แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปีใหม่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปีใหม่ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2567

ส่งท้ายปลายปีที่ วัดดอนใหญ่

        เมื่อวันที่ 30/12/66 ที่ผ่านมา เป็นวันแรกที่หยุดงานครบกันทั้งครอบครับ โดยผมเป็นคนสุดท้ายของบ้านที่ได้หยุดงาน น่าสงสารมากๆ ครับ ฮ่าๆๆๆ แต่มองในแง่ดีก็คืออย่างน้อยบริษัทฯ ก็มีงานให้พนักงานทำจนวันสุดท้ายของปีอ่ะนะ... 

        วันนี้จึงถือเป็นวันที่ดี เลยได้นัดกันว่าจะไปทำบุญไหว้พระกันซักหน่อย เป็นการส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ แต่ว่าไม่อยากเดินทางไกล เพราะเป็นช่วงที่คนเดินทางออก ต่างจังหวัดกันเยอะ ก็คุยกันว่าจะไหว้พระอยู่แถวๆ บ้านนี่แหละ แต่ก่อนจะไปไหว้พระก็ขอหา Cafe ชิกๆ นั่งเล่นกันก่อน ซึ่งก็น่าจะเป็นหน้าที่ของคนรุ่นใหม่กันแล้ว  

        โดย Cafe ที่ได้มาก็อยู่แถวๆ คลองสอง ห่างจากบ้านไม่เกิน 8กิโลเมตร และก็บรรยากาศดีเลยชื่อว่า Res-fe-ber cafe ใครผ่านไป ผ่านมา แถวๆ ซอยเสมาฟ้าคราม ก็แวะกันได้อันนี้ไม่ได้ค่าโฆษณาใดๆ และก็ไม่มีส่วนลดใดๆ ให้ด้วยนะครับ ฮ่าๆๆ


        จากนั้นก็หาข้อมูลว่าจะไปวัดไหนกัน หลังจากที่นั่งชิวๆ กันใน Cafe จนของกินหมดกันแล้ว... ซึ่งก็นั่งไปเกือบชั่วโมงกันเลยทีเดียว จะไปเหลืออะไร ฮ่าๆๆ

        โดยสรุปจาก 3ใน 4เสียงบอกว่าจะไปวัดดอนใหญ่ ที่อยู่ที่คลองแปด ซึ่งก็ไกลอยู่จาก Cafe คลองสอง... แต่ในเมื่อเป็นมติที่ประชุมก็ต้องยอมรับ โดยลูกสาวบอกว่าดูจากในเน็ตแล้วเป็นวัดที่สวย และที่สำคัญคือเราไม่เคยไปมาก่อน ดูจากแผนที่แล้ว ก็ใช้เวลาไปประมาณ 30นาทีเท่านั้น ถือว่าไม่ไกลมาก ในฐานะเสียงข้างน้อย ก็คงต้องตามเสียงส่วนใหญ่ตามหลักประชาธิปไตย แม้ว่าเราจะต้องเป็นคนขับรถพาไปก็ตาม... "_"  

        เมื่อไปถึงทีวัดก็ต้องตกตะลึงกับผู้คนที่มีจำนวนมาก นี่เราย้ายมาอยู่ปทุมธานีนานกว่า 20ปี ไม่ยักรู้ว่ามีวัดสวยๆ แบบนี้อยู่ด้วย ซึ่งวัดก็ถือว่าใหญ่ และสวยงามมาก โดยเฉพาะพระอุโบสถ ที่เหมือนจะพึ่งสร้างเสร็จ เป็นสีเงินคล้ายวัดร่องขุน สวยงามทีเดียว

        พอเข้าไปในวัดก็ถึงบางอ้อว่าทำไมวันนี้คนเยอะ เมื่อเห็นท่านท้าวเวสสุวรรณยืนอยู่ และที่กระถางธูปก็เต็มไปด้วยธูปเสี่ยงทายตามรูปข้างล่าง  ฮ่าๆๆ ไม่รู้จะซื้อเบอร์อะไรกันเลยครับ ความจริงแล้ว นี่น่าจะถือว่าเป็นดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างดีมากทีเดียว อยากให้คณะรัฐมนตรีที่ดูแลเศรษฐกิจ เข้ามาดูด้วยก็จะดีนะครับ...

        แต่ก่อนอื่นต้องเดินเข้าไปไหว้พระประธานในโบสถ์กันก่อนครับ จากนั้นก็เดินเที่ยวภายในวัด แล้วก่อนจะกลับก็ค่อยออกมาไหว้ท่านท้าวเวสสุวรรณ 


        แต่เราก็ไม่ได้ซื้อธูปเสี่ยงทายอะไรนะครับ แค่ไหว้และขอพรจากท่านท้าวเฉยๆ ก่อนจะเดินทางกลับ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งทริปใกล้บ้าน ส่งท้ายปีเก่า ๒๕๖๖ และต้อนรับปีใหม่ ๒๕๖๗ ให้มีความรัก ความสุข และความเจริญก้าวหน้ากันทั่วกันทุกคน


By: KCAN

วันจันทร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2565

มามะ... มหาสารคาม

มามะ... มหาสารคาม

อีกหนึ่งปีใหม่ที่ไปจังหวัดบ้านเกิดคุณภรรยา มหาสารคาม โดยปีนี้มีผมกับภรรยาไปกันแค่ 2คน ด้วยคุณแม่ผมก็อายุมากแล้ว เดินเหินไม่สะดวกและลูกๆ ก็ไม่อยากไปแล้ว เพราะไปมาหลายต่อหลายครั้งแล้วก็ไม่ได้ไปเที่ยวไหนด้วยนอกจากบ้าน วัด และบ้านเพื่อนแม่...

ซึ่งปีนี้ก็เป็นเช่นเดิมเหมือนทุกปี แต่ปีนี้มีสิ่งที่ไม่เหมือนเดิมก็คือ ภรรยาผมได้ไปโอนโฉนดที่ดิน 1.5ไร่มาเป็นทรัพย์สินของตัวเอง หลังจากที่เพียรพยายามอยู่นาน โดยปีนี้ภรรยาผมเขาหยุดตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. ซึ่งเขาก็ได้ออกเดินทางล่วงหน้าไปก่อน เพื่อดำเนินกิจกรรมการโอนโฉนดที่ดินนี้ 

ผมออกเดินทางช่วงบ่ายๆ ของวันที่ 30 ธ.ค หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการทำงานในวันสุดท้าย โดยออกเดินทางจากแถวๆ เกษตร-นวมินทร์ ก่อนเที่ยงเล็กน้อย ก็เหมือนเดิมรถติดเป็นช่วงช่วงช่วง กับ หลินฮุ้ย เลย 555 ตั้งแต่ตอนออกจากมอเตอร์เวย์ ไปยังสระบุรี จากสระบุรี ก็จะไปติดแถวๆ ทางขึ้นเขา มวกเหล็ก กลางดง แล้วก็โคราช ไปถึงที่มหาสารคามก็สามทุ่มกว่าๆ สี่ทุ่ม เรียกว่าทั้งเมืองเริ่มเงียบแล้ว ทางราชกาลก็ประดับไฟตามถนนหนทาง ก็สวยดีเลยจอดรถถ่ายรูปซักหน่อย จากนั้นก็ขับรถไปหาคุณภรรยาที่บ้านเพื่อนตามที่นัดเอาไว้

เช้าวันที่ 31 ก็ไปสวัสดีพ่อกับแม่ คุณตากับคุณยายคุณภรรยาที่วัดอภิสิทธิ์ แล้วก็เก็บภาพพระมหาธาตุที่วัดเป็นที่ระลึกเอาไว้ จากนั้นก็ไปดูที่ที่ซื้อเอาไว้กับคุณภรรยา แล้วก็ไปเยี่ยมเพื่อนคุณภรรยา ที่เสียลูกสาวในวัย 21ปีไป เพราะโรคมะเร็งลำไส้ ชื่อคุณเบิร์ดเป็นนายดาบตำรวจอยู่ที่อำเภอเมืองมหาสารคาม ซึ่งเป็นช่วงโควิดทำให้ไม่ได้ไปร่วมงานศพ เลยต้องไปแสดงความเสียใจ ก้ได้นั่งคุยกัน คุณเบิร์ดก็เล่าว่าลูกสาวปวดท้องมานาน ก็พาไปตรวจที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ ก็บอกว่าน่าจะเป็นโรคกระเพาะ ให้ยารักษาโรคกระเพาะมากิน แต่เป็นหลายเดือนก็ไม่หาย และชักหนักขึ้นเรื่อยๆ เลยพาไปอัลตร้าซาวด์ที่โรงพยาบาลจังหวัด ปรากฎว่าถึงกับช๊อก เพราะหมอบอกว่าเ็นมะเร็งที่ลำไส้ ระยะสุดท้ายแล้ว เรียกว่ามันตันไปหมดแล้ว และระยะก็ยาวมากเกือยเท่ากับลำไส้ แถมลามออกมาที่ตับแล้วรักษาไม่ได้แล้ว พูดไปบางครั้งก็เหมือนจะเสียงสั่นๆ  เลยต้องเปลี่ยนเรื่องคุยเป็นเรื่องสัพเพเหระของงานตำรวจแทน

จากนั้นก็ออกไปร่วมงานศพของพ่อเพื่อนภรรยาอีกคนที่เป็น ผอ. ของโรงเรียน โดยคุณพ่ออายุ 78 เสียชีวิตเพราะติดเชื้อทางเดินหายใจ แต่ไม่ใช่โควิด-19 เรียกว่าเป็นงานเศร้าส่งท้ายปลายปี วันนั้นเป็นงานเผาศพคุณพ่อตอนบ่ายสามโมง 

เมื่อเสร็จจากงานศพแล้ว ก็แวะไปเยี่ยมเพื่อนเดลต้าที่บ้าน โดยเพื่อนเดล ก็เป็นอีกหนึ่งในเพื่อนของภรรยาที่สนิทด้วย ซึ่งแกมีภาวะความดันโลหิตสูงมาหลายปี จนกระทั้งเส้นเลือดฝอยในสมองรับไม่ไหวเกิดการแตกและมีเลือดออกในสมองหรือ Stroke ทำให้ตอนนี้ร่างกายซีกขวาเรียกว่าเป้นอัมพฤกษ์ ซึ่งตอนนี้ก็กำลังทำกายภาพบำบัดอยู่ ก็หวังว่าเพื่อนจะกลับมาให้ใกล้เคียงเดิมได้มากที่สุด 

วันส่งท้ายปีนี้ทำให้ได้ข้อคิดหลายๆ อย่างกับชีวิตที่ไม่แน่ไม่นอน อย่าประมาทกับการใช้ชีวิต และก็อย่ากลัวกับความตาย แต่ให้รำลึกถึงความตายทุกลมหายใจเช้า-ออก ตามที่พระพุทธเจ้าได้สอนเอาไว้...  อย่ามัวแต่ตามหาความหมายของชีวิต แต่ให้พยายามทำให้ชีวิตมีความหมาย เพราะชีวิตมันอาจจะสั้นเกินกว่าที่คาดคิด 



จากนั้นก็ไปบ้านเพื่อนอิ๋วที่เป็นบ้านสวน เพื่อร่วมงานวันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ เพื่อรับสิ่งดีดีให้กับชีวิตบ้าง  ก็นั่งกินดื่มกันถึงเที่ยงคืน ก็เป็นวันใหม่ของปีใหม่ 2565 "สวัสดีปีใหม่" ท่ามกลางอากาศที่เย็น 18 องศาเซลเซียส คืนนั้นผมเองก็นอนบนรถ เพราะว่าไม่ไหวอากาศเย็นมาก ส่วนภรรยาผมก็เข้าไปนอนกับเพื่อนๆ ในห้อง บางคนก็เอาเต้นท์มากลางนอน ตอนเช้าวันที่ 1 หลังจากอาหารเช้ามื้อแรกของปี ก็นั่งคุยกันอีกนิดหน่อยก่อนที่จะเดินทางกลับบ้านที่ปทุมธานี เพื่อหลีกเลี่ยงเรื่องรถติด 

อาหารมื้อแรกของปี 2565

ขอสวัสดีปีใหม่ 2565 จากจังหวัดมหาสารคาม ขอให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรง ไร้โควิด-19 และมีเงิน มีทองใช้ไม่ขาดมือตลอดปี 2565 และตลอดไป

By: KCAN