วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

วัดหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่

วัดแรกแห่งปี 2564 ที่คุณได้เข้าไปคือวัดอะไร ? ส่วนของผมก็คือวัดบ้านไร่ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าวัดหลวงพ่อคูณ 

พิกัด GPS @15.3001726,101.7357051

เมื่อวันที่ 5 ม.ค 2564 ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปทำธุระที่อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา หลังเสร็จจากธุระแล้วก็จะต้องหาที่พักค้างคืนเพราะว่าเวลานั้นก็ประมาณ 4โมงเย็น ถ้าจะขับรถกลับมากรุงเทพฯ 

เลยก็คงจะต้องถึงดึกๆ แน่นอนอย่างน้อยๆ ก็ ทุ่ม สองทุ่ม กลัวขับไม่ไหวเพราะไม่ถนัดขับเวลากลางคืน สายตาไม่ค่อยจะดี จึงตัดสินใจพักค้างคืนดีกว่า เลยเปิดแผนที่เพื่อหาข้อมูลที่พักในอำเภอด่านขุนทดดู ปรากฎว่ามีวัดบ้านไร่ขึ้นมาในแผนที่ด้วย... เลยนึกได้ว่าน่าจะไปเที่ยวดู แต่ก็กลัวว่าวัดจะปิดก่อน 



เพราะใกล้จะห้าโมงเย็นแล้ว เลยลองสอบถามคนแถวๆ นั้นดูว่าวัดปิด เปิดกี่โมง คนแถวนั้นก็บอกว่าไม่น่าจะปิดนะ เคยไปตอนหกโมงเย็นก็ยังเปิดอยู่เลย จึงได้ขับรถไปเที่ยวดู เพราะว่าที่พักที่หาเอาไว้ก็ห่างจากวัดแค่ 4กม. เอง ไปถึงวัดก็ประมาณ 5โมงเย็น ซึ่งไม่ค่อยจะมีนักท่องเที่ยวเหลือเลย 


แต่คนที่ดูแลสถานที่ก็บอกว่าเข้ามาเยี่ยมชมได้ เลยเข้าไปเยี่ยมชม โดนส่วนแรกก็เข้าที่พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณ ซึ่งอยู่ทางด้านหน้าของวัดเลย เป็นอาคาร 2ชั้น ติดแอร์ เย็นสบายจนรู้สึกหนาวเลยเพราะคนน้อย ภายในก็จะมีประวัติต่างๆ ของหลวงพ่อคูณ และวัดบ้านไร่ตั้งแต่สมัยที่หลวงพ่อยังหนุ่มๆ เลย

จากนั้นก็ต้องไปที่ #วิหารเทพวิทยาคม ที่อยู่กลางบึงน้ำขนาดใหญ่ มีสะพานพญานาคคู่เพื่อเดินเข้าไปในอาคาร โดยอาคารแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นตามเจตนารมณ์ของหลวงพ่อคูณ โดยอาคารสร้างเป็นรูปช้างสวยงามวิจิตรมาก เป็นงานศิลปะทางพุทธศาสนาที่หาดูได้ยาก โดยภายในอาคารแบ่งออกเป็น 4ชั้น และมีชั้นใต้บาดาลอีก 1ชั้น 


เจ้าหน้าที่บอกว่า อาคารเปิดทั้งกลางวัน และกลางคืนเลย สามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้ตลอดเวลา โดยภายในอาคารจะมีรูปปริศนา ธรรมต่างๆ แสดงเอาไว้มากมาย รวมถึงรูปประวัติหลวงพ่อคูณด้วย


สิ่งที่หลวงพ่อได้สัญญาเอาไว้กับชาวบ้าน และหลวงพ่อก็สามารถทำได้ตามคำสัญญานั้น


ชั้นบนสุดของวิหารเทพวิทยาคม



ในความรู้สึกส่วนตัว คิดว่าคนไทยทุกคนควรที่มาที่นี่สักครั้งในชีวิต ไม่ว่าจะนับถือศาสนาอะไรก็สามารถมาได้ เพราะว่าเรามาดู มาเสพงานศิลปะ

By: KCAN

วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

วงเวียนหอนาฬิกาแห่งอำเภอบ้านไผ่

วงเวียนหอนาฬิกาแห่งอำเภอบ้านไผ่

วงเวียนหอนาฬิกา มีอยู่หลายต่อหลายแห่งเท่าที่เคยเห็นมาก็จะมีที่สุพรรณบุรี มหาสารคาม กรุงเทพฯ เชียงราย เชียงใหม่ นตรราชสีมา และอีกหลายๆ ที่ทั่วประเทศ 

วัตถุประสงค์ในการสร้างหอนาฬิกาเอาไว้ ก็คงจะเพื่อบอกเวลาให้กับประชาชน เพราะสมัยก่อนนาฬิกาอาจจะไม่แพร่หลายอย่างในปัจจุบันที่สามารถดูเวลาได้จากในมือถือ หรือนาฬิกาข้อมือ ซึ่งทำได้ง่ายกว่าสมัยก่อน หอนาฬิกาก็เลยดูจะมีความสำคัญน้อยลงไป จนแถบจะกลายเป็นแค่อนุสาวรีย์เท่านั้น...

พิกัด GPS @16.0585388,102.7287063

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้มีโอกาสไปทำธุระที่โรงพยาบาลอำเภอบ้านไผ่ ซึ่งมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 โดยมาครั้งแรกเป็นช่วงปลายปีที่แล้ว ซึ่งในครั้งนั้นก็ได้เห็นวงเวียนหอนาฬิกานี้แล้ว ก็รู้สึกว่าสวยแปลกตาดี แม้จะไม่ใหญ่โตอะไรแต่ก็สดุดตา และที่สำคัญคืออยู่ด้านหน้าของโรงพยาบาลบ้านไผ่ด้วย แต่ในครั้งนั้น ไม่ทันได้สังเกตุเรื่องของเวลา 

แต่ว่ามาในครั้งที่ 2 บังเอิญที่มีความจำเป็นที่จะต้องดูเวลาพอดี พอเห็นเวลาในด้านที่กำลังเดินมาแล้ว  ก็ให้ตกใจมาก เพราะว่ามันสายมาก และเกินกว่าเวลานัดเอาไว้แล้ว... จึงรีบเดินอย่างเร็วมาก เรียกว่ากึ่งวิ่งเลยก็ว่าได้ แต่พอมาถึงบริเวณป้ายหน้าโรงพยาบาลเท่านั้น... ก็ต้องหยุดแบบหอบๆ และดึงโทรศัพท์มือถือออกมาดูเวลา ว่าตกลงแล้วมันกี่โมงกันแน่ พร้อมๆ กับพักเหนื่อยด้วย... สรุปว่าเวลา ณ ขณะนั้นบนโทรศัพท์มือถือคือ 8:41 จากนั้นจึงได้ถ่ายรูปหอนาฬิกาแห่งอำเภอบ้านไผ่เอาไว้เตือนใจตัวเองว่า "เรื่องของเวลานั้นสำคัญเสมอ..." เวลาเป็นสิ่งๆ หนึ่งในไม่กี่สิ่งบนโลกที่ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน ผ่านแล้วผ่านเลย ไม่สามารถขอซื้อเวลาคืนกลับมาได้ ดีที่เวลาจริง ณ ขณะนั้นไม่เกินกว่าที่นัดหมายเอาไว้ ไม่อย่างงั้นแย่แน่ๆ

ต้องขอบคุณวงเวียนหอนาฬิกาอำเภอบ้านไผ่ ที่ทำให้รู้ว่าเวลานั้นมีค่าขนาดไหน แต่ก็อยากขอฝากทีมบริหารอำเภอบ้านไผ่ ช่วยทำให้นาฬิกาแต่ละด้านของหอนาฬิกาเดินตรงกันด้วยนะครับ ผมเคยเห็นนาฬิกาในโรงพยาบาลศิริราชเขาใช้ระบบ IP ทำให้นาฬิกาแบบเข็มทุกๆ จุดในโรงพยาบาลเดินได้ตรงกันทั้งหมดทุกๆ วินาทีเลย และเดินตรงกันกับเวลาโลกด้วยเพราะว่าสามารถเชื่อมเข้าระบบอินเตอร์เน็ตได้ แต่ว่าราคาก็คงจะไม่ธรรมดา แต่ว่าในโรงพยาบาลมีนาฬิกามากกว่า 20-30เรือน แต่ที่หอนาฬิกา มีแค่ 4เรือนเท่านั้น...

ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ

By: K.C.A.N

วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

360 Total Security

360 Total Security 

เป็นโปรแกรม Antivirus สำหรับ PC และ Android ที่มีประสิทธิภาพดีตัวหนึ่งเลยทีเดียว อันนี้พูดจากประสบการณ์จริงที่ได้ใช้งานจริงตลอด 4ปีที่ผ่านมาตั้งแค่ใช้ Widows 7 โดย 360 Total Security จะให้ใช้งานได้ฟรี เกี่ยวกับการ ป้องกันไวรัส สำหรับ PC สามารถอัปเดทฐานข้อมูลไวรัสได้ฟรีด้วย แต่ว่าจะมีบาง Feature ที่จะต้องเสียเงินซื้อ โดยในช่วงปีแรกได้ทดลองใช้งานฟรี คนรู้สึกว่าดีมาก ไม่เหมือนกับ Antivirus ตัวอื่นที่พยายามที่จะขึ้นข้อความให้เราซื้อ หรือมีโฆษณาเข้ามาจนน่ารำคาญ อีกทั้งการใช้งานก็ง่าย แค่กดปุ่มเดียวก็ทำงานเองหมด และยังมีฟังค์ชั่นอื่นๆ ให้เล่นได้ด้วย มีรวมทั้งพวกโปรแกรม Cleaning,  Register cleaning ต่างๆ ด้วย ซึ่งพอปีที่ 2 ก็เลยยอมเสียเงินซื้อ ก็ราคาไม่แพงมาก หนึ่งพันกว่าบาทต่อ 3ปี และลงได้ 3เครื่อง คงจะไม่มี Antivirus อันไหนถูกไปกว่านี้แล้ว เหมาะกับ SME บริษัทเล็กๆ มีเครื่องคอมฯ 3เครื่อง แต่ของผมก็ไม่ได้มีธุรกิจอะไร แต่ว่าใช้ร่วมกับลูกสาว 2คน พอจ่ายเงินเสร็จ Feature ที่ไม่สามารถใช้ได้ ก็ใช้ได้ ซึ่งเยี่ยมมาก ทั้ง Ad block, Driver Update, และอื่นๆ อีกมากมาย 



ทดลองโหลดใช้งาน ==> **360 Total Security**

ก็อยากแนะนำให้ทดลองใช้กันดูครับ สามารถลองโหลดได้จากลิงค์ข้างบน รับรองความปลอดภัย 100% ไม่ใช่ลิงค์การพนัน หรือไวรัสแน่นอน


By : KCAN

แก้งสนามนาง

แก้งสนามนาง นามนี้มีความหมายว่าอะไร ?

มุมๆ หนึ่ง แก้งสนามนาง 2564

ค่ำคืนนี้ที่อำเภอเล็กๆ อำเภอหนึ่งทางตอนเหนือสุดของจังหวัดนครราชสีมา โดยมีเขตติดต่อกับอำเภอเมือง และ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ และอำเภอแวงน้อยจังหวัดขอนแก่น ไม่เคยคิดฝันว่าจะได้มาค้างคืนที่อำเภอนี้ในค่ำคืนที่อุณหภูมิอยู่ที่ 16องศาเซลเซียส และมาเป็นครั้งแรกของชีวิต เลยอยากรู้มากเลยว่า คำว่าแก้งสนามนางนั้นมีความหมายว่าอะไร มีความเป็นมาอย่างไร ? แต่ที่แน่ๆ มีการปลูกอ้อยกันเยอะมาก เรียกว่ารอบๆ ที่บ้านพักมีแต่ไร่อ้อยทั่งนั้น และฝั่งตรงข้ามก็จะมีโรงงานน้ำตาลใหญ่ๆ อยู่ 1โรงด้วย ทำงานกัน 24ชั่วโมง ขนาด 3-4ทุ่มยังมีเสียเรียกหมายเลขรถบรรทุกอ้อยกันอยู่เลย

จึงได้เข้าไปดูข้อมูลต่างๆ ของอำเภอดูจากในวิกิพีเดีย จึงได้รู้ที่มาที่ไปของความหมายของชื่อนั่นคือ  “บ้านแก้งสนามนาง” หมู่บ้านหรือชุมชนแห่งนี้เรียกขนานนามตามชื่อของแก่งหินเหมือนชุมชนอื่น ๆ แต่ด้วยเหตุที่เป็นแก่งหินขนาดใหญ่กลางลำน้ำชีที่ยามหน้าแล้งน้ำลด สาว ๆ หนุ่ม ๆ มักพากันลงเล่นน้ำที่แก่งนี้เป็นที่สนุกสนาน จึงเรียกชื่อชุมชนนี้ว่า “แก้งสนามนาง” (ขอบคุณ วิกิพีเดีย) นอกจากนี้ยังเห็นจากคำขวัญของอำเภอนี้แล้ว ก็ให้รู้ได้ว่าเป็นที่ที่ปลูกอ้อยเยอะมากจริงๆ 

คำขวัญแก้งสนามนาง: ปลาอร่อย อ้อยหวาน น้ำตาลดี ลำชีสวย รวยน้ำใจ

แต่ก็แปลกมากมาย เพราะว่าพอเข้าไปค้นหาสถานที่ท่องเทียวของอำเภอแล้ว กลับไม่พบข้อมูลใดๆ เลย แปลกดี เข้าไปดูมีแต่ห่างไป 30กม. อยู่ไปทางชัยภูมิแทบทั้งนั้น คนแก้งสนามนางถ้าหากว่ามีที่เที่ยวที่แนะนำยังไงแจ้งได้นะครับ

อย่างน้อยๆ แก่งหินที่สาวๆ หนุ่มๆ ชอบไปเล่นน้ำกัน กลางลำชี ก็น่าจะเป็นที่เที่ยวได้อยู่นะ แต่ก็ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน และมีชื่อเรียกว่าอะไร คำขวัญว่า  "ปลาอร่อย" ต้องไปกินที่ไหนหรือครับ และ "ลำชีสวย" สวยยังไงอ่ะ? อยากขอเห็นด้วยอ่ะครับ ไม่รู้จะได้หรือเปล่า (แอบแซวนะครับ...)

ยังไงก็ขอฝากทีมงาน ผู้บริหารอำเภอแก้งสนามนางเอาไว้ครับ เฝื่อว่าจะเป็นอีก หนึ่งช่องทางในการเพิ่มรายได้ให้กับชาวบ้านได้ นอกจากอ้อย และน้ำตาล

ว้าว... เบียร์หมดซะแล้ว...! และก็ดึกแล้วด้วย ก็คงจะต้องไปนอนกันแล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปทำงานต่ออีก 

ราตรีสวัสดิ์ 


By: KCAN

วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563

พยานรัก ณ กาญจนบุรี

“แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ มณีเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก”


19/12/2020 มาเมืองกาญฯ ครั้งนี้เพื่อเป็นพยานรักให้กับน้องชายคนหนึ่งที่เคยทำงานด้วยกันมากว่า 10ปี เป็นน้องที่มีความสามารถสูงคนหนึ่งเลยทีเดียว ครั้งนี้จะสละโสดแล้ว เลยต้องมาเป็นพยานรักให้กับน้องเขาด้วย เป็นช่วงเวลาที่ดีมากบรรยากาศดี อากาศเย็นๆ ค่อนไปทางหนาวนิดๆ 20องศาเศษๆ สถานที่จัดงานเป็นโรงแรมเล็กๆ ติดแม่น้ำแคว และใกล้กับสะพานรถไฟข่้ามแม่น้ำแควอันโด่งดังของจังหวัด


มากาญจนบุรีทีไร ก็ต้องบอกว่าเป็นจังหวัดที่ใช้ประโยชน์จากสายน้ำได้คุ้มค่าที่สุดจังหวัดหนึ่งในประเทศไทยเลย สามารถหารายได้จากสายน้ำแตวได้ปีละหลายร้อยหลายพันล้านบาท เรียกว่าน่าจะเอาเป็นต้นแบบให้จังหวัดอื่นๆ ที่มีแม่น้ำไหลผ่าน ทำเป็นแบบอย่างบ้างน่าจะดี 



บรรยากาศในงานช่วงพิธีรดน้ำสังข์ ระดับรองผู้ว่าราชกาลจังหวัดมาเป็นประธานเลยทีเดียว น้องชายเราก็คงจะไม่ธรรมดา แต่ก็ไม่เคยบอกกับเราเลยอ่ะ 555 

เมื่อพิธีการช่วงเช้าจบลง ตามปกติก็ต้องไปหาที่เที่ยวกัน แต่ว่าวันนั้นเป็นช่วงเวลาที่มีพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรสาคร ก็เลยกล้าๆ กลัวๆ ว่าจะไปเที่ยวไหนต่อดี เลยแค่ออกมาเดินที่สะพานรถไฟสายมรณะเล่น เพื่อฆ่าเวลา ก็ต้องบอกว่ายังสวยเหมือนเดิม แต่รู้สึกว่าจะพัฒนาไปมากจนไม่น่ากลัวเหมือนสมัยก่อนแล้ว


อนุสรณ์แห่งสงครามโลกครั้งที่สอง ที่มีผู้เสียชีวิตมากกว่า โควิดในปัจจุบันนี้เสียอีก (เฉพาะประเทศไทย)

พอมาช่วงเย็น ในงานเลี้ยงบรรยากาศดีมากดื่มด่ำกับบรรยากาศ และอาหารที่เจ้าภาพนำมาจัดเลี้ยง อยู่ดีๆ ก็ต้องตกกะใจกับข่าวแรงงานชาวเมียนม่าที่ตลาดกลางกุ้งติดเชื้อโควิด-19 548คน จากนั่งคุยเรื่องเก่าๆ สมัยทำงานด้วยกันอยู่ ก็เปลี่ยนเรื่องมาเป็นเรื่องโควิดในทันที และก็นั่งมองหน้ากัน กับจานกุ้งผัดเปรียวหวานที่วางอยู่ตรงหน้าด้วย 555 "_ึงว่ากุ้งมาจากมหาชัยหรือเปล่า แล้วกินไปกี่ตัวแล้ว" เรียกว่าเป็นวันที่โลกต้องจำ เอ้ย ประเทศไทยต้องจำไปอีก 1วัน 


ดีที่น้องเราแต่งงานวันนั้น จะได้จำได้ว่าวันนั้นเป็นวันที่โคริดระลอก 2 เริ่มระบาดในประเทศไทย และวันนี้ครบ 7วันหลังจากวันแต่งงาน คนติดเชื้อเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ  คร่าดว่าหลังช่วงหลังปีใหม่อาจจะเห็นการติดเชื้อในวงกว้างหรือเปล่า เพราะว่าไม่มีการชัตดาวน์เนื่องจากต้องแลกระหว่างเศรษฐกิจ กับโควิด แต่คิดว่าถ้าหากว่าสถานะการณ์แย่ลงเรื่อยๆ เริ่มมีคนเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ก็ไม่รู้ว่าจะมีการชัตดาวน์อีกหรือไม่...


อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ก็สวมหน้ากากอนามัยกันทุกคนก่อนที่จะออกจากบ้าน ล้างมือบ่อยๆ และเลี่ยงไม่ไปในสถานที่เสี่ยง เพื่อคนไทยทุกๆ คน โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่จะต้องระวังเป็นพิเศษ
ขอให้ทุกๆ อย่างผ่านไปด้วยดี และให้ทุกๆ คนมีความสุข มีสุขภาพที่แข็งแรง ปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บตลอดช่วงปีใหม่ และตลอดปี 2564 ที่กำลังจะมาถึงด้วย

สุดท้ายก็ขออวยพรให้น้องเรามีความสุขกับชีวิตหลังแต่งงาน รักกันตราบฟ้าดินสลาย ไร้โควิดในชีวิตรักทั้งสองคนด้วยครับ

By: K.C.A.N




วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ภาษีกู

ช่วงนี้ได้ยิน ได้เห็นคำนี้บ่อยจนทำให้คิดว่า ถ้าหากว่าเราสามารถที่จะเลือกได้ว่าเราอยากให้เงินภาษีของเราไปลงที่กระทรวงไหน ทบวงไหน กรมไหน กองไหน หน่วยงานไหน ได้ด้วยตัวเราเองก็คงจะดี ตัดพ่อค้าคนกลางออกไป นั่นก็คือรัฐบาลที่บริหารเงินภาษีของเรา... จะได้ไม่ต้องเสียค่าบริหารจำนวนมากมายให้เขา และเอาเงินของเราไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ด้วย


ความจริงแล้วด้วยเทคโนโลยี่การเงินแบบปัจจุบัน ผมคิดว่าน่าจะทำได้ไม่ยาก เวลาที่เรายื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ก็มีรายการขึ้นมาให้เราเลือกได้เลยว่าเราอยากให้ภาษีของเราไปที่ไหน สามารถเลือกได้แบบไม่จำกัด แล้วก็เอาเงินภาษีของเราไปหารเท่ากับจำนวนหน่วยงานที่เราได้เลือกเอาไว้และก็สั่งจ่ายไปให้ทุกๆ หน่วยงานที่เราเลือกแบบเท่าๆ กัน แค่นี้เราก็สามารถบริหารเงินภาษีที่เราต้องจ่าย ตรงให้กับหน่วยงานที่เราอยากจะให้ อยากจะให้เขาพัฒนา อย่างที่เราต้องการได้ หน่วยงานไหนทำดีกับเรา บริการเราดี เห็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เราก็มอบเงินภาษีเราให้กับเขา หน่วยงานไหนบริการไม่ดี ไม่เห็นหัวเรา ไม่มีการพัฒนาใดๆ เราก็ไม่ให้ภาษีของเรากับหน่วยงานนั้น เพียงเท่านี้ รับรองว่าทุกหน่วยงานจะมีการพัฒนาและปรับตัวอย่างแน่นอน เพื่อหวังว่าเขาจะได้รับเงินภาษีจากเราในปีถัดไป ซึ่งภาษีของเราต้องจ่ายทุกปี ปีนี้เขาบริการเราดี เราก็ให้ภาษีเรากับเขา ปีหน้าบริการเราไม่ดี เราก็ไม่ให้ภาษีเรากับเขา เรียกว่าตัดสินกันปีต่อปีเลย ดีกว่าจ้างคนเข้ามาบริหารทีละ 4-5ปี เปลี่ยนก็ไม่ได้ ไม่ถูกใจก็ต้องทนรอ4-5ปี บางครั้งก็ออกกฎหมายมาให้ตัวเองอยู่ยาวๆ อีกต่างหาก...

แต่ก็ไม่ต้องห่วง เพราะคนที่เราจ้างเขาเข้ามาบริหารนั้นก็ยังคงต้องจ้างต่อไป แต่ว่าลดจำนวนลง เพราะมีภาษีแบบอื่นๆ ที่ยังต้องให้เขาเข้ามาบริหารอยู่ เช่นภาษี VAT. และภาษีอื่นๆ เพื่อเอาไว้จ่ายให้กับหน่วยงานที่ไม่มีคนบริจาคภาษีให้ หรือบริจาคให้น้อย ไม่เพียงพอต่อการจ่ายเงินเดือนพนักงานในหน่วยงานนั้น ซึ่งหน่วยงานนั้นก็คงจะต้องพิจารณาตัวเอง และปรับปรุงพัฒนาเพื่อให้ประชาชนจ่ายเงินภาษีให้เขามากขึ้นในปีต่อๆ ไป


เพียงเท่านี้เราก็จะบริหารเงินภาษีของเราได้ด้วยตัวเราเอง ไม่ต้องให้ใครมาบริหาร ไม่ต้องมาขัดแย้งกันเพราะเงินภาษีของเรา...

ขอฝากกรมสรรพากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับเอาไว้พิจารณาและพัฒนาระบบภาษีแบบจ่ายตรง เพื่อให้ประเทศพัฒนาไปในทิศทางที่ประชาชนอยากเห็นได้ดีกว่าทุกวันนี้...


By: K.C.A.N

วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2563

Patttaya 2020 with Family

แล้วเราก็ขอให้แม่เราออกจากบ้านไปเที่ยวจนได้ วันหยุดทั้งทีจะให้นั่งๆ นอนๆ อยู่กับบ้านอย่างเดียวคงจะดูน่าเบื่อเกินไป เพราะว่าแกก็อยู่บ้านสัปดาห์ละ 7วันแล้ว นานๆ ทีจะได้ไปนอนค้างคืนที่อื่นบ้าง

ผมเองก็เข้าใจแม่ผมนะครับ เพราะว่าแกเดินเหินลำบาก เลยไม่อยากจะเป็นภาระให้ลูกหลาน แต่ว่าเราก็อยากจะให้แกออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกบ้าง เมื่อความคิดไม่ตรงกันก็ต้องมีการหลอกกันบ้าง 555

เมื่อวันที่ 23/10 เราก็วางแผนกันเอาไว้แล้วว่าจะไปนอนที่อื่นพอดีภรรยาผมเขาได้ที่พักราคาถูกมาพอดี เป็นโรงแรมที่สร้างเสร็จแล้วประมาณ 90% และกำลังอยู่ในช่วงโปรโมทอยากให้คนเขารู้จักอยู่ อยู่ที่หาดจอมเทียน ซอยจอมเทียน 14/1 ชื่อว่าโรงแรม HOITAK ซึ่งราคาห้องพัก ลดกว่า 60% จากห้องชุดราคา 2,200บาท เหลือ 800บาท และห้องธรรมดาราคา 1,500บาท เหลือ 500บาท คุณภรรยาก็เลยจัดมา 2ห้องรวมแล้ว 1,300บาท เรื่องหาของถูกไว้ใจภรรยาผมได้ครับ 555


เราเดินทางไปถึงที่พักก็บ่ายแก่ๆ ของวันศุกร์ น่าจะบ่าย 2-3โมง จากนั้นพักผ่อนกันเล็กๆ น้อยๆ ถ่ายรูปเล่นในที่พักแล้ว ก็ได้เวลาลงมาซื้ออาหารเย็นกันครับ ก็ต้องเป็นอาหารทะเล ทั้งปลาหมึกย่าง หอยแครงเผา ปูนึ่ง และต้มยำทะเล โดยมีภรรยา และลูกสาวคนโต เป็นคนจัดการเรื่องอาหาร ส่วนผมก็มีหน้าที่ถือของ ส่วนลูกสาวคนเล็กก็เฝ้าอาม่า กับอาโกวอยู่ที่ห้อง

ในระหว่างรอของมาถือ ก็หามุมถ่ายรูปสวยๆ เก็บเอาไว้เป็นที่ระลึกซักหน่อย ไม่ได้มาพัทยานาน หลายๆ อย่างก็เปลี่ยนไป ที่วันที่ไปคนก็เยอะอยู่นะครับ รถจอดเติมชายหาด รวมถึงคนต่างชาติเองก็มีไม่น้อย ไม่รู้ว่าเขามาประกอบกิจการในเมืองไทย แล้วติดสถานะการณ์โควิดเลยกลับไม่ได้หรือว่าอะไร

แล้วก็ได้เวลาอาหารเย็นที่ได้อยู่กันพร้อมหน้า พร้อมตา จากนั้นก็เดินเทียวชายหาดยามเย็นและก็หาเครื่องดื่มมาดื่มกันบนดาดฟ้าของโรงแรม ที่เป็นทั้งสระว่ายน้ำ และที่นั่งดื่มกิน โดยได้วางแผนว่าจะพาอาม่ากับอาโกวลี่ขึ้นมาข้างบนนี้ตอนเช้า

แต่จะพาขึ้นมายังไงเพราะว่าลิฟท์ขึ้นมาได้สูงสุดแค่ชั้น 8 และจะต้องเดินขึ้นมาอีก 1ชั้น ไม่รู้ว่าอาม่าจะไหวหรือเปล่า แต่ผมก็ยังคิดว่าแกยังน่าจะเดินขึ้นมาได้อยู่อาจจะต้องช่วยกันประคองบ้างนิดหน่อย จากนั้นก็แยกย้ายกันเข้านอน

24/10 เช้า ก็ต้องทำตามแผนที่วางเอาไว้ แต่ว่าเจ้าลูกสาวทั้งสองคน ไม่ยอมตื่นอ่ะซิ ไม่รู้จะทำยังไงเลย ภรรยาผมก็บอกว่าให้ผมพาแม่ขึ้นไปเดินเล่นข้างบน แล้วแกจะออกไปหาอาหารเช้ามาให้ เลยต้องให้เจ้าน้องสาวผมช่วยกันพาขึ้นไปบนดาดฟ้า


และในที่สุดก็ทำสำเร็จสามารถพาแม่และน้องสาวขึ้นมาบนดาดฟ้าจนได้ เห็นแกมีความสุขเราก็หายเหนื่อย น้องสาวผมพอเห็นสระว่ายน้ำเท่านั้น ก็อดไม่ได้ที่จะลงไปเล่นน้ำ เพราะว่าแกชอบมาก ที่จะเป็นปัญหาก็คือ เล่นแล้วไม่ยอมที่จะขึ้นจากน้ำ 



กว่าจะยอมขึ้นจากน้ำต้องหลอกว่าไปกินข้าวเช้ากัน เล่นตั้งแต่ 7โมง จนเกือบจะ 9โมง แดดก็เริ่มจะร้อนแม่ผมต้องนั่งตากแดด เลยต้องเอาของกินมาล่อเพื่อให้ขึ้นจากน้ำ ก่อนจะเดินทางกลับบ้าน ก็ต้องแวะไปนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่อยู่คู่เมืองพัทยากันสักหน่อย แม้ว่าแม่ผมจะเดินขึ้นไปข้างบนไม่ได้แต่แกก็ยังอยากจะเดินไปไหว้อยู่ เลยให้แกไหว้อยู่ข้างล่าง


งานนี้ต้องขอบใจคุณภรรยาที่ทำให้ทุกคนในบ้านหลังนี้มีความสุข แม้จะแค่ 2วันกับ 1คืน ก็เพียงพอ ไม่ต้องร่ำรวยเงินทองมากมายก็เที่ยวได้ งานนี้หมดไป 4,500บาท ค่าที่พัก 1,300 ค่าน้ำมันรถ 500 และค่ากิน 3มื้อ 2,700บาท สำหรับคน 6คน ก็ไม่ถือว่าแพงมาก หารแล้วตกคนละ 750บาทเท่านั้น แต่สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ทุกๆ คนได้เยอะเลย


 จากนี้ต้องเก็บเงินอีก 3เดือน เพื่อไปเที่ยวปีใหม่ งบ 8,000-10,000บาท จะเก็บทันหรือเปล่า? ตกเดือนละ 1,667บาท ต่อเดือน ต่อคน สู้ๆ ให้เหมือนเสียงคลื่นในทะเล



By: K.C.A.N

วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2563

สุดแผ่นดินตะวันออก @ตราด


ป้ายสุดแผ่นดินภาคตะวันออก อีกหนึ่งป้ายเขตแดนที่ได้มาถึง ป้ายแห่งนี้ตั้งอยู่ที่อำเภอแหลมงอบจังหวัดตราด จุดแวะถ่ายภาพและเป็นท่าเรื่อที่จะข้ามไปที่แกะช้าง

พอดีได้รับมอบหมายให้มาปฎิบัติภาระกิจที่โรงพยาบาลแหลมงอบ แต่ว่ามาเช้าเกินไปหน่อย เจ้าหน้าที่เขายังมาไม่ถึงกัน เลยได้แวะออกมาหาข้าวกิน และเลยแวะสูดอากาศริมทะเลยามเช้าซักหน่อย 


โชคดีที่ฝนไม่ตก แต่ว่ามองไปทางเกาะช้างเห็นเมฆลอยต่ำมากเรียกว่าคลุมเกาะช้างเอาไว้เลยครับ คาดว่าฝนน่าจะตกแน่ๆ บนเกาะช้าง ทำให้ลมพัดอย่างเย็นสบายโดยลมค่อนข้างแรง คาดว่าเมฆฝนคงจะลอยข้ามทะเลมาในไม่ช้าอย่างแน่นอน 


แปดโมงตรึ่งแล้วครับ จะต้องกลับเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ที่โรงพยาบาลแล้ว เอาไว้จะพาครอบครัวมาเที่ยวใหม่


By: K.C.A.N

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2563

พาหลานตะลุยนครนายก

เมื่อน้องชายพาลูกสาวมาสวัสดีปีใหม่อาม่าถึงบ้าน หลังจากที่นั่งกินอะไรกันเสร็จแล้ว คืนนั้นน้องชายก็นอนค้างที่บ้าน ตอนเช้าวันรุ่งขึ้นก็สอบถามหลานว่าอยากจะไปเที่ยวไหน เดี๋ยวจะพาไป เพราะเห็นหลานนั่งเล่นแต่โทรศัพท์แทบทั้งวัน หลานก็คิดอยู่แป๊บนึง ก็บอกว่าอยากไปเที่ยวน้ำตก น้องชายก็บอกว่าแถวนี้มีน้ำตกที่ไหน

ละ ไปเที่ยวห้างยังจะดีกว่า ก็เลยบอกว่าไม่เป็นไรถ้าอยากไปก็ได้ นครนายกก็มีแล้วน้ำตก ไม่ไกลมากเลยบอกว่าให้อาบน้ำเตรียมตัวไปเที่ยวน้ำตกกัน จากนั้นก็ออกเดินทางจากบ้านมายังจังหวัดนครนายก โดยจุดหมายปลายทางคือ น้ำตกนางรอง เพราะกลัวว่าเข้าไปที่น้ำตกสาริกาแล้วจะไม่มีน้ำ แต่ว่าน้ำตกนางรองมีน้ำแน่นอนแค่จะมากหรือจะน้อยเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ผิดหวังที่เลือกที่จะมาที่น้ำตกนางรอง


ดูเจ้าหลานสาวก็มีความสุขดีดีกว่านั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บ้านเฉยๆ อย่างน้อยก็ได้มาเห็น มาสัมผัสกันน้ำตกของจริงๆ โดยเข้าหลานสาวก็เดินเที่ยวใหญ่เลย สอบถามว่าจะเล่นน้ำหรือเปล่า เดี๋ยวไปซื้อชุดใหม่ เอาไว้เล่นน้ำ ก็บอกว่าไม่อยากเล่น แค่เดินเดินก็พอแล้ว ก็บอกว่าไม่ต้องเกรงใจนะ ถ้าอยากเล่นบอกได้เลย


สอแบถามว่าเคยมาเที่ยวน้ำตกหรือยัง หลานก็บอกว่าจำไม่ได้ คุ้นๆ เหมือนตอนเด็กป๊าเคยพาไปอยู่แต่จำไม่ได้ว่าที่ไหน ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งที่สองหรือเปล่า...ต้องลองไปถามอาป๊าดูอีกครั้ง แต่ก็ดูเหมือนจะตื่นเต้นดี หลังจากที่เดินเล่น ถ่ายรูปกันแล้วก็ต้องนั่งหาของกิน และนั้งเอาขาจุ่มน้ำเย็นๆ กัน

ส่วนผู้ใหญ่ก็เดินกันไม่ค่อยจะไหว ก็นั่งรอให้เด็กๆ เดินเล่นกัน ก็บอกให้ช่วยกันระวัง เรื่องตกน้ำ ตกท่า สอบถามเจ้าหลานสาวว่าไหว้น้ำเป็นหรือเปล่า ก็บอกว่าไหว้ไม่เป็นเลยต้องฝากลูกสาวให้ดูแลน้องด้วย


จากนั้นพอออกจากน้ำตกนางรองแล้ว ก็แวะพาไปดูเขื่อนขุนด่านปราการชลซักหน่อย ไหนๆ ก็มาถึงนครนายกแล้วคงจะพลาดเขื่อนแห่งนี้ไม่ได้ ที่สำคัญคือต้องนั่งรถก๊อฟข้ามเขี่อนด้วย ถึงจะเรียกว่ามาถึงจริง เขื่อนแห่งนี้เป็นสมบัติที่ล้ำค่าที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานให้กับประเทศนี้ เป็นเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กที่เรียกว่ายาวที่สุดในประเทศไทย


หลังจากลงจากเขื่อนก็ต้องหาอะไรกินกัน ซึ่งที่นครนายกก็มีร้านให้เลือกกินเยอะมาก ซึ่งร้านที่ไปก็จะมีทั้งอาหารและกาแฟให้กินดื่มกัน พักผ่อนในบรรยากาศทุ่งนา มีมุมให้ถ่ายรูปสวยๆ ซึ่งเจ้าหลานสาวก็จูงมือคุณพ่อไปถ่ายรูปกันใหญ่



ในระหว่างรออาหารก็ต้องถ่ายรูปเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำกันหน่อย เป็นกิจกรรมวันหยุดที่ลุงคนหนึ่งจะมอบให้กับหลานสาวเก็บเอาไว้ในความทรงจำ ดีกว่านั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บ้าน หวังว่าจะสร้างประสบการณ์ดีๆ ให้กับหลานสาวได้


By: K.C.A.N