วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

วันหยุดกินสุดขีด

กิจกรรมวันหยุด เนื่องในวันเฉลิมพระชนพรรษา ในหลวงรัชกาลที่ 10 (28/07/2019) ก็ได้พาครอบครัวไปหาอาหารว่างและเครื่องดื่มดื่มกินกัน 


โดยไปที่แถวๆ บ้าน เพราะว่าเป็นช่วงสิ้นเดือน เงินเดือนยังไม่ออกเลยต้องเน้นไปในทางประหยัดกันนิดหน่อย โดยลูกสาวบอกว่า เคยเห็นร้านกาแฟอยูแถวๆ คลอง 8 ธัญบุรี ก็เลยลองไปดู 


ก็พบร้าน BUS STOP COFFEE อยู่เลยปั๊มน้ำมันบางจาก คลอง 8 ไปนิดหน่อย ก็สอบถามกับลูกสาว ว่าใช่ร้านนี้ไหม ก็บอกว่าน่าจะใช่ ก็เลยได้ขับรถแวะเข้าไป เป็นร้านเล็กๆ สไตล์บ้านสวน 


บรรยากาศการตกแต่งร้านก็สวยดีครับ มีแบบในห้องแอร์ และบรรยากาศด้านนอก ที่เป็นแบบธรรมชาติ แต่ว่าช่วงที่ไปเป็นช่วงประมาณบ่าย 2โมง เด็กๆ เขาเลยเลือกที่จะนั่งในห้องแอร์มากกว่า 



ก็คงจะมีแต่พ่อเขาคนเดียวที่เลือกนั่งข้างนอก ก็ต้องแพ้โหวต ตามระบอบประชาธิปไตยไปตามระเบียบ แต่ก็ไม่เป็นไร เราก็เดินออกมาถ่ายรูปบรรยากาศเก็บเอาไว้


ในส่วนของเครื่องดื่มผมเองก็เหมือนเดิม อเมริกาโนร้อน ภรรยา ก็ช๊อกโกเลตร้อน ส่วนลูกสาวคนโตก็ชาไทยปั่น ลูกสาวคนที่สองก็เป็นชาเขียวเย็น


แถมด้วยอาหารว่างเป็น honey toast อีกหนึ่งจาน ซึ่งในความรู้สึกผมแล้วกาแฟค่อนข้างจะธรรมดาครับ ไม่ค่อยจะหอมเท่าไหร่ ส่วนลูกสาวคนโตบอกว่าชาไทยอร่อยอยู่ 


ส่วนลูกคนที่สองก็บอกว่าชาเขียวค่อนข้างจืด คือใส่นมเยอะเกินไป และของภรรยาบแกว่าช๊อกโกเลตร้อนอร่อยอยู่


แต่ที่ชอบเหมือนกันก็คงจะเป็นเจ้า honey toast นี่แหละครับ อร่อยใช่ได้เลยทีเดียว โดยพูดตรงกันทั้ง 4คน เรานั่งดื่มกินกันที่ร้านประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ


เด็กๆ ก็นั่งเล่นกันแต่มือถือ ส่วนผมก็เล่นมือถือเหมือนกัน แต่ใช้ฟังค์ชั่นกล้อง ในการเก็บภาพถ่ายบรรยากาศรอบๆ ร้านมาฝาก


ก็ถ้าหากว่าใครผ่านมาแถวๆ รังสิต-นครนายก คลอง 8 ก็ลองแวะเข้าไปชิมดูได้ สามารถเอาหนังสือไปนั่งอ่านไป จิบกาแฟไปได้ มี wifi ให้ใช้ฟรี


บรรยากาศร้านดีมากสำหรับคนที่ชอบธรรมชาติ มีที่จอดรถอยู่ด้านหลังของร้าน เรียกว่าสะดวกสบายอยู่ แต่ว่าถ้าหากว่ามีผู้สูงอายุที่ต้องใช้รถเข็น อาจจะลำบากนิดหน่อย ที่จะเข้าไปนั่งด้านในร้านที่เป็นโซนห้องแอร์ เพราะว่าไม่มีทางลาด มีแต่บันได แต่ถ้านั่งในโซนสวน ก็พอได้อยู่


อีกหนึ่งร้านกาแฟและอาหารว่างย่าน รังสิต - นครนายก คลอง 8 ที่ขอแนะนำ

By: KCAN

วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

อาสาฬหบูชานี้ที่ระยอง หาดแม่รำพึง



วันหยุดอาสาฬหบูชา และเข้าพรรษาปีนี้ พาแม่และครอบครัวมาพักผ่อนที่หาดแม่รำพึง จังหวัดระยอง บอกได้เลยว่าไม่ได้มานานกว่า 2ปี ครั้งสุดท้ายที่มาทะเลสอบถามกับลูกๆ แล้วไม่มีใครจำได้เลย...

โดยออกเดินทางจากบ้านช่วงสายๆ เมื่อวานนี้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3ชั่วโมงนิดๆ ผ่านทางมอเตอร์เวย์ ซึ่งเดี๋ยวนี้จากบ้านมาระยองต้องจ่าย 160บาท กับ 3ด่าน ซึ่งสมัยก่อนจะจ่ายแค่ 120บาทเอง แสดงว่าไม่ได้มานานจริงๆ  เรามาถึงที่พักประมาณบ่ายสองโมงเศษ



อยากบอกว่าบรรยากาศเงียบสงบมากครับ ไม่อยากเชื่อว่าเป็นบรรยากาศวันหยุดเลย คนไม่เยอะอย่างที่คิด ทำให้รู้สึกดีมาก ไม่ต้องแย่งกันกิน แย่งกันใช้ บ้านพักก็ลดราคาจาก 2200บาท เหลือแค่ 1760บาท 2ห้องนอน 2ห้องน้ำ พักได้ 8คน ห่างจากทะเลไม่ถึง 100เมตร เรียกว่าคุ้มค่าพอสมควร แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เรื่องเศรษฐกิจไม่ดีตามที่คนเขาพูดกัน คนไม่ยอมใช้เงิน ไม่เที่ยว เกิดภาวะเงินฝืด (ที่รัฐบาลประกาศว่าเงินเฟ้อติดลบ) ก็อยากบอกว่าออกไปเที่ยวกันเถิดครับ ออกไปใช้เงินกับชาวบ้าน ซื้อของฝากก็ซื้อกับชาวบ้าน ซื้ออาหารก็ซื้อกับชาวบ้าน ซื้อทุกอย่างกับชาวบ้าน ไม่ใช่ซื้อกับ 7-11, โลตัส, ฺบิ๊กซี อย่างเดียว ก็จะทำให้รวยกระจุก และจนกระจายครับ 555



พอมาถึง ก็เดินเล่นริมทะเล และก็ถ่ายรูปครับ จนประมาณบ่าย 3โมงเศษ ก็ไปเที่ยวที่ตลาดเพ เพื่อซื้อของมาทำอาหารเย็นกัน มาทะเลก็ต้องกินอาหารทะเล เพื่อให้ได้บรรยากาศ ก็จะมีปู มีปลาหมึก กุ้ง เป็นหลัก จากนั้นก็ต้องรีบกลับมา ก่อเตาเพื่อปิ้งย่าง ก็เป็นมือสมัครเล่นเรื่องก่อเตา ก็อาจจะต้องใช้เวลานิดหน่อย



แม่ผมเองก็กินได้ไม่เยอะมากเพราะแกเป็นความดันสูง หมอห้ามกินอาหารเค็มๆ ก็ต้องหาอาหารจืดๆ มาให้แม่กินด้วย แต่แกก็ยังกินอยู่นะครับอาหารทะเล ยิ่งปูด้วยแกชอบมาก แต่ก็ต้องจำกัดกันนิดหน่อย



ก็ฟังมาเยอะ บางคนก็บอกว่าให้กินเลยอายุขนาดนี้แล้วให้แกกินไปเถิด แต่ผมก็อยากให้แกอยู่กับผมนานๆ และก็อยากให้แกมีความสุขด้วย ก็ให้แกกินในทุกอย่างที่อยากกิน แต่ก็ขอจำกัดเรื่องปริมาณบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจำกัดจนแกรู้สึกว่าน้อยใจนะครับ


ในช่วงเช้าๆ ก็ต้องพาแกออกไปเดินเล่นเพื่อออกกำลังกายครับ ถ้าหากว่าผมชวนแกจะไม่ค่อยยอมไป เพราะว่าแกไม่ค่อยจะยอมเดินเท่าไหร่ ต้องให้หลานสาวคนโตเป็นคนชวน แกจะยอมทุกอย่าง เดินอย่างไกล จากบ้านพัก ไปชายหาดก็ 100กว่าเมตร จากชายหาดเดินไปที่น้ำทะเลอีก 50เมตรได้ เดินไปกลับก็ 300-400เมตร แต่ว่าก็ต้องใช้เวลานิดนึง แต่แกก็ยอมเดินไปเพราะหลานชวน รอยยิ้มแบบนี้ทำให้เรามีความสุข


อากาศช่วงตีห้า-หกโมงเช้าดีมากๆ ลมเย็นมาก แต่ช่วงแปดโมงมันร้อนไปนิดนึงครับ แต่ว่าลมก็พัดตลอดๆ วันนี้บ่ายๆ ก็คงจะเดินทางกลับบ้าน เพราะว่าพรุ่งนี้จะต้องไปทำงาน ก่อนกลับก็ขอส่งซักบล๊อกก่อน ใช้เวลาตอนที่ลูกๆ ไปเล่นน้ำทะเลกันนี่แหละ ว่าแล้วก็ขอตัวไปเล่นน้ำกับลูกๆ ก่อนนะครับ เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึงทะเล




หยุดยาวครั้งหน้าวันเฉลิมพระชนพรรษาในหลวงรัชกาลที่ 10 วางแผนไปเที่ยวไหนกันดีครับ ?


BY: K.C.A.N

รำลึกสิบสองปีเจ็ดคตโป่งก้อนเส้า



เมื่อลูกๆ ชวนไปรำลึกครบ 12ปี ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคตโป้งก้อนเส้า ที่สระบุรี โดยภรรยาผมก็เป็นตัวตั้งตัวตีเพราะว่าเขานานๆ ถึงจะได้หยุดเสาร์ อาทิตย์ ทั้งโทรไปจองบ้านพัก ทั้งซื้ออาหารเพื่อเตรียมไปทำที่น้ำตก



ปกติถ้าไปเจ็ดคตโป่งก้อนเส้า ในสมัยก่อนๆ ก็จะมีทั้งไปพักบ้านพัก และไปนอนเต้นท์ แต่ส่วนมากจะไปนอนเต้นท์กัน แต่ผ่านมา 12ปีแล้ว แม่ผมเองก็ไม่ค่อยจะสะดวกที่จะนอนเต้นท์ จะไปห้องน้ำ และอีกหลายเหตุผล เลยตกลงเป็นการเช่าบ้านพัก เป็นบ้านปีกไม้ แบบไม่มีเครื่องปรับอากาศ เพราะอยากไปรับอากาศบริสุทธิ์ และมีลานข้างหน้ากว้างๆ เอาไว้ทำอาหารกันได้ ก็มีความสุขเล็กๆ เสาร์ อาทิตย์



ในสมัยก่อน แม่ผมจะเป็นคนจัดเตรียมของมาเที่ยว ทั้งเตาทั้งอาหารปิ้งย่าง แต่ตอนนี้ก็เป็นหน้าที่ของลูกสาว อาหารก็เลยเป็นแบบสมัยใหม่หน่อยๆ แทนสมัยก่อนๆ ที่จะออกแนวข้าวโพดปิ้ง ขนมปังปิ้ง มันเผา และต้มมาม่า แต่พอลูกสาวเป็นคนจัดการเรื่องอาหารก็เป็นแบบในรูป



ช่วงที่ไปเป็นฤดูฝน ป่าจะเขียวและสวยมากที่สุดในความรู้สึกผมนะครับ เพราะแต่ละคนอาจจะชอบไม่เหมือนกัน ป่าฤดูฝนจะจะมีผีเสื้อเยอะกว่าฤดูอื่น ดูแล้ว มีชีวิตชีวามาก อากาศก็ไม่ร้อน แต่เสียอย่างเดียวคือเรื่องแฉะไปหน่อย แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรค์ใดๆ ในการเดินเที่ยวเพื่อออกกำลังกายตอนเช้า รอบอ่างเก็บน้ำ ระยะทาง ประมาณ 1กิโลเมตรเศษๆ



ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่ได้เดินเที่ยวแล้ว เพราะว่าฝนตกตั้งแต่ตอนไปถึง ประมาณบ่าย 4โมงของวันเสาร์ หนักบ้างเบาบ้างสลับกันไป สมกับที่เป็นป่าจริงๆ และก็ตกทั้งคืน ทำให้อากาศเย็นมาก เรียกว่าไม่ต้องมีเครื่องปรับอากาศ ยังต้องหาผ้ามาห่มเลย แต่พอเช้าวันอาทิตย์ ฟ้าค่อยเปิดหน่อย เลยสามารถที่จะเดินได้ ก็ยังมีคนเอาเต้นท์มากางนอนกันเยอะเหมือนกันครับ ดอกไม้ฤดูฝนก็สวยมาก





ความสุขเล็กๆ เสาร์ อาทิตย์ เป็นการพักผ่อนที่ยอดเยี่ยม ที่อยากจะแบ่งปัน



ฺBY: K.C.A.N

วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ซ่อมพัดลมไอเย็น เปลี่ยนปั๊มน้ำ

พัดลมไอเย็น คือพัดลมที่ดึงลมผ่านน้ำ ที่ไหลผ่านเยื่อไม้ชนิดหนึ่งที่มีการป้องกันเชื้อราเอาไว้ ทำให้ลมที่ออกมามีอุณหภูมิที่ลดลงประมาณ 3-4องศา กว่าลมปกติ พัดลมไอเย็น เราจะต้องเติมน้ำเข้าไป และมีปั๊มดูดน้ำเพื่อให้น้ำหยดผ่านเยื้อไม้ที่อยู่ทางด้านหลัง และใช้มอเตอร์ดูดลมผ่านเยื่อไม้นี้ทำให้น้ำระเหย ลดอุณหภูมิของลมที่ผ่าน

แต่ว่าข้อเสียของพัดลมไอเย็นนี้ก็คือ เวลาน้ำหมดแล้วเราลืมเติมน้ำเข้าไป และเปิดสวิทช์ Cool เพื่อให้ปั๊มน้ำที่อยู่ข้างล่างทำงานปั๊มน้ำอยู่ แต่ว่าไม่มีน้ำ ปั๊มก็จะร้อน และเสียหาย เหมือนกับเครื่องที่ใช้อยู่ที่บ้าน ดังนั้นเวลาไม่มีน้ำ ให้กดปุ่ม Cool ออกทุกครั้ง เพื่อป้องกันปั๊มเสียหาย หรือไม่ก็พยายามเติมน้ำเข้าไปบ่อยๆ อย่าให้น้ำขาด เพราะว่าเครื่องจะไม่มีตัวเตือนว่าน้ำต่ำ และตัดระบบน้ำออกอัตโนมัติ เราจะต้องคอยดูเอง
 

วันนี้เราก็จะมาซ่อม / เปลี่ยนตัวปั๊มน้ำนี้กันครับ ก่อนอื่นก็ต้องถอดเจ้าปั๊มน้ำอันเก่าออกก่อนครับ โดยถอดน๊อต 2ตัวที่ยึดปั๊มน้ำเอาไว้ จากนั้นก็ ถอดสายยางที่ใช้ต่อน้ำขึ้นไปหยดที่เยื่อไม้ออก จากนั้นก็ถอดฝาหลังของพัดลมออก โดยถอดน๊อต 8ตัว ที่อยู่ด้านหลัง และอีก 3ตัวที่อยู่ทางด้านล่าง ตรงล้อ ต้องนอนเครื่องลง จะเห็นน๊อตอยู่


เมื่อถอดฝาหลังแล้วออกแล้วก็จเป็นอย่างในรูปข้างล่างครับ เราก็จะสามารถถอกปั๊มตัวเก่าออกได้โดยบักกรีสายไฟที่ตรงสวิทช์ Cool ออก 


แล้วเราก็เอาปั๊มอันใหม่ใส่เข้าไปแทนที่ ใส่น๊อตยึดทั้งสองฝั่งของปั๊ม ใส่สายยางที่นำน้ำขึ้นไปยังเยื่อไม้ จากนั้นก็บักกรีสายไฟทั้งสองเส้นเข้ากับสวิทช์ Cool และไฟเลี้ยง


หลังจากที่ต่อสายไฟเรียบร้อยแล้ว ก็ทำความสะอาดภายในของเครื่องกันสักหน่อย ทั้งใบพัดลม และอื่นๆ เพราะว่าไหนๆ ก็ถอดออกมาแล้วก็ทำทีเดียวเลย จากนั้นปิดฝาหลังของเครื่องกลับอย่างเก่า ใส่น๊อตให้เรียบร้อยทั้ง 8ตัวที่อยู่ด้านหลัง และอีก 3ตัวที่อยู่ทางด้านล่าง เป็นอันเสร็จเรียบร้อย พร้อมทดสอบ

นำแผ่นเยื่อไม่ใส่กลับเข้าไปที่ช่องใส่ด้านหลัง ใส่น้ำในช่องใส่น้ำ แล้วก็เสียบปลั๊ก เปิดพัดลมเบอร์อะไรก็ได้ค้างเอาว้ จากนั้นก็กดปุ่ม Cool ดู ว่ามีน้ำไหลตามเยื่อไม้หรือไม่ ถ้าไม่มีแสดงว่าปั๊มน้ำอาจจะไม่โอเค หรือไม่ก็สายไฟที่เราต่ออาจจะต่อผิด และ/หรือ สวิทช์ Cool อาจจะเสียครับ แต่ว่าของผมน้ำไหลแล้วปกติดีแล้วครับ จะได้กลับมาเย็นอีกครั้ง

เมือ่เสร็จแล้วก็ปิดตะแกรงแผ่นหลังสุด เป็นอันเสร็จเรียบร้อยครับ ขอเอาไปเปิดให้เย็นๆ ก่อนนะครับ แถวรังสิต ร้อนมากจริงๆ 

ปล. ปั๊มน้ำซื้อมา 3ตัว ตอนนี้มีเหลืออยู่ 2ตัวครับ เพราะว่าถ้าซื้อทีละตัว ต้องเสียค่าส่งอีกตัวละเกือบร้อย เลยคิดว่าซื้อมาเฝื่อเสียด้วย แต่ถ้าหากว่าใครสนใจก็สามารถ ขอซื้อต่อได้นะครับ ในราคา 250บาท แต่ต้องขอค่าส่งอีก 40บาท เป็น 290บาทครับ

BY: K.C.A.N

ขอบใจที่มาทำให้หายเหงา 2

จากบล๊อกที่แล้ว แม้ว่าวันนี้ผมจะเดินทางกลับมาถึงที่บ้านแล้ว แต่ความรู้สึกผูกพันธ์กับจังหวัดเชึยงรายก็ยังคงอยู่ ก็ขอเล่าเรื่องต่อครับ ในบล๊อกที่แล้วจะเป็นวันเสาร์ที่ครอบครัวเราได้ออกไปเที่ยว วันนี้ขอเล่าในวันอาทิตย์ต่อครับ เริ่มจากในช่วงเช้าหลังจากที่รับประทานอาหารที่โรงแรมที่ผมพักอยู่ อันนี้ก็ต้องขอบคุณเจ้าของโรงแรมด้วยครับที่ให้ครอบครัวผมได้กินข้าวเช้าแบบไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม เลยขอขอบคุณผ่านบล๊อกนี้ และแนะนำให้ไปพักกันครับ ถ้าหากว่าได้เดินทางไปที่เชียงราย ชื่อโรงแรมคือ บ้านสุขถาวร 053 150-088 บรรยากาศดี ราคาค่าห้องก็ไม่แพง แถมอาหารเช้าด้วยครับ

เสร็จเรียบร้อยแล้ว สถานที่แรกที่ไปก็คือ วัดสีน้ำเงิน หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่าวัดร่องเสือเต้น เป็นหนึ่งในวัดสวยงามของจังหวัดเชียงราย ซึ่งถ้าหากว่าพักที่ บ้านสุขถาวร ก็จะห่างจากวัดประมาณ 1 กิโลเมตรเท่านั้น ก็ดูว่าสวยขนาดไหนกันจากรูปครับ อธิบายลำยาก...


จากวัดสีน้ำเงิน เราก็ไปต่อกันที่วัดห้วยปลากั้ง วัดที่มีเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่มากๆ แต่เป็นที่หน้าเสียดายมาก ที่ไม่ได้ขึ้นไปภายในองค์เจ้าแม่ ที่ต้องขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นที่ 24 ที่เป็นบริเวณหน้าผากขององค์เจ้าแม่ เพราะว่าลูกสาวมีประจำเดือนมา และเขาไม่ให้คนที่มีประจำเดือนขึ้นไป เลยได้แค่ถ่ายรูปอยู่ข้างล่าง

ที่ที่สามก็คือสิงห์ปาร์ค อีกหนึ่งจุดแลนด์มาร์ค ของจังหวัดเชึยงราย เป็นที่ที่เขาจัดงานบอลลูนระดับโลกกันทุกปีช่วงมกราคม หรือ กุมภาพันธ์ ซึ่งก็ต้องไม่พาดที่ถ่ายรูปคู่กับเจ้าสิงห์ตัวนี้ครับ
จากสิงห์ปาร์ค เราก็เดินทางไปหาข้าวเที่ยงกินกันที่หาดเชียงราย เป็นชายหาดริมน้ำกก ซึ่งเขาทำเป็นร้านอาหารสำหรับรับนักท่องเที่ยว มีอยู่หลายร้านทั้งในน้ำและบนฝั่ง

แต่ว่าลูกสาวบอกว่าอยากกินเป็นขันโตก เพราะมาทางเหนือก็ต้องกินแบบคนทางเหนือ ก็เลยขับรถออกมาพาไปที่แถวๆ ที่พัก มีร้านอาหารสไตล์ขันโตกอยู่ เป็นร้านแบบไม่หรูหรานะครับ มีน้ำเงี้ยว ไข่เจียว และแกงเขียวหวาน เป็นรายการหลัก ราคาก็ 30-40บาท เรียกว่าไม่แพงเลย บรรยากาศทุ่งนาข้าวสงบดี

จากนั้นก็ไปต่อยังอุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง (ไร่แม่ฟ้าหลวง) ที่อยู่ในเมือง เป็นหนึ่งในสามแห่งของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงของสมเด็จย่า ของเรา ก็คือ
1) พระตำหนักดอยตุง บนดอยตุง
2) หอฝิ่น ที่เชียงแสน
3) ไร่แม่ฟ้าหลวงแห่งนี้
มาเยือมชมที่นี่จะต้องเสียงเงินค่าผ่านประตู โดนคนไทยจะอยู่ที่ 100บาทต่อท่าน ส่วนคนต่างประเทศก็ 200บาทต่อท่าน ส่วนนักเรียน นักศึกษาก็ 50บาท ครอบครัวเราใช้เวลาที่นี่คอ่นข้างนาน มีสองหอที่เปิดให้เข้าชม คือหอคำ และ หอแก้ว โดยหอคำจะแสดงในส่วนของเชิงเทียงของจังหวัดต่างๆ ทางภาคเหนือ ซึ่งมีรูปแบบไม่เหมือนกันตามแต่ละจังหวัด ส่วนหอแก้ว จะแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับต้นสัก ต่างๆ การนำต้นสักไปแปลรูป ซึ่งหอคำจะมีเจ้าหน้าที่ให้ความรู้ ส่วนหอแก้วจะให้เราเดินชมเองโดยมีคำอธิบายติดเอาไว้ และหอคำจะไม่อนุญาติให้ถ่ายรูป ส่วนหอแก้วจะให้สามารถถ่ายรูปได้


จากนั้นเราก็เดินทางต่อมายังวัดร่องขุ่น หรือคนเชียงรายเรียกว่า วัดขาว ของอาจารย์เฉลิมชัย แลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดเชียงราย และของโลก เป็นที่สุดท้าย ก่อนที่จะเดินทางไปส่งที่ท่ารถ เพื่อเดินทางกลับบ้าน


จบทริปเชียงราย และทำให้ผมเองก็ไม่เหงาด้วย ทั้งเสาร์ และ อาทิตย์ ไม่อย่างงั้นคงต้องนั่งๆ นอนๆ อยู่แต่ในห้องที่โรงแรมเป็นแน่ๆ...

ไว้โอกาสหน้าจะขึ้นไปเที่ยวอีกนะ #เชียงราย
By: K.C.A.N.