วันพุธที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2564

สงกรานต์ '64 วิถีโควิด


เป็นอีก 1 ครั้งที่ได้ไปเที่ยวด้วยกันครบทั้งครอบครัวท่ามกลางโรคโควิด-19 ระบาดจากสถานบันเทิงย่านทองหล่อ คงจะต้องขอบันทึกเอาไว้เพื่อความทรงจำ "ติดคนรวย แต่ซวยคนจน"

สาเหตุที่จะต้องไปเพราะว่า บ้านที่จองเอาไว้เขาไม่ให้ยกเลิก แต่ให้เลือนได้ไม่เกิน 2เดือน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอีก 2เดิอนข้างหน้าสถานการณ์ โควิดอาจจะรุ่นแรงมากกว่าทุกวันนี้ คนติดอาจจะเกิน 2,000คนต่อวัน ซึ่งตอนนี้ยังอยู่หลักไม่ถึง 1,000คน เลยคิดว่าออกไปเที่ยวเลยดีกว่า เพราะโอกาสเสี่ยงน่าจะน้อยกว่าอีก 2เดือนข้างหน้า เลือกสถานที่ที่ ไม่ค่อยมีคนรู้จัก และไปเท่าไหร่ เพราะว่าบ้านพัก ที่จองเอาไว้ก็อยู่ในโซน ป่าเขาแถวๆ หุบกระพง ซึ่งบอกเลยว่าเงียบจริงๆ 



เจ้าของห้องบอกว่า เขาโทรมาเลื่อนกันหมด ไปเป็นช่วงวันแรงงาน แย่เลยเพราะว่าอุตส่าห์จ้างเขามาทำความสะอาดเอาไว้ หมดแล้วดีที่ยังมีเรามาเที่ยวอยู่ 1หลัง ก็สอบถามว่าไม่กลัวโควิตรึที่ไม่เลื่อน? ก็บอกว่ากลัวอยู่ แต่คิดว่าสถานการณ์ไม่น่าจะดีขึ้นง่ายๆ แน่นอน ยิ่งช่วงเดือนหน้าน่าจะพบคนเป็นเยอะกว่านี้ และเดือนมิถุนายนก็จะเข้าหน้าฝน รับรองว่าถ้าคุ้มสถานการณ์ไม่ได้ในเดือนพฤษภาคม แล้วละก็ มิถุนายน ก็ยิ่งคุมไม่ได้แน่นอน เพราะหน้าฝนคนเป็นหวัดง่ายกว่าหน้าร้อนเยอะ 


คิดแบบนี้แล้ว เที่ยวเลยดีกว่า แค่ป้องกันตัวเองดีๆ ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ต้องออกจากรถ ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์บ่อยๆ ส่วนแม่ผม ถ้าไม่จำเป็นก็ให้นั่งอยู่แต่ในรถ เวลากินข้าวก็เลือกร้านที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก และคนไม่เยอะ



โดยวันแรกก็แวะตามร้านกาแฟ ทางผ่านจากปทุมธานีไปยังหุบกระพง และก็ปั๊มน้ำมันเพื่อเข้าห้องน้ำ และซื้ออาหารมากินบนรถ จากนั้นก็แวะเที่ยวที่อ่างเก็บน้ำหุบกระพง และอ่างเก็บน้ำห้วยแก้ว ซึ่งบอกได้เลยว่าไม่มีคนเที่ยวเลย ดีจริงๆ 


ในวันที่สองเราก็แวะเที่ยวตามทางกลับบ้าน โดยเลือกที่จะกลับทางถนนเลียบริมทะเลจากชะอำผ่านมาถึงวัดนอกปากทะเล ที่มีโบสถ์เป็นรูปเรือสำเภา ก็ได้จอกรถแวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันเล็กน้อย




จากนั้นก็ไปต่อที่วัดทองนพคุณ เพื่อหาเที่ยวสะพานขวดน้ำที่แรกของประเทศ และหาของกินเล่น โดยส่งตัวแทนเป็น ภรรยา ลูกสาวคนโต และผมไปหาซื้อของกินในตลาด



เรียกว่าแต่ละสถานที่ เขาพยายามจัดงานกัน แต่ว่าไม่มีนักท่องเที่ยวไปเลยอ่ะครับ อย่างวัดทองนพคุณ เรียกว่ามีแค่ครอบครัวผมครอบครัวเดียวเลยล่ะมั้ง อยากบอกว่าสงสารพ่อค้า แม่ขายมาก อยากให้พวกรัฐมนตรีออกมาดูจัง. . . 



และขากลับก็แวะไปร้านดังในตัวจังหวัดราชบุรี ชื่อร้านคลายเครียด เป็นบ่อตกปลา ตกกุ้ง และร้านอาหารด้วย แต่ว่า บ่อตกปลา ตกกุ้ง ช่วงนี้เขาให้ปิด เพราะโควิตระบาด ให้เปิดได้แต่ร้านอาหาร แต่ก็นะ... ดูบรรยากาศตามรูปเลยครับ มีอยู่แค่โต๊ะเดียว ดีจริงๆ สำหรับเรา แต่สำหรับเจ้าของร้านคงจะกุมขมับอย่างแน่นอน วิถี New Normal ที่ประชากรรากหญ้าจะตายห่_ กันหมดจริงๆ 

อยากให้นายกฯ ออกไปดูโลกแห่งความเป็นจริงบ้าง อย่าฟังแต่รายงานจากลูกน้องอย่างเดียว เพราะผู้นำที่ดี จะต้อง Plan-Do-Check-Action. และการ Check ที่ดีคือการออกไปสุ่มตรวจด้วยตัวเองบ้างครับ ตามที่คนญี่ปุ่นบอก 4จริง สถานที่จริง เวลาจริง เหตุการณ์จริง เรื่องราวที่เป็นจริง

สุขสันต์วันสงกรานต์ปี 2564 ที่เงียบดีจริงๆ
สงสารประเทศไทย มีผู้นำประเทศแต่เหมือนไม่มี...

วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

กำเนิด 12นักษัตร กับตำนานแมวเกลียดหนู

 กำเนิด 12นักษัตร กับตำนานแมวเกลียดหนู

12 constellation_01อดีตกาลที่ยังไม่มีความเจริญใดๆ บนโลกมนุษย์ มนุษย์และสัตว์อยู่ร่วมกันตามธรรมชาติวิถี ธรรมชาติยังอุดมสมบูรณ์สูงสุด ทุกชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสันติมนุษย์ทุกคนไม่รู้จักปฏิธิน ไม่มี พ.ศ., ค.ศ ไม่มีวันที่ ไม่มีนฬิกา มนุษย์ไม่สามารถรู้ได้ว่าตัวเองอายุเท่าไหร่แล้ว เกิดเมื่อไหร่ และใครเกิดก่อนใคร ใครควรที่จะเป็นพี่, เป็นน้อง, เป็นลุง หรือเป็นอา… มนุษย์จึงได้แจ้งปัญหาดังกล่าวแก่เหล่าเทพ เทวดาบนชั้นฟ้า  เมื่อเหล่าเทวดาได้ทราบปัญหาของมนุษย์ดังกล่าว จึงได้พยายามหาวิธีที่จะแก้ไขปัญหาให้กับมนุษย์เหล่านั้น… เหล่าเทพ เทวดาพยามยามคิดกันอย่างหนัก จนกระทั่งวันหนึ่งเหล่าทวยเทพ เทวดาก็มีคำตอบให้เหล่ามวลมนุษย์ โดยมีคำประกาศจากฝากฟ้าเบื้องบนว่า จะมีการจัดตั้งสัตว์ประจำปีขึ้นหรือ “นักษัตร” นั่นเอง  โดยคำประกาศดังกล่าวบอกว่าจะมีการคัดเลือกสัตว์บกจำนวน 12 ชนิดเพื่อที่จะเป็นสัญลักษณ์ประจำแต่ละปี เพื่อให้ง่ายต่อการคำนวณอายุ และเพื่อให้ง่ายแก่การจดจำปีเกิด มนุษย์จะได้รู้ว่าใครเกิดก่อนใคร และใครเป็นพี่ ใครเป็นน้อง

หลังจากที่คำประกาศดังกล่าวได้แพร่กระจายไปทั่วแผ่นพื้นดิน สัตว์บกทุกตัวก็ตื่นเต้นกันเป็นอย่างมาก รวมทั้งมวลมนุษย์ด้วยที่สวงสรรค์ได้เห็นความเดือดร้อนและหาวิธีแก้ปัญหาให้พวกเขา  โดยรายละเอียดในคำประกาศได้บอกไว้ว่า “ให้สัตว์บกทุกตัวที่คิดว่าตัวเองมีความรวดเร็วที่สุด 12ชนิด มาเข้าแถวเรียงกัน ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในวันแรกที่เปลี่ยนฤดูกาลจากฤดูหนาวที่แสนจะหนาวเหน็บ เป็นฤดูใบไม้ผลิ”
และแล้วเช้าวันที่นัดหมายก็มาถึง เหล่าสัตว์ใหญ่น้อยที่อยู่ในหมู่บ้าน และในป่าต่างก็รีบวิ่งมาอย่างรวดเร็วมาเข้าคิวตามที่นัดหมายเอาไว้ เพื่อที่จะรับเลือกให้เป็นตัวแทนแห่งแต่ละปีจนแถวนั้นยาวเหยียด ชาวบ้านต่างก็ออกมาดูกันเป็นจำนวนนับแสน สัตว์ที่อยู่ในหมู่บ้านย่อมที่จะได้เปรียบสัตว์ที่อยู่ในป่าที่ห่างไกลด้วยระยะทางที่ใกล้กว่า จนกระทั่งเวลาได้ผ่านไปถึงช่วงสายๆ ของวันนั้น เหล่าเทพ เทวดาก็ได้ลงมาจากสวงสรรค์เพื่อตัดสินการคัดเลือกสัตว์แห่งปี . . . และแล้วคำตัดสินก็ออกมาจากเล่าเทพ เทวดา และความเห็นจากเหล่ามนุษย์ทุกคนที่มาชุมนุมกัน ณ ที่แห่งนั้น สัตว์ที่ได้ถูกคัดเลือกให้เป็นสัตว์แห่งปี 12 ชนิดที่มีความเร็ว และมาเข้าแถวก่อนใครๆ ได้แก่
1. หนู (ชวด), 2. วัว (ฉลู), 3. เสือ (ขาล), 4. กระต่าย (เถาะ), 5. มังกร (มะโรง), 6. งู (มะเส็ง), 7. ม้า (มะเมีย), 8. แพะ (มะแม), 9. ลิง (วอก), 10. ไก่ (ระกา), 11. หมา (จอ), 12. หมู (กุน)


12 Constellation_02

หลังจากคำตัดสินดังกล่าวข้างต้นแล้ว เหล่าเทวดาก็ใด้ประกาศว่า ให้ปีแรกที่มีการคัดเลือกเป็นปีแห่ง “หนู” เด็กทุกคนที่เกิดในช่วงปีดังกล่าวจะถือว่าเป็นเด็ก “ปีหนู” และให้เปลี่ยนสัตว์ประจำปีทุกครั้งในวันแรกของการเปลี่ยนฤดูกาลจากฤดูหนาวไปเป็นฤดูใบไม้ผลิ  สัตว์ทุกๆ ตัวที่ไม่ได้รับการคัดเลือกหรือมาเข้าแถวช้ากว่า หมู ต่างยอมรับในคำตัดสินดังกว่า เว้นแต่มีสัตว์อยู่เพียงชนิดเดียวที่ไม่ยอมรับคำตัดสินดังกล่าวนั่นก็คือ แมว นั่นเอง..

แมว เป็นสัตว์ที่มีความว่องไว และมีความเร็วมาก เป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์ ซึ่งก็อยู่ใกล้กับสถานที่ที่ประกวด แมวจึงเป็นสัตว์บกตัวแรกที่มาถึงที่ประกวด และเข้าแถวก่อนใครๆ ซึ่งก็แน่นอนว่ามันมาก่อนหนู และวัวเสียอีก แต่ทว่าด้วยความฉลาดของเจ้าหนู ซึ่งมันก็รู้อยู่แล้วว่า ด้วยความตัวเล็กของมัน ถ้าหากว่ามันเข้าแถวอยู่ระหว่าง แมว กับ วัว แล้วมันย่อมต้องเสียเปรียบ เพราะเหล่าเทวดา และมนุษย์อาจมองไม่เห็นมัน และมองข้ามมันไป ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่จะตัดสินเจ้าหนูก็รีบวิ่งขึ้นไปยืนอยู่บนหัวของเจ้า วัวตัวใหญ่ ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่เจ้าหนูคิด เหล่าเทวดา และมนุษย์ต่างก็มองเห็นมันและเจ้าวัว แต่กลับไม่มีใครสังเกตเห็นเจ้าแมวเหมียว ที่ยืนอยู่ข้างล่าง และข้างหน้าของวัวแม้แต่คนเดียว ทำให้หนูได้รับคัดเลือกให้เป็นนักษัตรปีแรกและเป็นสัตว์บกที่มีความว่องไวมากที่สุด แต่แมวซึ่งมาเป็นตัวแรกกลับไม่ได้รับการคัดเลือก แน่นอนที่สุดว่าการกระทำของหนูในครั้งนี้สร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าแมวเป็นอย่างมากซึ่งถ้าหากว่าเจ้าหนูไม่ปีนขึ้นไม่ยืนอยู่บนหัวของเจ้าวัวแล้วละก็ แมวยอมจะต้องได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 12 นักษัตรอย่างแน่นอน จากเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นเหตุให้เจ้าแมวเกลียดหนูและสาบานว่า แมวทุกตัวจะขอเป็นศัตรูกับหนูทุกตัวทุกชาติ ทุกชาติไป มีลูกบอกลูกมีหลานบอกหลานว่าหนูนั้นขี้โกง และเป็นศัตรูกับเราชั่วกาลนาน…

เรื่องเล่าจากอดีต สู่ปัจจุบัน และจะเล่าต่อๆ กันไปในอนาคต

ฺBy : K.C.A.N

วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ปราสาทหินเมืองพิมาย

ปราสาทหินพิมาย อารยะแห่งอดีตที่ส่งต่อมายังปัจจุบัน

ทริปนี้ต้องบอกเลยว่าต้อง อึด สู้ ฟัด  เพราะและเวลาน้อยและสถานที่กว้างมาก ปราสาทหินพิมาย เคยมาเมื่อนานมาแล้ว น่าจะเกินกว่า 10ปีขึ้นไป พิกัด GPS @15.2200053,102.4933357

ไม่น่าเชื่อว่าจะได้กลับมาอีกครั้ง หลังจากที่ผ่านไป 10-20ปี เพราะว่ามาทำงานที่อำเภอพิมาย ช่วงพักเที่ยง จึงได้มาเที่ยว โดยมีเวลา 1ชั่วโมง เพราะว่าบ่ายจะต้องกลับไปทำงาน โดยค่าเข้าชมจะอยู่ที่ 10บาทต่อคนสำหรับคนไทยส่วนคนต่างชาติน่าจะแพงกว่านี้

 

เรียกว่าโครตจะคุ้มสำหรับเงิน 10บาท ไม่รู้ว่าจะใช้คำว่าอะไรว่ามันคุ้มขนาดไหน 10บาทสมัยนี้ซื้ออะไรยังไม่ค่อยจะได้เลย แต่ว่าสามารถเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์ได้


บางคนอาจจะบอกว่าเข้าไปดูอะไร มีแต่เศษหินเก่าๆ แต่ก็อยากจะบอกว่าสิ่งที่มหัศจรรย์ ก็คือ เมื่อตอนที่เขาสร้างปราสาทหิน ก็ไม่รู้ว่าเมื่อกี่ร้อยปีก่อนนะครับ เขาขนหินกันมายังไง เพราะแถวๆ พิมาย ก็ไม่น่าจะมีหินแบบใหญ่ๆ แบบนี้ และเข้ายกขึ้นไปตั้งกันยังไง เพราะไม่มีเครน และต่อให้มันติดกันยังไง 


น่าสงสัยมาก แถมยังมีการแกะสลัก ให้เป็นหน้าคน สัตว์ ต่างๆ ด้วย ซึ่งเหมือนจะเป็นการแกะสลัก ในแต่ละก้อน แล้วนำมาประกอบกันให้เป็นรูปเป็นร่างรวมกันได้ เรียกว่าเป็นวิศวโยธาชั้นสูงในสมัยเมื่อหลายร้อยปีเลยทีเดียว ผมยอมรับว่าถ้าทำในสมัยนี้มันจะไม่ยากเท่าไหร่ เพราะมีเครื่องทุ่นแรงมาก แต่ถ้าสร้างเมื่อหลายร้อยปีก่อน... ก็น่าทึ่งมากครับ


นั่นคิอเงิน 10บาทที่เราเสียไป ทำให้ผมรู้สึกว่าคุ้มต่ามากๆ ได้เห็นสิ่งก่ออสร้างเมื่อหลายร้อยปีที่แล้ว โดยที่ที่พิมายเองก็ไม่รู้ว่าจะไปเอาหินแบบนี้มาจากที่ไหน (หรือว่ามีแหล่งหินอยู่ อันนี้ก็ไม่แน่ใจ) เวลานำหินแต่ละก้อนมาต่อกันแล้ว ทำยังไงให้น้ำมันไม่รั่วลงมาข้างล่างเวลาฝนตก แล้วใครเป็นคนแกะสลัก ถ้าหากว่ามันสมบูรณ์มากๆ คือไม่มีอะไรเสียหายเลย ไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไง คนสมัยก่อนเข้าอยู่กันแบบไหน นอนแบบไหน น่าคิด และน่าสงสัยมากๆ


แต่ว่าเท่าที่เคยไปเที่ยวๆ มา รูปแบบของปราสาทจะคล้ายๆ กันหมด เพราะว่าเคยไปที่ปราสาทเขาพนมรุ้ง และปราสาทเขาพระวิหาร และอีกหลายที่ ก็จะคล้ายๆ กัน มีรอบนอก และมีรอบใน ช่วงที่ไปมีการค้ำยันจำนวนมาก ซึ่งคราดว่ามันคงจะอันตรายมากถ้าหากว่าปราศจากการค้ำยัน เพราะว่ามันอาจจะพังลงมาได้ทุกเมื่อ เมื่อ 20ปีที่แล้วได้มาครั้งหนึ่งแต่ไม่มีการค้ำยันใดๆ กาลเวลาผ่านไปทุกอย่างก็เริ่มจะผุพังไปตามกาลเวลา 


หรือว่าจะเป็นแค่การซ่อมแซม เพื่อให้ปราสาทสามารถอยู่ต่อไปเรื่อยๆ จนรุ่นลูก รุ่นหลาน พอซ่อมเสร็จ ก็เอาค้ำยันออกหรือเปล่า อันนี้ไม่แน่ใจ แต่ก็อยากจะให้เอาออกเหมือนกัน เวลาถ่ายรูปจะได้สวยๆ ไม่มีเหล็ก นั่งร้านที่ใช้ค้ำยันมาปรากฎให้เห็นในรูป

By: KCAN

วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

วัดหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่

วัดแรกแห่งปี 2564 ที่คุณได้เข้าไปคือวัดอะไร ? ส่วนของผมก็คือวัดบ้านไร่ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าวัดหลวงพ่อคูณ 

พิกัด GPS @15.3001726,101.7357051

เมื่อวันที่ 5 ม.ค 2564 ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปทำธุระที่อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา หลังเสร็จจากธุระแล้วก็จะต้องหาที่พักค้างคืนเพราะว่าเวลานั้นก็ประมาณ 4โมงเย็น ถ้าจะขับรถกลับมากรุงเทพฯ 

เลยก็คงจะต้องถึงดึกๆ แน่นอนอย่างน้อยๆ ก็ ทุ่ม สองทุ่ม กลัวขับไม่ไหวเพราะไม่ถนัดขับเวลากลางคืน สายตาไม่ค่อยจะดี จึงตัดสินใจพักค้างคืนดีกว่า เลยเปิดแผนที่เพื่อหาข้อมูลที่พักในอำเภอด่านขุนทดดู ปรากฎว่ามีวัดบ้านไร่ขึ้นมาในแผนที่ด้วย... เลยนึกได้ว่าน่าจะไปเที่ยวดู แต่ก็กลัวว่าวัดจะปิดก่อน 



เพราะใกล้จะห้าโมงเย็นแล้ว เลยลองสอบถามคนแถวๆ นั้นดูว่าวัดปิด เปิดกี่โมง คนแถวนั้นก็บอกว่าไม่น่าจะปิดนะ เคยไปตอนหกโมงเย็นก็ยังเปิดอยู่เลย จึงได้ขับรถไปเที่ยวดู เพราะว่าที่พักที่หาเอาไว้ก็ห่างจากวัดแค่ 4กม. เอง ไปถึงวัดก็ประมาณ 5โมงเย็น ซึ่งไม่ค่อยจะมีนักท่องเที่ยวเหลือเลย 


แต่คนที่ดูแลสถานที่ก็บอกว่าเข้ามาเยี่ยมชมได้ เลยเข้าไปเยี่ยมชม โดนส่วนแรกก็เข้าที่พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณ ซึ่งอยู่ทางด้านหน้าของวัดเลย เป็นอาคาร 2ชั้น ติดแอร์ เย็นสบายจนรู้สึกหนาวเลยเพราะคนน้อย ภายในก็จะมีประวัติต่างๆ ของหลวงพ่อคูณ และวัดบ้านไร่ตั้งแต่สมัยที่หลวงพ่อยังหนุ่มๆ เลย

จากนั้นก็ต้องไปที่ #วิหารเทพวิทยาคม ที่อยู่กลางบึงน้ำขนาดใหญ่ มีสะพานพญานาคคู่เพื่อเดินเข้าไปในอาคาร โดยอาคารแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นตามเจตนารมณ์ของหลวงพ่อคูณ โดยอาคารสร้างเป็นรูปช้างสวยงามวิจิตรมาก เป็นงานศิลปะทางพุทธศาสนาที่หาดูได้ยาก โดยภายในอาคารแบ่งออกเป็น 4ชั้น และมีชั้นใต้บาดาลอีก 1ชั้น 


เจ้าหน้าที่บอกว่า อาคารเปิดทั้งกลางวัน และกลางคืนเลย สามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้ตลอดเวลา โดยภายในอาคารจะมีรูปปริศนา ธรรมต่างๆ แสดงเอาไว้มากมาย รวมถึงรูปประวัติหลวงพ่อคูณด้วย


สิ่งที่หลวงพ่อได้สัญญาเอาไว้กับชาวบ้าน และหลวงพ่อก็สามารถทำได้ตามคำสัญญานั้น


ชั้นบนสุดของวิหารเทพวิทยาคม



ในความรู้สึกส่วนตัว คิดว่าคนไทยทุกคนควรที่มาที่นี่สักครั้งในชีวิต ไม่ว่าจะนับถือศาสนาอะไรก็สามารถมาได้ เพราะว่าเรามาดู มาเสพงานศิลปะ

By: KCAN

วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

วงเวียนหอนาฬิกาแห่งอำเภอบ้านไผ่

วงเวียนหอนาฬิกาแห่งอำเภอบ้านไผ่

วงเวียนหอนาฬิกา มีอยู่หลายต่อหลายแห่งเท่าที่เคยเห็นมาก็จะมีที่สุพรรณบุรี มหาสารคาม กรุงเทพฯ เชียงราย เชียงใหม่ นตรราชสีมา และอีกหลายๆ ที่ทั่วประเทศ 

วัตถุประสงค์ในการสร้างหอนาฬิกาเอาไว้ ก็คงจะเพื่อบอกเวลาให้กับประชาชน เพราะสมัยก่อนนาฬิกาอาจจะไม่แพร่หลายอย่างในปัจจุบันที่สามารถดูเวลาได้จากในมือถือ หรือนาฬิกาข้อมือ ซึ่งทำได้ง่ายกว่าสมัยก่อน หอนาฬิกาก็เลยดูจะมีความสำคัญน้อยลงไป จนแถบจะกลายเป็นแค่อนุสาวรีย์เท่านั้น...

พิกัด GPS @16.0585388,102.7287063

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้มีโอกาสไปทำธุระที่โรงพยาบาลอำเภอบ้านไผ่ ซึ่งมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 โดยมาครั้งแรกเป็นช่วงปลายปีที่แล้ว ซึ่งในครั้งนั้นก็ได้เห็นวงเวียนหอนาฬิกานี้แล้ว ก็รู้สึกว่าสวยแปลกตาดี แม้จะไม่ใหญ่โตอะไรแต่ก็สดุดตา และที่สำคัญคืออยู่ด้านหน้าของโรงพยาบาลบ้านไผ่ด้วย แต่ในครั้งนั้น ไม่ทันได้สังเกตุเรื่องของเวลา 

แต่ว่ามาในครั้งที่ 2 บังเอิญที่มีความจำเป็นที่จะต้องดูเวลาพอดี พอเห็นเวลาในด้านที่กำลังเดินมาแล้ว  ก็ให้ตกใจมาก เพราะว่ามันสายมาก และเกินกว่าเวลานัดเอาไว้แล้ว... จึงรีบเดินอย่างเร็วมาก เรียกว่ากึ่งวิ่งเลยก็ว่าได้ แต่พอมาถึงบริเวณป้ายหน้าโรงพยาบาลเท่านั้น... ก็ต้องหยุดแบบหอบๆ และดึงโทรศัพท์มือถือออกมาดูเวลา ว่าตกลงแล้วมันกี่โมงกันแน่ พร้อมๆ กับพักเหนื่อยด้วย... สรุปว่าเวลา ณ ขณะนั้นบนโทรศัพท์มือถือคือ 8:41 จากนั้นจึงได้ถ่ายรูปหอนาฬิกาแห่งอำเภอบ้านไผ่เอาไว้เตือนใจตัวเองว่า "เรื่องของเวลานั้นสำคัญเสมอ..." เวลาเป็นสิ่งๆ หนึ่งในไม่กี่สิ่งบนโลกที่ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน ผ่านแล้วผ่านเลย ไม่สามารถขอซื้อเวลาคืนกลับมาได้ ดีที่เวลาจริง ณ ขณะนั้นไม่เกินกว่าที่นัดหมายเอาไว้ ไม่อย่างงั้นแย่แน่ๆ

ต้องขอบคุณวงเวียนหอนาฬิกาอำเภอบ้านไผ่ ที่ทำให้รู้ว่าเวลานั้นมีค่าขนาดไหน แต่ก็อยากขอฝากทีมบริหารอำเภอบ้านไผ่ ช่วยทำให้นาฬิกาแต่ละด้านของหอนาฬิกาเดินตรงกันด้วยนะครับ ผมเคยเห็นนาฬิกาในโรงพยาบาลศิริราชเขาใช้ระบบ IP ทำให้นาฬิกาแบบเข็มทุกๆ จุดในโรงพยาบาลเดินได้ตรงกันทั้งหมดทุกๆ วินาทีเลย และเดินตรงกันกับเวลาโลกด้วยเพราะว่าสามารถเชื่อมเข้าระบบอินเตอร์เน็ตได้ แต่ว่าราคาก็คงจะไม่ธรรมดา แต่ว่าในโรงพยาบาลมีนาฬิกามากกว่า 20-30เรือน แต่ที่หอนาฬิกา มีแค่ 4เรือนเท่านั้น...

ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ

By: K.C.A.N

วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

360 Total Security

360 Total Security 

เป็นโปรแกรม Antivirus สำหรับ PC และ Android ที่มีประสิทธิภาพดีตัวหนึ่งเลยทีเดียว อันนี้พูดจากประสบการณ์จริงที่ได้ใช้งานจริงตลอด 4ปีที่ผ่านมาตั้งแค่ใช้ Widows 7 โดย 360 Total Security จะให้ใช้งานได้ฟรี เกี่ยวกับการ ป้องกันไวรัส สำหรับ PC สามารถอัปเดทฐานข้อมูลไวรัสได้ฟรีด้วย แต่ว่าจะมีบาง Feature ที่จะต้องเสียเงินซื้อ โดยในช่วงปีแรกได้ทดลองใช้งานฟรี คนรู้สึกว่าดีมาก ไม่เหมือนกับ Antivirus ตัวอื่นที่พยายามที่จะขึ้นข้อความให้เราซื้อ หรือมีโฆษณาเข้ามาจนน่ารำคาญ อีกทั้งการใช้งานก็ง่าย แค่กดปุ่มเดียวก็ทำงานเองหมด และยังมีฟังค์ชั่นอื่นๆ ให้เล่นได้ด้วย มีรวมทั้งพวกโปรแกรม Cleaning,  Register cleaning ต่างๆ ด้วย ซึ่งพอปีที่ 2 ก็เลยยอมเสียเงินซื้อ ก็ราคาไม่แพงมาก หนึ่งพันกว่าบาทต่อ 3ปี และลงได้ 3เครื่อง คงจะไม่มี Antivirus อันไหนถูกไปกว่านี้แล้ว เหมาะกับ SME บริษัทเล็กๆ มีเครื่องคอมฯ 3เครื่อง แต่ของผมก็ไม่ได้มีธุรกิจอะไร แต่ว่าใช้ร่วมกับลูกสาว 2คน พอจ่ายเงินเสร็จ Feature ที่ไม่สามารถใช้ได้ ก็ใช้ได้ ซึ่งเยี่ยมมาก ทั้ง Ad block, Driver Update, และอื่นๆ อีกมากมาย 



ทดลองโหลดใช้งาน ==> **360 Total Security**

ก็อยากแนะนำให้ทดลองใช้กันดูครับ สามารถลองโหลดได้จากลิงค์ข้างบน รับรองความปลอดภัย 100% ไม่ใช่ลิงค์การพนัน หรือไวรัสแน่นอน


By : KCAN

แก้งสนามนาง

แก้งสนามนาง นามนี้มีความหมายว่าอะไร ?

มุมๆ หนึ่ง แก้งสนามนาง 2564

ค่ำคืนนี้ที่อำเภอเล็กๆ อำเภอหนึ่งทางตอนเหนือสุดของจังหวัดนครราชสีมา โดยมีเขตติดต่อกับอำเภอเมือง และ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ และอำเภอแวงน้อยจังหวัดขอนแก่น ไม่เคยคิดฝันว่าจะได้มาค้างคืนที่อำเภอนี้ในค่ำคืนที่อุณหภูมิอยู่ที่ 16องศาเซลเซียส และมาเป็นครั้งแรกของชีวิต เลยอยากรู้มากเลยว่า คำว่าแก้งสนามนางนั้นมีความหมายว่าอะไร มีความเป็นมาอย่างไร ? แต่ที่แน่ๆ มีการปลูกอ้อยกันเยอะมาก เรียกว่ารอบๆ ที่บ้านพักมีแต่ไร่อ้อยทั่งนั้น และฝั่งตรงข้ามก็จะมีโรงงานน้ำตาลใหญ่ๆ อยู่ 1โรงด้วย ทำงานกัน 24ชั่วโมง ขนาด 3-4ทุ่มยังมีเสียเรียกหมายเลขรถบรรทุกอ้อยกันอยู่เลย

จึงได้เข้าไปดูข้อมูลต่างๆ ของอำเภอดูจากในวิกิพีเดีย จึงได้รู้ที่มาที่ไปของความหมายของชื่อนั่นคือ  “บ้านแก้งสนามนาง” หมู่บ้านหรือชุมชนแห่งนี้เรียกขนานนามตามชื่อของแก่งหินเหมือนชุมชนอื่น ๆ แต่ด้วยเหตุที่เป็นแก่งหินขนาดใหญ่กลางลำน้ำชีที่ยามหน้าแล้งน้ำลด สาว ๆ หนุ่ม ๆ มักพากันลงเล่นน้ำที่แก่งนี้เป็นที่สนุกสนาน จึงเรียกชื่อชุมชนนี้ว่า “แก้งสนามนาง” (ขอบคุณ วิกิพีเดีย) นอกจากนี้ยังเห็นจากคำขวัญของอำเภอนี้แล้ว ก็ให้รู้ได้ว่าเป็นที่ที่ปลูกอ้อยเยอะมากจริงๆ 

คำขวัญแก้งสนามนาง: ปลาอร่อย อ้อยหวาน น้ำตาลดี ลำชีสวย รวยน้ำใจ

แต่ก็แปลกมากมาย เพราะว่าพอเข้าไปค้นหาสถานที่ท่องเทียวของอำเภอแล้ว กลับไม่พบข้อมูลใดๆ เลย แปลกดี เข้าไปดูมีแต่ห่างไป 30กม. อยู่ไปทางชัยภูมิแทบทั้งนั้น คนแก้งสนามนางถ้าหากว่ามีที่เที่ยวที่แนะนำยังไงแจ้งได้นะครับ

อย่างน้อยๆ แก่งหินที่สาวๆ หนุ่มๆ ชอบไปเล่นน้ำกัน กลางลำชี ก็น่าจะเป็นที่เที่ยวได้อยู่นะ แต่ก็ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน และมีชื่อเรียกว่าอะไร คำขวัญว่า  "ปลาอร่อย" ต้องไปกินที่ไหนหรือครับ และ "ลำชีสวย" สวยยังไงอ่ะ? อยากขอเห็นด้วยอ่ะครับ ไม่รู้จะได้หรือเปล่า (แอบแซวนะครับ...)

ยังไงก็ขอฝากทีมงาน ผู้บริหารอำเภอแก้งสนามนางเอาไว้ครับ เฝื่อว่าจะเป็นอีก หนึ่งช่องทางในการเพิ่มรายได้ให้กับชาวบ้านได้ นอกจากอ้อย และน้ำตาล

ว้าว... เบียร์หมดซะแล้ว...! และก็ดึกแล้วด้วย ก็คงจะต้องไปนอนกันแล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปทำงานต่ออีก 

ราตรีสวัสดิ์ 


By: KCAN

วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563

พยานรัก ณ กาญจนบุรี

“แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ มณีเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก”


19/12/2020 มาเมืองกาญฯ ครั้งนี้เพื่อเป็นพยานรักให้กับน้องชายคนหนึ่งที่เคยทำงานด้วยกันมากว่า 10ปี เป็นน้องที่มีความสามารถสูงคนหนึ่งเลยทีเดียว ครั้งนี้จะสละโสดแล้ว เลยต้องมาเป็นพยานรักให้กับน้องเขาด้วย เป็นช่วงเวลาที่ดีมากบรรยากาศดี อากาศเย็นๆ ค่อนไปทางหนาวนิดๆ 20องศาเศษๆ สถานที่จัดงานเป็นโรงแรมเล็กๆ ติดแม่น้ำแคว และใกล้กับสะพานรถไฟข่้ามแม่น้ำแควอันโด่งดังของจังหวัด


มากาญจนบุรีทีไร ก็ต้องบอกว่าเป็นจังหวัดที่ใช้ประโยชน์จากสายน้ำได้คุ้มค่าที่สุดจังหวัดหนึ่งในประเทศไทยเลย สามารถหารายได้จากสายน้ำแตวได้ปีละหลายร้อยหลายพันล้านบาท เรียกว่าน่าจะเอาเป็นต้นแบบให้จังหวัดอื่นๆ ที่มีแม่น้ำไหลผ่าน ทำเป็นแบบอย่างบ้างน่าจะดี 



บรรยากาศในงานช่วงพิธีรดน้ำสังข์ ระดับรองผู้ว่าราชกาลจังหวัดมาเป็นประธานเลยทีเดียว น้องชายเราก็คงจะไม่ธรรมดา แต่ก็ไม่เคยบอกกับเราเลยอ่ะ 555 

เมื่อพิธีการช่วงเช้าจบลง ตามปกติก็ต้องไปหาที่เที่ยวกัน แต่ว่าวันนั้นเป็นช่วงเวลาที่มีพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรสาคร ก็เลยกล้าๆ กลัวๆ ว่าจะไปเที่ยวไหนต่อดี เลยแค่ออกมาเดินที่สะพานรถไฟสายมรณะเล่น เพื่อฆ่าเวลา ก็ต้องบอกว่ายังสวยเหมือนเดิม แต่รู้สึกว่าจะพัฒนาไปมากจนไม่น่ากลัวเหมือนสมัยก่อนแล้ว


อนุสรณ์แห่งสงครามโลกครั้งที่สอง ที่มีผู้เสียชีวิตมากกว่า โควิดในปัจจุบันนี้เสียอีก (เฉพาะประเทศไทย)

พอมาช่วงเย็น ในงานเลี้ยงบรรยากาศดีมากดื่มด่ำกับบรรยากาศ และอาหารที่เจ้าภาพนำมาจัดเลี้ยง อยู่ดีๆ ก็ต้องตกกะใจกับข่าวแรงงานชาวเมียนม่าที่ตลาดกลางกุ้งติดเชื้อโควิด-19 548คน จากนั่งคุยเรื่องเก่าๆ สมัยทำงานด้วยกันอยู่ ก็เปลี่ยนเรื่องมาเป็นเรื่องโควิดในทันที และก็นั่งมองหน้ากัน กับจานกุ้งผัดเปรียวหวานที่วางอยู่ตรงหน้าด้วย 555 "_ึงว่ากุ้งมาจากมหาชัยหรือเปล่า แล้วกินไปกี่ตัวแล้ว" เรียกว่าเป็นวันที่โลกต้องจำ เอ้ย ประเทศไทยต้องจำไปอีก 1วัน 


ดีที่น้องเราแต่งงานวันนั้น จะได้จำได้ว่าวันนั้นเป็นวันที่โคริดระลอก 2 เริ่มระบาดในประเทศไทย และวันนี้ครบ 7วันหลังจากวันแต่งงาน คนติดเชื้อเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ  คร่าดว่าหลังช่วงหลังปีใหม่อาจจะเห็นการติดเชื้อในวงกว้างหรือเปล่า เพราะว่าไม่มีการชัตดาวน์เนื่องจากต้องแลกระหว่างเศรษฐกิจ กับโควิด แต่คิดว่าถ้าหากว่าสถานะการณ์แย่ลงเรื่อยๆ เริ่มมีคนเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ก็ไม่รู้ว่าจะมีการชัตดาวน์อีกหรือไม่...


อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ก็สวมหน้ากากอนามัยกันทุกคนก่อนที่จะออกจากบ้าน ล้างมือบ่อยๆ และเลี่ยงไม่ไปในสถานที่เสี่ยง เพื่อคนไทยทุกๆ คน โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่จะต้องระวังเป็นพิเศษ
ขอให้ทุกๆ อย่างผ่านไปด้วยดี และให้ทุกๆ คนมีความสุข มีสุขภาพที่แข็งแรง ปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บตลอดช่วงปีใหม่ และตลอดปี 2564 ที่กำลังจะมาถึงด้วย

สุดท้ายก็ขออวยพรให้น้องเรามีความสุขกับชีวิตหลังแต่งงาน รักกันตราบฟ้าดินสลาย ไร้โควิดในชีวิตรักทั้งสองคนด้วยครับ

By: K.C.A.N




วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ภาษีกู

ช่วงนี้ได้ยิน ได้เห็นคำนี้บ่อยจนทำให้คิดว่า ถ้าหากว่าเราสามารถที่จะเลือกได้ว่าเราอยากให้เงินภาษีของเราไปลงที่กระทรวงไหน ทบวงไหน กรมไหน กองไหน หน่วยงานไหน ได้ด้วยตัวเราเองก็คงจะดี ตัดพ่อค้าคนกลางออกไป นั่นก็คือรัฐบาลที่บริหารเงินภาษีของเรา... จะได้ไม่ต้องเสียค่าบริหารจำนวนมากมายให้เขา และเอาเงินของเราไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ด้วย


ความจริงแล้วด้วยเทคโนโลยี่การเงินแบบปัจจุบัน ผมคิดว่าน่าจะทำได้ไม่ยาก เวลาที่เรายื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ก็มีรายการขึ้นมาให้เราเลือกได้เลยว่าเราอยากให้ภาษีของเราไปที่ไหน สามารถเลือกได้แบบไม่จำกัด แล้วก็เอาเงินภาษีของเราไปหารเท่ากับจำนวนหน่วยงานที่เราได้เลือกเอาไว้และก็สั่งจ่ายไปให้ทุกๆ หน่วยงานที่เราเลือกแบบเท่าๆ กัน แค่นี้เราก็สามารถบริหารเงินภาษีที่เราต้องจ่าย ตรงให้กับหน่วยงานที่เราอยากจะให้ อยากจะให้เขาพัฒนา อย่างที่เราต้องการได้ หน่วยงานไหนทำดีกับเรา บริการเราดี เห็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เราก็มอบเงินภาษีเราให้กับเขา หน่วยงานไหนบริการไม่ดี ไม่เห็นหัวเรา ไม่มีการพัฒนาใดๆ เราก็ไม่ให้ภาษีของเรากับหน่วยงานนั้น เพียงเท่านี้ รับรองว่าทุกหน่วยงานจะมีการพัฒนาและปรับตัวอย่างแน่นอน เพื่อหวังว่าเขาจะได้รับเงินภาษีจากเราในปีถัดไป ซึ่งภาษีของเราต้องจ่ายทุกปี ปีนี้เขาบริการเราดี เราก็ให้ภาษีเรากับเขา ปีหน้าบริการเราไม่ดี เราก็ไม่ให้ภาษีเรากับเขา เรียกว่าตัดสินกันปีต่อปีเลย ดีกว่าจ้างคนเข้ามาบริหารทีละ 4-5ปี เปลี่ยนก็ไม่ได้ ไม่ถูกใจก็ต้องทนรอ4-5ปี บางครั้งก็ออกกฎหมายมาให้ตัวเองอยู่ยาวๆ อีกต่างหาก...

แต่ก็ไม่ต้องห่วง เพราะคนที่เราจ้างเขาเข้ามาบริหารนั้นก็ยังคงต้องจ้างต่อไป แต่ว่าลดจำนวนลง เพราะมีภาษีแบบอื่นๆ ที่ยังต้องให้เขาเข้ามาบริหารอยู่ เช่นภาษี VAT. และภาษีอื่นๆ เพื่อเอาไว้จ่ายให้กับหน่วยงานที่ไม่มีคนบริจาคภาษีให้ หรือบริจาคให้น้อย ไม่เพียงพอต่อการจ่ายเงินเดือนพนักงานในหน่วยงานนั้น ซึ่งหน่วยงานนั้นก็คงจะต้องพิจารณาตัวเอง และปรับปรุงพัฒนาเพื่อให้ประชาชนจ่ายเงินภาษีให้เขามากขึ้นในปีต่อๆ ไป


เพียงเท่านี้เราก็จะบริหารเงินภาษีของเราได้ด้วยตัวเราเอง ไม่ต้องให้ใครมาบริหาร ไม่ต้องมาขัดแย้งกันเพราะเงินภาษีของเรา...

ขอฝากกรมสรรพากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับเอาไว้พิจารณาและพัฒนาระบบภาษีแบบจ่ายตรง เพื่อให้ประเทศพัฒนาไปในทิศทางที่ประชาชนอยากเห็นได้ดีกว่าทุกวันนี้...


By: K.C.A.N

วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2563

Patttaya 2020 with Family

แล้วเราก็ขอให้แม่เราออกจากบ้านไปเที่ยวจนได้ วันหยุดทั้งทีจะให้นั่งๆ นอนๆ อยู่กับบ้านอย่างเดียวคงจะดูน่าเบื่อเกินไป เพราะว่าแกก็อยู่บ้านสัปดาห์ละ 7วันแล้ว นานๆ ทีจะได้ไปนอนค้างคืนที่อื่นบ้าง

ผมเองก็เข้าใจแม่ผมนะครับ เพราะว่าแกเดินเหินลำบาก เลยไม่อยากจะเป็นภาระให้ลูกหลาน แต่ว่าเราก็อยากจะให้แกออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกบ้าง เมื่อความคิดไม่ตรงกันก็ต้องมีการหลอกกันบ้าง 555

เมื่อวันที่ 23/10 เราก็วางแผนกันเอาไว้แล้วว่าจะไปนอนที่อื่นพอดีภรรยาผมเขาได้ที่พักราคาถูกมาพอดี เป็นโรงแรมที่สร้างเสร็จแล้วประมาณ 90% และกำลังอยู่ในช่วงโปรโมทอยากให้คนเขารู้จักอยู่ อยู่ที่หาดจอมเทียน ซอยจอมเทียน 14/1 ชื่อว่าโรงแรม HOITAK ซึ่งราคาห้องพัก ลดกว่า 60% จากห้องชุดราคา 2,200บาท เหลือ 800บาท และห้องธรรมดาราคา 1,500บาท เหลือ 500บาท คุณภรรยาก็เลยจัดมา 2ห้องรวมแล้ว 1,300บาท เรื่องหาของถูกไว้ใจภรรยาผมได้ครับ 555


เราเดินทางไปถึงที่พักก็บ่ายแก่ๆ ของวันศุกร์ น่าจะบ่าย 2-3โมง จากนั้นพักผ่อนกันเล็กๆ น้อยๆ ถ่ายรูปเล่นในที่พักแล้ว ก็ได้เวลาลงมาซื้ออาหารเย็นกันครับ ก็ต้องเป็นอาหารทะเล ทั้งปลาหมึกย่าง หอยแครงเผา ปูนึ่ง และต้มยำทะเล โดยมีภรรยา และลูกสาวคนโต เป็นคนจัดการเรื่องอาหาร ส่วนผมก็มีหน้าที่ถือของ ส่วนลูกสาวคนเล็กก็เฝ้าอาม่า กับอาโกวอยู่ที่ห้อง

ในระหว่างรอของมาถือ ก็หามุมถ่ายรูปสวยๆ เก็บเอาไว้เป็นที่ระลึกซักหน่อย ไม่ได้มาพัทยานาน หลายๆ อย่างก็เปลี่ยนไป ที่วันที่ไปคนก็เยอะอยู่นะครับ รถจอดเติมชายหาด รวมถึงคนต่างชาติเองก็มีไม่น้อย ไม่รู้ว่าเขามาประกอบกิจการในเมืองไทย แล้วติดสถานะการณ์โควิดเลยกลับไม่ได้หรือว่าอะไร

แล้วก็ได้เวลาอาหารเย็นที่ได้อยู่กันพร้อมหน้า พร้อมตา จากนั้นก็เดินเทียวชายหาดยามเย็นและก็หาเครื่องดื่มมาดื่มกันบนดาดฟ้าของโรงแรม ที่เป็นทั้งสระว่ายน้ำ และที่นั่งดื่มกิน โดยได้วางแผนว่าจะพาอาม่ากับอาโกวลี่ขึ้นมาข้างบนนี้ตอนเช้า

แต่จะพาขึ้นมายังไงเพราะว่าลิฟท์ขึ้นมาได้สูงสุดแค่ชั้น 8 และจะต้องเดินขึ้นมาอีก 1ชั้น ไม่รู้ว่าอาม่าจะไหวหรือเปล่า แต่ผมก็ยังคิดว่าแกยังน่าจะเดินขึ้นมาได้อยู่อาจจะต้องช่วยกันประคองบ้างนิดหน่อย จากนั้นก็แยกย้ายกันเข้านอน

24/10 เช้า ก็ต้องทำตามแผนที่วางเอาไว้ แต่ว่าเจ้าลูกสาวทั้งสองคน ไม่ยอมตื่นอ่ะซิ ไม่รู้จะทำยังไงเลย ภรรยาผมก็บอกว่าให้ผมพาแม่ขึ้นไปเดินเล่นข้างบน แล้วแกจะออกไปหาอาหารเช้ามาให้ เลยต้องให้เจ้าน้องสาวผมช่วยกันพาขึ้นไปบนดาดฟ้า


และในที่สุดก็ทำสำเร็จสามารถพาแม่และน้องสาวขึ้นมาบนดาดฟ้าจนได้ เห็นแกมีความสุขเราก็หายเหนื่อย น้องสาวผมพอเห็นสระว่ายน้ำเท่านั้น ก็อดไม่ได้ที่จะลงไปเล่นน้ำ เพราะว่าแกชอบมาก ที่จะเป็นปัญหาก็คือ เล่นแล้วไม่ยอมที่จะขึ้นจากน้ำ 



กว่าจะยอมขึ้นจากน้ำต้องหลอกว่าไปกินข้าวเช้ากัน เล่นตั้งแต่ 7โมง จนเกือบจะ 9โมง แดดก็เริ่มจะร้อนแม่ผมต้องนั่งตากแดด เลยต้องเอาของกินมาล่อเพื่อให้ขึ้นจากน้ำ ก่อนจะเดินทางกลับบ้าน ก็ต้องแวะไปนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่อยู่คู่เมืองพัทยากันสักหน่อย แม้ว่าแม่ผมจะเดินขึ้นไปข้างบนไม่ได้แต่แกก็ยังอยากจะเดินไปไหว้อยู่ เลยให้แกไหว้อยู่ข้างล่าง


งานนี้ต้องขอบใจคุณภรรยาที่ทำให้ทุกคนในบ้านหลังนี้มีความสุข แม้จะแค่ 2วันกับ 1คืน ก็เพียงพอ ไม่ต้องร่ำรวยเงินทองมากมายก็เที่ยวได้ งานนี้หมดไป 4,500บาท ค่าที่พัก 1,300 ค่าน้ำมันรถ 500 และค่ากิน 3มื้อ 2,700บาท สำหรับคน 6คน ก็ไม่ถือว่าแพงมาก หารแล้วตกคนละ 750บาทเท่านั้น แต่สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ทุกๆ คนได้เยอะเลย


 จากนี้ต้องเก็บเงินอีก 3เดือน เพื่อไปเที่ยวปีใหม่ งบ 8,000-10,000บาท จะเก็บทันหรือเปล่า? ตกเดือนละ 1,667บาท ต่อเดือน ต่อคน สู้ๆ ให้เหมือนเสียงคลื่นในทะเล



By: K.C.A.N