วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

มหาสาคาม สะเดืออีสาน

เห็นหัวเรื่องแล้วไม่ต้องสงสัยนะครับว่าทำไมสะเดืออีสาน เพราะว่าสะเดือคือจุดๆ หนึ่งบนร่างกายเราที่เรียกว่าอยู่ตรงกลางของร่างกายเราเป๊ะ ซึ่งเปรียบจังหวัดมหาสารคามที่อยู่ตรงกลางภาคอีสานเป๊ะ หรือเหมือน กรุงเทพฯ ที่อยู่กลางประเทศไทย หรือเหมือนประเทศไทย ที่อยู่ตรงกลางภูมิภาตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อะไรประมาณนั้นครับ ซึ่งคนอีสานเขาเลยเรียกขานว่าเป็นสะเดืออีสาน


ด้วยตำแหน่งที่ตั้ง ที่ได้เปรียบมากทางภูมิศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นจุดศูนย์กลางของภาคอีสานแล้ว ยังเป็นจังหวัดเดียวในภาคอีสานที่ไม่มีภูเขาเลยซักกะลูก... เป็นที่ราบ 100% จนได้สโลแกนที่ว่า "ไม่มีเขา เราก็อยู่ได้..." 555 มันเกี่ยวกันหรือเปล่าก็ไม่รู้ 

แต่อยากจะบอกว่า ภูมิประเทศแบบนี้ ชัยภูมิแบบนี้ ในความรู้สึกส่วนตัวของผม มหาสารคามจึงเหมาะมากๆ ที่จะเป็นฮับ (HUB) สำหรับการเป็นศูนย์กระจายสินค้าอย่างมากๆ สำหรับภูมิภาคแห่งนี้ เรียกว่าน่าจะเป็นจังหวัดเดียวเลย ที่สามารถวิ่งไปทุกๆ จังหวัดในภาคนี้ด้วยเวลา ประมาณ 3-4ชั่วโมงเท่านั้น นั่นคือสามารถที่จะไปส่งตอนเช้า และกลับตอนเย็นได้ใน 1วัน 

มหาสารคาม - หนองคาย

มหาสารคาม - บุรีรัมย์

มหาสารคาม - เลย

ไม่ต้องเชื่อผมทั้งหมดนะครับ แต่ว่าเท่าที่ผมลองคำนวนระยะทางและเวลาการเดินทางจากมหาสารคาม ไปตามจังหวัดต่างๆ ในภูมิภาค โดยใช้แผนที่ Google แล้ว ก็จะได้ตามรูปต่างๆ ที่โพสต์ครับ  ท่านเองก็สามารถทำได้ บนมือถือของตัวเองครับ 

มหาสารคาม - นครพนม


มหาสารคาม - อุบลราชธานี

แต่ๆ ทำไมมหาสารคามในปัจจุบัน ถึงได้มีเศรษฐกิจที่ยังไม่ค่อยดีนะ สงสัยมากๆ นั่นก็คงเป็นเพราะว่า รัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญ ไม่ได้ดูถึงศักยภาพทางภูมิศาสตร์ และส่งเสริมให้ถูกกับชัยภูมิที่ตั้งของจังหวัดนั้นๆ นั่งเอง ผมไม่ได้หมายถึงรัฐบาลนี้นะครับ เพราะมหาสารคาม ตั้งอยู่ที่ตำแหน่งนี้ย้อนหลังไปหลาย รัฐบาลแล้ว ซึ่งก็ไม่เคยมีรัฐบาลไหนให้ความสำคัญกับจังหวัดนี้เลย...

แต่ว่าตอนนี้ ความลับ และศักยภาพของมันกำลังถูกเปิดเผยแล้ว ดังนั้นทุกบริษัทฯ ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับ Logistic คลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และอื่นๆ ให้รีบเข้าไปจับจองพื้นที่กันก่อนครับ เพราะราคาที่ดินของมหาสารคามยังไม่ถือว่าแพงมาก ก่อนที่รถไฟทางคู่ จะเข้าไป และนั่นจะเป็นจุดเปลี่ยนของจังหวัดที่อยู่กลางภาคอีสาน และถูกซ่อนศักยภาพอันนี้เอาไว้นานแสนนานเช่นกัน ยิ่งถ้าหากว่ารัฐบาลรู้ และลงทุนสร้างสนามบินด้วยแล้วละก็ มหาสารคามจะกลายเป็นจุดศูนย์กลางคมนาคม ของภูมิภาคเลยทีเดียว... อันนี้แอบกระซิบบอกเอาไว่ก่อนครับ แต่ก็ไม่รู้ว่ารัฐบาลที่มีผู้นำ ที่มีเซลล์สมอง 84,000แสนล้านเซลล์ จะทำหรือเปล่า 555  " ศักยภาพดี แต่ไม่มีใครเห็น "


By: KCAN

วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

กาแฟดีๆ กับคนที่รู้ใจ ใกล้บ้าน

หลังจากที่ทำบุญวันอาสาฬหบูชา ณ วัดเพิ่มทาน คลองสี่ ฝั่งธัญบุรี ในช่วงเช้าเรียบร้อยแล้ว ขากลับบ้าน ก็อยากหากาแฟดื่มซักแก้ว เลยบอกกับคุณภรรยา เดียวไปแวะที่แถวตลาดหากาแฟกินดีกว่า 

แต่ภรรยาบอกว่า เห็นมีร้านที่อยู่แถวๆ ศูนย์การแพทย์บึงยี่โถอยู่ร้านนึง ลองแวะดูไหมละ  "เธอเคยเข้าไปหรือยัง" คุณภรรยาถาม ผมก็ตอบทันทีว่า "ยัง ลองแวะดูก็ได้" จากนั้นก็ขับรถออกจากวัดมาไม่กี่กิโลเมตร ก็ถึงที่ร้านนาดิน คาเฟ่ (์Nadin Cafe) บอกตรงๆ ว่าขับผ่านบ่อยมากๆ

เพราะเป็นเส้นทางที่ใช้ประจำ แต่ไม่เคยแวะเลย ครังนี้เป็นครั้งแรก หลังจากที่เลี้ยวรถเข้าไป สิ่งแรกที่สัมผัสได้ก็คือ มันใหญ่กว่าที่คิดเอาไว้เยอะเลย มีการขุดเป็นเหมือนคลองเล็กๆ และทำเป็นซุ้มนั่งชิวๆ อยู่ริมน้ำด้านในด้วย และที่สำคัญคือต้นไม้เยอะ ดูร่มรื่นมาก 



ความจริงแล้วอยากนั่งตามซุ้มที่ตั้งอยู่ริมน้ำมาก แต่ว่ามันเต็มไม่มีทีนั่งเลย ไม่น่าเชื่อว่ายังเช้าอยู่แท้ๆ ทำไมคนเยอะ แต่พอนับดูโตีะที่อยู่ในซุ่มแล้วก้มีแค่ 4-5 โต๊ะเท่านั้น แต่ก็ไม่เป็นไร  เดี๋ยวก็เดินเข้าไปนั่งในร้านก็ได้มีแอร์ด้วย แต่ในระหว่างเดินชม และถ่ายรูปอยู่ ก็เห็นมีโต๊ะว่างอยู่ในตำแหน่งสวนใกล้น้ำตก และที่สำคัญคือ สำหรับ 2คนด้วย จึงได้เข้าไปจับจอง ไม่ต้องอยู่แต่ในห้องแอร์แล้ว


เพราะช่วงนี้โควิดเริ่มกลับมาระบาดใหม่ ยังไงอยู่ในที่ที่อากาศเปิด ก็ดีกว่าที่ที่อากาศปิด อย่างน้อยๆ แสงแดดก็น่าจะสามารถฆ่าเจ้าโควิดได้ จากนั้นก็ซื้อกาแฟ และขนมมานั่งดื่ม นั่งกินชิวๆ 


ฟังเสียงน้ำตก และนกร้อง แถมเสียงรถมอเตอร์ไซด์แซมบ้างเป็นครั้งคราว 555 เป็นวันอาสาฬหบูชาแบบง่ายๆ สุขกาย สุขใจ 


By: KCAN

วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565

เมื่อคุณภรรยา เกิดอยากช่วยเกษตรกรที่เป็นเพื่อนสมัยเรียน โดยการซื้อกระเป๋าจักสานจากกระจูดมาหลายใบ ทำเอาผมเองก็งง ว่ากระจูดคืออะไร? เกิดมานานกว่า 50ปี พึ่งเคยได้ยิน 555 


พอเห็นกระเป๋าแล้วก็ต้องบอกเลยว่า คงต้องใช้ความอดทนในการสานอยู่นานแน่ๆ แต่ราคาแค่ 100กว่าบาทเอง ไหนจะต้องใส่หู ติดกระดุมอีก อยากบอกว่าใช้ความอดทนสูงมาก


แต่ก็อย่างว่าแหละครับ วัตถุดิบหลักได้มาจากธรรมชาติ ไม่ต้องเสียเงินซื้อ แต่ก็ต้องเอาไปตากแดดให้แห้ง และต้องเอามารีดให้บางๆ เป็นแผ่นๆ ก่อนเอามาสาน ถ้าหากว่านำไปตากแดด ก็คงจะใช้เวลาหลายวันอยู่ และการเอ่มารีดให้เรียบๆ ก็ไม่รู้ว่าใช้อะไรนะครับ จะใช่เตารีดไฟฟ้าหรือเปล่า ถ้าใช้ก็มีต้นทุนค่าไฟอีก 


แต่ที่ต้องซื้อแน่ๆ ก็น่าจะเป็นกระดุมและหูหิ้วต่างๆ  แต่ก็คงจะไม่แพงมาก ที่เหลือก็จะเป็นค่าแรงงานล้วนๆ ครับ โดยคุณเพื่อนภรรยาบอกว่ามันทนมาก ไม่ขาดง่ายเหมือนกระเป๋าพลาสติด ในรูปลักษณะร่วมสมัย แต่ผมดูไม่เป็นเหมือนกันนะครับว่าร่วมสมัยหรือเปล่า เพราะเป็นกระเป๋าผู้หญิง ไม่เคยถือเหมือนกัน เลยไม่รู้ว่ามันสมัยไหน แต่ผมก็บอกตรงๆ นะครับ ถ้าสานขึ้นมาแบบกลมๆ จะกลายเป็นกระติ๊บข้าวเหนียวแน่นอน แต่คุณเพื่อนภรรยาบอกว่า ภ้าเป็นกระติ๊บข้าวเหนียวเขาจะใช้ไม้ไผ่ในการสาน ไม่ใช่กระจูด เพราะว่าต้องทนความร้อนได้

แต่บอกตรงๆ ว่าดูไม่ออกเหมือนกันครับว่า ไม่ไผ่ หรือ กระจูด แต่ที่แน่ๆ ถ้าเอาขายไปต่างประเทศ หรือมีแบรดน์ดังๆ มาขอซื้อแล้วละก็ ใบละเป็นพันบาทแน่นอน  ความจริงถ้าหากว่าด้านในกรุผ้าหน่อยมีซิป เพื่อแบ่งช่องเป็นกระเป๋าหน่อย ก็น่าจะดีกว่านี้ แต่ว่าต้นทุนก็จะเพิ่มขึ้นไปอีก 


อีกหนึ่งผลิตภัณท์ฝีมือคนไทยที่ต้องช่วยกันส่งเสริม ร่วมซื้อ ร่วมใช้ อะไรๆ ที่เป็นของคนไทย รับรองว่าเราจะเป็นประเทศที่ร่ำรวยแน่นอน

สนใจผลิตภัณท์โทร :0897615085, 0841437045 คุณเจี๊ยบ

By: K C A N

วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2565

อิฐติดไฟ

อิฐติดไฟแต่งสวน. . .

 

ไฟโซล่าร์เซลล์แบบนี้ ในปัจจุบันมีขายกันเยอะแยะ มากมายทั้งในเว็บไซท์ และนอกเว็บไซท์ ราคาเมื่อ 2ปีที่แล้ว ก็เกือบ 100บาท จำได้ว่าซื้ออันแรกมาน่าจะ 89บาท รวมค่าส่งก็ประมาณ 110บาท แล้วก็เอามาติดเอาไว้ที่หน้าประตู ซึ่งเป็นแบบ 3โหมด คือสามารถหรี่ไฟได้ เวลามีคนเดินผ่านก็จะสว่างขึ้นมา กลางวันก็ชาร์จแบตฯ จากแสงแดด แต่ตอนนี้มันก็ได้เสียไปเรียบร้อยแล้ว เพราะตามแดดตากฝนอยู่เกิอบ 2ปี 

ปัญหาที่พบก็คือว่าเวลาเราติดตั้งไปแล้วส่วนมากก็จะเคลื่อนย้ายไม่ได้คืออยู่กับตำแหน่งนั้นไปเลย เวลา 1ปี พระอาทิตย์จะย้ายตำแหน่งไปเรื่อยๆ และ ครึ่งปีแรก พระอาทิตย์จะส่องมาที่หน้าบ้าน แต่พอครึ่งปีหลัง พระอาทิตย์ก็จะเลื่อนไปเรือยๆ จนกระทั้งส่องไม่ถึงหน้าบ้านในเดือน ก.ย ถึงเดือน เม.ย  และนั่นเป็นปัญหาเจ้าไฟโซล่าร์เซลล์ ก็เริ่มชาร์จแบตฯ ได้ไม่เต็มที่ ขนาดถูกแดดตลอดทั้งวัน ยังสว่างไม่ทั้งคืนเลย แล้วช่วงปลายปี ไปสว่างได้ไม่ถึง 3ชั่วโมงก็ดับแล้ว และนี่เป็นที่มาของการเอาอิฐมอญมาติดไฟโซล่าร์ เพราะว่าเราสามารถย้ายไป ย้ายมาได้ง่ายๆ และก็เปลี่ยนมาเป็นแบบที่เป็น 1โหมด ก็พอ คือไฟจะติดก็ต่อเมื่อมีคนเดินผ่านเท่านั้น ไม่ต้องติดตลอดๆ ถ้าอยากได้แบบติดตลอด ก็ใช้แบบไฟหิ่งหอย ซึ่งสามารถที่จะติดได้ทั้งคืนแบบสบายๆ เอาไว้ประดับสวน และเป็นไฟส่องสว่างเวลาที่มีคนเดินผ่านได้ และที่สำคัญคือสามารถเอาไปตากแดดได้เวลาที่พระอาทิตย์เปลี่ยนตำแหน่งไป เราสามารถที่จะย้ายเจ้าไฟนี้ไปยังที่ที่มีแดดได้ เพื่อให้มันชาร์จไฟได้


ปัจจุบันนี้ราคามันถูกลงเยอะมาก เรียกว่าถูกว่าเมื่อ 2ปีที่แล้วกว่าครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว  เลยคิดว่าจะเอามาหา Application แปลกๆ ทำ เพื่อที่จะให้มันเคลื่อนย้ายได้งายๆ ไม่ต้องติดอยู่กับที่ ก็เลยออกมาเป็นรูปแบบนี้ คือ อิฐติดไฟ ปัญหาแรกคือ เจาะอิฐแล้วมันชอบแตก แต่ก็สามารถแก้ด้วยดอกสว่านเจาะกระเบื้อง โดยที่ใช้โหมดเจาะไม้ธรรมดา โดยไม่ต้องใช้โหมดกระแทก เท่านี้ก็จะไม่แตกแล้ว แต่กว่าจะหาวิธีได้ก็เจาะแตกไปหลายก้อน ตอนแรกๆ ก็ต้องเอาไปแช่น้ำก่อน ถึงจะเจาะไม่ค่อยแตก แต่ตอนนี้โอเคแล้ว 





สามารถทำกันได้ง่ายๆ ครับ เฝื่อว่าใครสนใจจะทำเอาไว้แต่งสวนที่บ้านก็ได้นะครับ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ใดๆ

By: K.C.A.N

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

แชร์ประสบการณ์ประหยัด

ก๊อกน้ำซิงค์ล้างจาน

"ก๊อกซิงค์ล้างจานในห้องครัวมันเสียอีกแล้ว น้ำหยดตลอดไปซื้อมาเปลี่ยนให้หน่อย" เสียงภรรยาบอกผม จึงได้เดินเข้าไปดู ก็เป็นตามที่เธอบอก แต่ว่ามันก็ไม่หยดมากมายอะไร ประมาณ 5วินาที 1-2หยดเท่านั้น และผมก็รู้สึกว่า ก๊อกซิงค์อันนี้พึ่งจะเปลี่ยนไปไม่นานมาก น่าจะไม่ถึง 1ปี (คร่าวๆ) เพราะจำได้ว่าตอนนั้นไปเดินห้างที่ขายพวกของใช้ในบ้านช่วงโควิด ระลอก 3 หรือ 4 นี่แหละ และก็ซื้อมาเปลี่ยน ซึ่งก็เลือกแบบที่ราคาค่อนข้างสูงด้วย เพราะเคยซื้อแบบ 100กว่าบาทมาแล้วใช้ได้ไม่เกิน 6เดือน น้ำก็หยดแล้ว ครั้งนั้นน่าจะอันละ 300-400บาทเลย แต่ก็ยืดอายุการใช้งานมาได้อีกนิดหน่อย เท่านั้น


ยิ่งช่วงนี้เศรษฐกิจมันแย่ ขายของก็ไม่ค่อยจะมีคนซื้อ ทุกคนก็ประหยัดกันหมด จะไปซื้ออะไรที่มันแพงๆ ก็ต้องคิดเยอะหน่อย ว่าแล้วก็ไปลองเปิดในเว็บขายของดูว่าเขาขายกันอันละเท่าไหร่ ก็เห็นมีมากมายหลายราคา ตั้งแต่อันละไม่ถึง 100 จนอันละเป็น 1000บาท ก็มี ก็ได้ไปเห็นก๊อกที่เราเคยซื้อมาใช้ เมื่อครั้งที่แล้ว ราคาในห้าง 300-400 แต่ราคาในเว็บแค่ 235 + 24 บาทเอง เห็นแล้วก็ให้สะเทือนใจ



ไหนๆ ก็ไหนๆ ล่ะ ซื้อแบบถูกๆ มาลองเลยแล้วกัน เอาแบบสามารถปรับน้ำให้เป็นแบบฝักบัวได้ด้วยน่าจะดี ราคา 91+24 = 115 ก็อยากรู้ว่ามันจะอยู่ได้นานถึง 6เดือนหรือเปล่าเหมือนกัน จึงตัดสินใจสั่งมาเลยครับ 2อัน เฝื่อว่ามันจะอายุไม่ยืน อีกอย่างคือค่าขนส่งก็หาร 2ด้วย และแล้ววันที่ 05/05/65 ของที่สั่งก็มาส่ง คนขายยังอุตส่าห์ใจดีแถมเทปพันเกลียวมาให้อีก 1 ม้วนในกล่องด้วย นึกในใจคนขายใจดีอ่ะ ไม่อย่างงั้นต้องออกไปหาซื้อเทปพันเกลียวอีก

แต่พอเอาของออกมาดูเท่านั้นแหละ ว่าจะส่งคืนแล้วครับ เพราะว่าแกนมันโยกได้ คือระหว่างตัวก๊อก กับแกนตรงที่เอาไว้หมุนไป-หมุนมา ที่เป็นแกนตั้งขึ้นไปมันโยกมาก ความคิดแรกเลยก็คิดว่าเขาคงขันมาไม่แน่น เพราะว่าของเดิมมันไม่โยกแบบนี้ ก็ไปหาประแจมาขันให้แน่น ซึ่งมันก็แน่นอยู่นะครับ แต่ว่ามันก็ยังโยกได้เยอะเลย... ความคิดถัดมาคือ งานนี้โดนหลอกแน่ๆ น้ำรั่วร้อยเปอร์เซ็นต์ ตรงตำแหน่งนี้

ก็เลยส่งข้อความกับคลิปวีดีโอไปแจ้งทางร้านค้าเอาไว้ก่อนว่ามันหลวม และโยกไปมาได้ ซึ่งร้านค้าก็ตอบกลับมาว่า นี่คืออาการปกติ เพราะเขาออกแบบให้มันต้องหมุนได้สะดวก... รับรองว่าน้ำไม่รั่วอย่างแน่นอน ให้นำไปเปลี่ยนใช้ได้เลย


ก็คิดอยู่ในใจว่า ถ้าเอาไปเปลี่ยนใช้ปุ๊บ น้ำรั่วปั๊บ แล้วเขาจะเปลี่ยนของให้หรือเปล่า เดี๋ยวจะหาว่าเอาไปใช้แล้วเปลี่ยนไม่ได้อีก แต่ยังไงก็มีข้อความเขายืนยันมาอยู่ เขาคงจะให้เราเปลี่ยนเพราะน้ำมันรั่ว ก็ลองเอาไปเปลี่ยนดูเลยแล้วกันแล้วก็จัดแจ้งถ่ายคลิปวีดีโอเอาไว้ด้วย เฝื่อมีปัญหา จะได้มีหลักฐานยืนยัน ฮ่าๆๆ  สมัยนี้ทำอะไรๆ ก็ต้องใช้ VDO กันแล้ว หรือถ้าไม่ให้เปลียน เราก็ลงประจานกันไปเลยในโซเชียลมีเดีย (ซึ่งไม่เคยทำมาก่อนนะครับ)


เมื่อติดตั้งเสร็จ ก็ยังกังวลอยู่ เพราะว่ามันโยกเหลือเกิน อันเก่าๆ ที่เคยเปลี่ยนมาไม่เคยเป็นแบบนี้เลย คือมันจะหมุนได้ แต่ว่าโยกไม่ได้ อาจจะได้แต่ก็นิดหน่อยเท่านั้น อันนี้โยกเยอะเลย และก็เป็นทั้ง 2อันที่สั่งมาด้วย ไหนๆ ก็ไหนๆ ลองเปิดน้ำดูเลยแล้วกัน ปรากฎว่าไม่รั่วอ่ะครับ คนขายน่าจะพูดถูก เอาเป็นว่าอย่างน้อยๆ ก็คือเราไม่ต้องส่งเคลมครับเพราะน้ำไม่รั่ว


พอน้ำไม่รั่วโดยรวมแล้วก็น่าจะโอเคครับ แต่ก็ต้องดูเรื่องความทนทานกันอีกซักระยะนึง ตอนนี้ยังไม่ครบ 1เดือนดี (เริ่มใช้วันที่ 5/5/65) แต่ปัจจุบันนี้ก็ยังใช้งานได้ปกติอยู่ครับ อีกหนึ่งสินค้าราคาปีะหยัดที่เอาประสบการณ์มาแชร์กันครับ แต่ว่าขอลองใช้ไปนานๆ หน่อย จะมารีวิวอีกครั้งครับ

By: KCAN

วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

ราคาน้ำมัน

ช่วงนี้น้ำมันแพงมาก โดยที่ใครต่อใครก็โทษไปที่รัสเซีย ที่ก่อสงครามกับยูเครน เป็นสาเหตุให้ราคาน้ำมันแพง เรื่องจริงหรือไม่จริงก็ไม่สามารถรู้ได้ แต่ทีอยากรู้คือว่าเราอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปจากประเทศสิงคโปร์ ราคาถ้าคิดเป็นลิตรนี่ ลิตรละกี่บาทกัน เพราะว่าหน่วยที่ประกาศเป็นบาร์เรล และสกุลเงินก็เป็นเหรียญสหรัฐฯ ด้วย ยิ่งทำให้งงใหญ่เลย ซึ่งผมเองก็สงสัยมากเหมือนกันว่ามันลิตรละกี่บาท เลยต้องลองคำนวณกันดูหน่อยครับ 

น้ำมัน 1บาร์เรล เท่ากับ 158.987ลิตร

อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา 1USD เท่ากับ 34.08บาท (ณ วันที่ 28/05/2022)


USD/บาร์เรล   าท/บาร์เรล     บาท/ลิตร

50        34.08     1,704.00 158.987     10.72

60     2,044.80     12.86

70     2,385.60     15.01

80     2,726.40     17.15

90     3,067.20     19.29

100     3,408.00     21.44

110     3,748.80     23.58

120     4,089.60     25.72

130     4,430.40     27.87

140     4,771.20     30.01

150     5,112.00     32.15

160     5,452.80     34.30

170     5,793.60     36.44

180     6,134.40     38.58

190     6,475.20     40.73

200     6,816.00     42.87

210     7,156.80     45.02

220     7,497.60     47.16


ตามตารางข้างบนเลยครับ เมื่อคำนวณออกมาเป็น ลิตร/บาทแล้ว ก็จะได้ตามแถวสุดท้าย ทั้งนี้ก็จะขึ้นกับค่าของอัตราแลกเปลี่ยนเงิน บาท/เงินสหรัฐฯ ที่ขึ้นๆ ลงๆ ในทุกวัน ก็จะรู้แล้วครับว่าช่วงนี้ ค่าน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 150USD ต่อ บาร์เรล หรือประมาณ 32.15บาท/ลิตร แต่ว่าตอนนี้ราคาขายน้ำมันของบ้านเรา เกิน 43.xx บาท/ลิตรกันไปแล้ว ก็คิดกันเอาเองแล้วกันว่า กำไรลิตรละกี่บาท และที่สำคัญคือเราซื้อน้ำมันดิบมากลั่นเองในประเทศ เพราะว่าประเทศเรามีโรงกลั่นน้ำมันเอง แล้วก็อ้างอิงราคาขายของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งราคาน้ำมันดิบตอนนี้ ก็ประมาณ 112USD ต่อ บาร์เรล หรือประมาณ 23-24บาท ต่อ ลิตร เท่านั้นเอง...

บล๊อกนี้แค่อยากให้รู้ว่าเมื่อเราแปลงหน่วย ให้เป็นหน่วยที่เรารู้จักแล้ว มันเป็นยังไงบ้างเท่านั้น 

By: KCAN

วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

แชร์ประสบการณ์ประหยัด

หัวฉีดชำระราคาถูก

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ออกไปเที่ยวไหน เลยไม่รู้จะแชร์ประสบการณ์เรื่องเที่ยวยังไง แต่ว่าก็เป็นช่วงเวลาที่อยู่บ้าน ซ่อมโน่นนี่นั่น เลยคิดว่าจะแชร์ประสบการณ์เรื่องเหล่านี้น่าจะดีกว่า เมื่อสองสัปดาห์ก่อน หัวฉีดชำระในห้องน้ำเกิดเสีย คือเวลากดให้น้ำไหลแล้วพอปล่อย แต่น้ำไม่ยอมหยุดยังคงไหลต่อเนื่อง สาเหตุเพราะว่าสปริงที่อยู่ด้านในมันน่าจะล้า เอาชนะแรงดันน้ำไม่ไหวแล้ว ต้องเอื้อมมือไปปิดวาวล์น้ำก่อน ให้แรงดันมันตกสปริงถึงจะสามารถดันวาวล์ให้ปิดได้ แล้วค่อยเปิดน้ำใหม่ ซึ่งไม่สะดวกต่อการใช้งานอย่างมาก พอใช้รอบหน้าก็ค้าง น้ำพุ่งไม่หยุดเหมือนเดิมอีก  จึงจำเป็นต้องหาอันใหม่มาเปลี่ยน โดยได้ลองหาของจาก เว็บไซท์ขายของต่างๆ ซึ่งก็ตกใจว่าทำไมมันราคาถูกแบบนี้ แล้วมันจะใช้ได้จริงหรือ ? เพราะจำได้ว่าที่ซื้อมาครั้งก่อนในห้างๆ หนึ่งราคาแบบเป็นชุดมีสาย มีที่แขวนมีสกรูมาพร้อม ราคามัน 300-400บาทนะ แต่ทำไมแค่หัวฉีดอย่างเดียวราคาไม่ถึงร้อยบาท แถมเป็นสแตนเลสอีกด้วย. . . 



และด้วยยุคนี้มันเป็นยุคข้าวยาก น้ำมันแพงด้วย ก็เลยตัดสินใจซื้อมาทดลองใช้ซัก 2อัน คาดว่าห้องน้ำอีกห้อง ก็น่าจะใกล้เสียแล้วเหมือนกัน เพราะตอนนั้นก็ซื้อมาเปลี่ยนพร้อมๆ กันรุ่นเดียวกัน เพียงแค่อันนึงใช้ที่ห้องน้ำข้างล่างอีกอันใช้ที่ห้องน้ำข้างบน ซึ่งจำนวนครั้งในการกดชำระก็น่าจะน้อยกว่า มันก็เลยยังพอใช้งานได้อยู่ แต่ก็เป็นไปได้ว่าอีกไม่นาน ก็คงจะเสียเหมือนกัน และถ้าซื้ออันเดียวค่าขนส่งก็จะแพง แต่ถ้าสั่ง 2อันค่าขนส่งมันก็จะหาร 2ไป รวม 2อันและค่าส่งแล้วก็ไม่เกิน 150บาท ถ้าซื้อมาแล้วใช้ไม่ได้ หรือว่าน้ำรั่ว หรือมีปัญหาใด ก็ราคา 134บาท ถือว่าซื้อประสบการณ์

หลังจาก 3วันผ่านไป ก็ได้รับสินค้า เปิดแพ็คออกมาดูต้องบอกว่าใส่กล่องมาสวยงาม งานก็สวยมากดูดีเลยทีเดียว อยากบอกว่าสวยงามเกินราคาก็ได้ ก็เหลือแต่ฟังค์ชั่นการใช้งาน และความทนทานแล้ว ว่าจะโอเคหรือเปล่า



จากนั้นก็รีบนำไปเปลี่ยนกับอันเดิมและทดลองใช้งานดูว่าจะมีน้ำรั่วหรือเปล่า เพราะที่บ้านใช้ปั๊มน้ำซึ่งจะมีแรงดันในระดับหนึ่งเลย กลัวว่าจะทนแรงดันน้ำไม่ได้ พอเปลี่ยนเสร็จ ก็เปิดวาวล์น้ำดู แบบค่อยๆ เปิดทีละน้อย เพราะกลัวว่าเปิดทีเดียวแรงดันน้ำจะทำให้มันพังก่อน ก็ปรากฎว่าน้ำไม่รั่ว ลองกดดู น้ำก็พุ่งออกมาดีเลย จากนั้นก็เปิดวาวล์จนสุดดูว่ายังโอเคอยู่หรือเปล่า ซึ่งทุกอย่างก็ผ่านด้วยดีครับ 


ทดสอบการใช้งาน

น้ำแรงกว่าอันเดิมเสียอีก และน้ำก็ไม่รั่วด้วย ตอนนี้ก็เหลือฟังค์ชั่นสุดท้าย ก็คือความทนทาน ว่าจะอยู่ได้นานเท่าไหร่ ซึ่งตอนที่เขียนบล๊อกนี้ ก็ใช้งานผ่านมาแล้วประมาณ 2สัปดาห์ ก็ยังใช้งานได้ดีอยู่ แต่ว่าอันเดิมที่ราา 300-400 บาท อยู่ได้นานถึง 2ปีกว่า ต้องคอยดูว่าอันนี้จะมีอายุการใช้งานนานขนาดไหนอีกครั้ง แต่ว่าโดยรวมแล้วก็โอเคมากครับ สามารถแนะนำและบอกต่อความประหยัดกันได้

By: KCAN

วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2565

วันมาฆบูชาปี 2565

วันมาฆบูชาปี 2565

วันนี้ช่วงเช้าได้พาภรรยาไปทำบุญตักบาตร ที่วัดเพิ่มทานในช่วงเช้า และพอดีพบกับ โก้ และ โอ่ง ที่เพื่อนบ้านในซอยเดียวกัน ก็มาตักบาตรด้วยเหมือนกัน



หลังจากที่เสร็จพิธีตักบาตรในช่วงเช้า ภรรยาผมก็บอกว่าอยากไปที่วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ เพราะว่าตรงท้ายเกาะ มีคนมาทำร้านกาแฟใหม่ ดูในเว็บไซท์แล้ววิวสวยดี จึงได้ชวนโก้ กับโอ่งไปด้วยกัน ซึ่งทั้งสองคนก็บอกว่าไม่เคยไปเหมือนกัน จึงบอกว่าเดี๋ยวไปรถผมคันเดียวเลย ส่วนรถเขาฝากเอาไว้ที่วัดก่อน จะได้ไม่เปลืองน้ำมัน หลังจากนั้นก็เดินทางไปวัดที่สอง คือวัดนิเวศ์ธรรมประวัติ ซึ่งทั้งสองคนก็ดูสนุกสนาน เพราะว่ามาเป็นครั้งแรก โดยเฉพาะตอนขึ้นกระเช้า ที่เรียกว่าน่าจะเป็นไฮไลท์ ของวัดแห่งนี้เลยทีเดียว





รวมถึงสถาปัตยกรรมแบบโกทิก แบบทางยุโรป รวมถึงโบสถ์แบบคริสต์ แต่ภายในประดิษฐานพระพุทธนฤมลธรรโมภาสเป็นพระประธาน หลังจากที่เดินเที่ยวถ่ายรูปจนกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เดินกลับมาที่ท้ายเกาะ ซึ่งเป็นเป้าหมายของการมาในครั้งนี้ ก็คือร้านกาแฟ





ก็เรียกว่าวิวดี ตามที่เห็นจริงๆ ขนมและเครื่องดื่มก็อร่อยดีครับ นั่งกันได้ประมาณ 20นาที ปรากฎว่าฝนลงเม็ดซะงั้น แต่ว่าไม่ได้รุนแรงใดๆ แบบโปรยๆ ลงมาเล็กน้อย แต่อย่างว่าผู้หญิงเขาก็กลัวว่าจะเปียก เลยต้องรีบเดินทางต่อ ซึ่งก็ใกล้เวลาเที่ยง เลยต้องหาอาหารกลางวันกินกันหน่อย โดยไปกินที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งถ้ามาอยุธยา อาหารที่ไม่ควรพลาดก็คือ กุ้งแม่น้ำย่าง แต่ว่าราคาก็ไม่ธรรมดาจริงๆ กิโลกรัมละ 1800บาท โดยเจ้าของร้านบอกว่า 4 ตัว / กิโลกรัม เลยบอกว่าขอครึ่งกิโล ก็พอ เอาแค่พอรู้รสชาด เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึงอยุธยา 


หลังจากที่อิ่มหนำสำราญดีแล้ว เราก็เดินทางต่อไปยังวัดที่สามของวัน คือวัดท่าการ้อง เป็นอีกวัดดังของอยุธยา เพราะว่าต้องการไปนมัสการหลวงพ่อยิ้ม วัดคนเยอะมาก ของขายก็เยอะช่างเหมาะกับสาวๆ จริงๆ หลังจากไหว้หลวงพ่อยิ้มแล้วก็เป็นเวลาของสาวๆ ที่จะเดินช๊อปปิ้ง





แล้วก็กินอีกแล้วครับ เพราะด้านหลังของวัดเป็นตลาดน้ำ ซึ่งมีไอครีมกะทิอร่อยมากอยู่เจ้านึง ซึ่งก็ต้องไปลองชิม และก็อยากบอกว่า อร่อยจริงๆ อย่างที่ร่ำลือ


https://www.tiktok.com/@kcan9/video/7074150607690501378?is_from_webapp=1&sender_device=pc&web_id7066670027365893634


เป็นวันมาฆบูชาที่อิ่มบุญ และอิ่มท้องมากจริงๆ

By: K.C.A.N