นี่เข้าไปต้นทุนก็ยิ่งสูง แล้วจะขายได้รึ 555 เอาเป็นว่าจะค่อยๆ พัฒนาต่อไปเรื่อยๆ แล้วจะมาอัปเดทให้ฟังเป็นระยะแล้วกัน

ช่วงเวลาโควิดที่ต้องอยู่กับบ้าน ก็หาอะไรทำไปเรื่อยๆ เพิ่มพูนความรู้ความสามารถกันครับ อย่าอยู่เฉยๆ เพราะเวลาเป็นสิ่งมีค่า แม้จะไม่มีรายได้ แต่ก็หาอะไรที่เก็บจากของเก่าๆ มาทำใหม่ก็ได้ ก็ขอให้ทุกๆ คนปลอดภัยการโควิด-19 กับทั่วๆ หน้าครับ

By: KCAN